หินธิเบต

เรื่องเกี่ยวกับหินธิเบตหรือลูกปัดหิน Zi Bead

บริเวณเทือกเขาหิมาลัยเป็นเทือกเขาที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกย่อม

มีประวัติอันยาวนานเกี่ยวกับชนพี้นเมืองที่มีหลายชนเผ่าที่เก่าแก่ที่เคยถูกนัก

สํารวจค้นพบและยังไม่เคยถูกค้นพบมาก่อนเช่นเดียวกับลูกปัดหินชนิดนี้

โดยเฉพาะที่ธิเบตลูกปัดหินนี้เป็นที่นิยมและมีความต้องการมาไว้ในการ

ครอบครองเป็นอย่างมากสืบเนื่องมาจากความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ

และเรื่องเล่าและความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราญว่าจะช่วยคุ้มครองเจ้าของ

ให้ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ๙ึ่งความเชื่อนี้จะต่างจาก

ชาวตะวันตกเป็นอันมากเพราะพวกฝร้่งจถือว่าเป็นศิลปะวัตถุเพื่อการสะสมที่มีค่า

มีความเป็นมายาวนานและเป็นของหายากเท่านั้น(เริ่มนิยมมาเมื่อประมาณ

100กว่าปีมาเท่านั้นเอง)

มีการคาดเดาว่าลูกปัดหินนี้มาจากไหน มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับมัน

แต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ามันเป็นของชนเผ่าใด ทําขึ้นเมื่อไหร่ ทําที่ใหน

เมื่อเวลาไหน นอกจากคิดว่าได้ทําขึ้นที่ธิเบตแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเนื่อง

จากประเทศนี้ยังมีการขุดค้นแหล่งอารยธรรมทางโบราญคดีน้อยมาก(รัฐบาล

ไม่อนญาตให้ขุดค้นทางประวัติศาสตร์ง่ายๆและไม่เคยพบว่าได้ค้นพบแหล่ง

ประวัติศาตร์ในธิเบตจะพบเตาเผาหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับการทําลูกปัดหรือ

เครื่องคลือบดินเผามาก่อนเลยในธิเบตเพราะฉนั้นจึงคาดว่าจะเป็นการนํา

เข้ามาในธิเบตเมื่อนานมาแล้ว

ลูกปัดนี้ทําจากหินที่ชื่อว่า อาเกท(Agate) สีดําและสีนํ้าตาลจะเป็นสียอด

นิยมที่สุดโดยมีเส้นสีขาวแต่งเป็นลวดลายต่างๆ เช่นวงกลม สี่เหลี่ยม ซิกแซก แถบ

สี่เหลี่ยมล้อมวงกลมฯลฯ ลวดลายเหล่านี้มักจะเป็นสีขาวหรือสีซีด แต่ละลวดลาย

จะมีความหมายเฉพาะในตัวเองและจะมีความหมายเฉพาะต่อเจ้าของแต่ที่มีความหมาย

ที่สุดคือวงกลมที่จะหมายถึงดวงตาซึ่งสะท้อนไปถึงความเชื่อว่าลูกปัดหินมีอํานาจ

เหนือกว่าพลังร้ายที่มองไม่เห็นและแต่ละชิ้นอาจจะมีดวงตานี้มากกว่าหนึ่งดวงก็ได้

และแน่นอนที่สุดยิ่งมีมากยิ่งดีรูปร่างของลูกปัดนี้มีอยู่หลายแบบหลายเชฟ อ้วน ยาว

กลม กลมแบนเหมือนถังเบียรและเหมือนซิการ์ แต่ทุกเม็ดจุถูกเจาะรูไว้เพื่อร้อย

เชือกเพื่อใช้สวมใส่แม้แต่ขนาดมีตั้งแต่2ซม.ถึง60ซม.(จะเอาไปแขวนกับอะไร? สงสัย)

ทําไมถึงต้องเป้นหินอาเกททั้งนี้เพราะชาวธิเบตโบราญเชื่อว่าเป้นหิน

ที่บริสุทธ์เมื่อเลือกหินอาเกทได้แล้วจะเขียนลายหรือเครื่องหมายบนหินนั้นภายหลัง

เนื่องจากทํามาจากหินอาเกทซึ่งมีความแข็งมากคือประมาณ6.5-7ตามสเกลของ

โมห์วิธีการลงลายหินชนิดนี้ทําให้เกิดศิลปะที่มีชื่อว่า Etchng Agate(คือการลงแบบ

ลวดลายที่ต้องการบนหินก่อนแล้วใช้กรดกัดลวดลายนั้นแล้วจะได้แบบที่ต้องการ

/ศิลปะชนดนี้ค้นพบที่เอเชียกลางและอินเดียเมือ2500ปีก่อนคริสต์กาล)เนื่องจาก

ชุมชนบนเทือกเขาหิมาลัยส่วนใหญ่นับถือศาสนาาพุทธดังนั้นลวดลายบนลูกปัดหิน

ชนิดนี้จึงถูกออกแบบโยงเข้ากับศาสนาพุทธเช่นลูกปัดหินที่มีรูปวงกลมหรือดวงตา

สามดวงหรือเก้าดวงเป็นต้น

สําหรับชาวธิเบตเชื่อในอาเกทว่าเป็นหินที่บริสุทธ์ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ที่มีอํานาจเหนือมนูษย์ย่อมจะมีพลังของธรรมชาติแฝงอยู่ พลังงานเหล่านี้ตกมายังพื้น

โลกฟอร์มตัวขึ้นมาเป็นอาเกทหรือZi Beads ชาวธฺิเบตเชื่อว่าเป้นของขลังหรือ

เครื่องรางไว้ป้องกันภัยอันตรายทุกชนิดและเมื่อลูกปัดหินเหล่านี้แตกหรือบิ่นไป

ชาวธิเบตถือว่าหินเหล่านี้ได้รับเคราะห์แทนเจ้าของแล้ว หรือหินเหล่านี้ได้ทําหน้าที่

คุ้มครองผู้สวมใส่อย่างสมบูรณ์แล้วถ้าไม่เช่นนั้นเจ้าของอาจจะตกอยู่ในอันตราย

หรือได้ตายไปแล้ว(เนื่องจากความเป็นอยู่ของชาวธิเบตโบราญอาจจะมีการดํารง

ชีวิตที่ยากลําบากอาจเกิดอุบัติเหตุทําให้หินแตกบิ่นร้าวเพราะอุบัติเหตุิด้วยแต่
บังเอิญว่าเจ้าของแคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุบ้างเลยทําให้เขื่อแบบนี้ก็ได้
ส่วนใหญ่ชาวธิเบตนิยมพกพากับตัวมากกว่าใช้แขวนบางคนนิยมเอาหิน
หรือเครื่องรางอย่างอื่นมาร้อยรวมกับลูกปัดหินเหล่านี้คือ อําพัน กัลปังหาสีแดง
คาร์เนเลียนเทอร์คว้อยซ์ ไข่มุก แม้แต่หมอพื้นบ้านชาวธิเบตก็ใช้ลูกปัดชนิดนี้
ป่นเป็นผงผสมกับตัวยาอย่างอื่นเพื่อรักษาโรคอีกด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่หยุดยั้ง



ความเห็น (0)