cost benefits R2R เรียนรู้จากสำนักส่งเสริมฯ กรมอนามัย

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ก้าวที่สอง...ของการเรียนรู้ร่วมกันกับ "สำนักส่งเสริมฯกรมอนามัย"

มารอบนี้ข้าพเจ้าได้เกิดปัญญาสองเรื่อง...


เรื่องที่ ๑ จากการฟัง...

ฟังแนวคิดของท่านผู้อำนวยการสำนัก ท่าน นพ.ดนัย ธีวันดา Danai Teewunda

พูดถึงเรื่องการพัฒนาคนที่เน้นความสำคัญทุกระดับ ขยับขับเคลื่อนเป็นดั่งฟันเฟืองไปพร้อมกัน


"ระบบแมคคานิคยังต้องใช้กำลังคนอยู่

ยังจำเป็นต้องพัฒนาคนเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงระบบ เพื่อที่จะช่วยให้กลไกทั้งระบบขับเคลื่อนไปได้ไปพร้อมกันทั้งระบบ


ความสำเร็จของการฝึกอบรมไม่ใช่จำนวนชิ้นงาน

หากแต่เป็นการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นจนจบ และสามารถ create งานต่อไปได้เอง"


นี่เป็นความตอนหนึ่งที่ท่านพูด

ทำให้มาตกผลึกจากบทสนทนากับว่าที่ ดร.ปุ้ม(เรื่องที่ ๒) ถึงมูลค่าเชิงเศรษฐศาตร์ของการได้งาน R2R มาหนึ่งเรื่องว่ามันคือกำไรมหาศาลอย่างไร เพียงแต่ในทิศทางของการขับเคลื่อน R2R เราไม่เคยนำมาวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์ cost benefits. ..


ย้อนไปนึกถึงการขับเคลื่อน R2R ของ คปสอ.คำเขื่อนแก้วที่ทำภาพรวมทั้งอำเภอ

ในเรื่อง DM ที่นำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการปรับพฤติกรรมมาใช้ และ Intervention แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ย่อย...ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง การใช้ยาลดลง ต้นทุนที่เสียไปจากกระบวนการรักษาลดลง


และงานของปางมะผ้า...

ที่ดูเหมือนเป็นการทำงานที่เข้าถึงในระดับมิติจิตวิญญาณของการเยียวยา ถ้าเพิ่มในเรื่องการคิด cost benefits ร่วมด้วยจะเห็นความยิ่งใหญ่ของ R2R ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนและตอบโจทย์ Policy แจ่มชัด


ไม่แปลกใจเลยทำไมประเทศญี่ปุ่น

จึงพัฒนาได้รวดเร็วมากและคนมีคุณภาพเพราะเขาสอนให้ประชาชนของเขามีทักษะของการวิจัย


นี่แหละคือการสร้างคนให้คิดเป็น เกิดกระบวนการทางปัญญา

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้กระบวนการเรียนรู้ต้องเป็น Safety Zone ...ผู้คนสนุกและมีความสุขอันปราณีตขณะเรียนรู้ดั่งที่เคยเกิดปรากฏการณ์นี้แล้วที่เห็นชัดคือ R2R ป่าติ้ว


และวันนี้ก้าวที่สอง

ปรากฏการณ์อันมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้นเช่นกันที่สำนักส่งเสริมฯ กรมอนามัย

ใครจะคิดว่าหน่วยยานพาหนะจะมีพลังเชิงสร้างสรรค์เป็นพลังมากขนาดนี้

งานสารบรรณที่วุ่นวายน่าปวดหัวแต่แปรเปลี่ยนมาเป็นความสุขผ่องใส

คนทำบัญชีที่ต้องคลุกอยู่กับการอบรมเป็นพันๆ คนยุ่งยากและซับซ้อนแต่มองเห็นหนทางการทำงานของตนเองที่ง่ายขึ้น


เหล่านี้...ต่างล้วนสะท้อนให้ข้าพเจ้าสนใจในประเด็น

ของการใช้ R2R ที่เป็นเครื่องมือสร้างคนทำงานให้เกิดสุข ปัญญา และก้าวหน้าแล้วในเชิงเศรษฐศาสตร์ cost benefits เป็นอย่างไร


เมื่อคิดออกมาได้

R2R จะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากกว่าการสร้างงานวิจัยหนึ่งชิ้นเป็นแน่แท้


...

๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (0)