ยูโด : ธรรมชาติของการฝึกซ้อมและการเจ็บตัว



สมัยผมอยู่มัธยมปลาย พ.ศ. 2537-2539 เป็นนักกีฬายูโดของโรงเรียน รุ่น 49 กิโลกรัม ผมซ้อมหนัก ไปซ้อมกับสมาคมไทย-ญี่ปุ่น หนักเหมือนใจจะขาดไม่ได้กินน้ำหากไม่รับอนุญาติให้กิน และยิ่งไปซ้อมกับนักเรียนและทหารอากาศในโรงยิมกองทัพอากาศด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง ทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงโดนจับทุ่มเป็นร้อย ๆ ครั้ง ยังไม่รวมรูปแบบการซ้อมสุดโหดสารพัดวิธี รุ่นพี่ผู้หญิงทีมชาติ โ ดนจับทุ่มจนสลบคาเบาะ ช้ำในกันไปตาม ๆ กัน

หลายคนแขนหัก ขาหัก จากท่าหักแขนหักขา บางคนสลบจากการโดยจับเชือดคอด้วยเสื้อยูโดในขณะซ้อม

ยูโดคือกีฬาที่ไม่มีคำว่าแก้ตัว คุณโดนจับทุ่มหรือโดนปัดขาลอยสองข้าง ก็โดนจับแพ้ทันที ซ้อมมาทั้งปี โดนจับทุ่มไม่ถึง 10 วิ "อิปโป้" จบข่าว เขาจึงต้องซ้อมอย่างหนักเพื่อป้องกันและระวังตัวให้มากที่สุด

แต่ก็ทนกันได้เพราะนี้คือการซ้อมแบบฟรี ซ้อมกับสมาคม โค๊ชจึงไม่ต้องมาโอ๋แบบยิมต่ง ๆ ที่ซ้อมแบบเสียเงิน จึงจัดเต็ม ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ออกไป

ภายหลังหลายคนประสบความสำเร็จ ส่วนผมขี้เกียจและติดเล่นดนตรี หลัง ๆ ก็เลยซ้อมแค่ออกกำลังกาย เอาสายฟ้าก็พอ

สมัยนั้นการสอบสายยยูโดก็ยากเย็น จะเอาสายเขียว คุณต้องชนะสายขาว 5 คนรวดในครั้งเดียว จะเอาสายฟ้า ต้องชนะสายเขียว 3 คนรวดในครั้งเดียว ผมได้สายฟ้าก็จบและพอ

อยากให้รู้ว่าทุกกีฬายิ่งในระดับสูงจะมีการซ้อมที่หนักหน่วงมากขึ้นเป็นระดับ หากทนไม่ได้ก็ไม่ควรเล่นกีฬาชนิดนั้น

ทุกกีฬามีความเป็น

วาทิน ศานติ์ สันติ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หัวต่างเท้า



ความเห็น (0)