เมื่อหมวกไปไม่ถึงใจจึงต้องวาง

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เข้าสัปดาห์ที่สามแล้ว...

หมวกที่ส่งไปให้ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ยังไม่ทราบว่าไปตกค้างที่ไหน

ข้าพเจ้าได้รับข่าวสารที่ดีดีและงดงามจากกัลยาณมิตร คือ คุณมิ่ม จากคณะแพทย์ มศว.องค์รักษ์ ถึงโครงการมอบหมวกให้ผู้ป่วยในระยะสุดท้าย …

ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน ไปรื้อค้นหมวกที่มีมากมายที่กัลยาณมิตรจากทั่วสารทิศได้ถักและเมตตาส่งมาให้ เพราะตั้งแต่โกนผม ปีที่สี่แล้ว ส่วนมากข้าพเจ้าจะสวมหมวกเป็นประจำ เพราะจะเย็นและหนาวที่ศีรษะและเป็นวัดง่าย

แต่…ทราบจากคุณมิ่มว่า ผู้ป่วยที่รับคีโมบางรายและมีอาการหนาวเย็นที่ศีรษะ...ณ ความรู้สึกนี้เข้าใจเลยล่ะ จึงไม่ลังเลที่จะรีบส่งหมวกไปให้ เหลือไว้เท่าที่ใช้ผลัดเปลี่ยนกัน และอีกอย่างของเหตุผลที่ตั้งใจ คือ ผู้ที่ถักหมวกให้จะได้รับอานิสงฆ์กันต่อเป็นทอดๆ ได้สร้างบารมีร่วมกัน

และนี่อีกไม่กี่วัน...ก็จะครบหนึ่งเดือนแล้ว

ปลายทางยังไม่ได้รับสิ่งของ

***ทำให้นึกถึงประสบการณ์ครั้งหนึ่งของชีวิตเมื่อ ๙ ปีก่อน

ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้ามืด เตรียมอาหารที่จะนำไปถวายพระ …ออกจากบันพักที่ขอนแก่นมุ่งหน้าไปวัดป่าบ้านตาด ออกจากตัวเมืองไปไกลพอสมควร รถดับกลางทาง หม้อน้ำแห้ง รอจนมีรถผ่านมาและช่วยเหลือเบื้องต้นพอขับไปได้ถึงอู่...

ณ ขณะนั้นถามตนเองว่า จะไปต่อหรือจะกลับขอนแก่น

เสียงภายในว่า อุปสรรคเพียงแค่นี้จะล่าถอยเหรอ...จึงตัดสินใจเดินทางต่อเกือบถึงอุดร รถดับอีกครั้ง

ชำเลืองดูนาฬิกา...อีกนิดเดียวถ้ารถไม่เป็นอะไรมาก ก็ไปทันถวายอาหารแม้จะใส่บาตรองค์พระหลวงตาไม่ทัน

แต่กาลกลับไม่เป็นเช่นนั้น รถซ่อมนานมาก ดูนาฬิกาเก้าโมงกว่า...

ถามตนเองอีกครั้ง จะไปต่อหรือจะกลับ …ถึงวัดก็คงสิบโมง เสียงภายในก็ดังขึ้นมาอีกว่า "ไปต่อไปให้ถึงที่หมาย แม้จะไปถึงในสภาพอย่างไรก็ต้องไปให้ถึง..."

ระหว่างทางมีรถวิ่งสวนออกมามากหมายหลายคัน แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงมุ่งหน้าไปให้ถึง

โชคดี แม้ว่า…ไปใส่บาตรไม่ทัน ไปถวายอาหารไม่ทัน ไปฟังเทศน์ของพระหลวงตาไม่ทัน แต่ทันได้กราบองค์ท่าน

มีญาติธรรมแนะนำให้เข้าไปกราบขอความเมตตาจากคุณยายจันดี … ณ ตอนนั้นท่านรับข้าวจวนจะเสร็จแล้ว ท่านเมตตามาก ให้นำอาหารที่ข้าพเจ้าเตรียมมาไปที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดที่องค์พระหลวงตาบวชเป็นครั้งแรก เจ้าอาวาสท่านละสังขาร และท่านมอบปัจจัยให้ไปสองหมื่นบาทไปร่วมทำบุญและเรียนทางวัดว่า …"คุณแม่จันดี โลหิตดี" ท่านมอบหมายให้มาร่วมทำบุญ

ถือว่าเป็นบุญวาสนาอันยิ่งใหญ่มากครั้งหนึ่งในชีวิต

และเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่อุปสรรคแรกของชีวิต...

ได้แต่บอกกับตนเอง เพียงแค่ใจเราตั้งเจตจำนงค์ก็บรรลุผลแล้วในเบื้องต้น

แม้จะรู้สึกขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อผู้ป่วยทุกๆ ท่าน …

ไม่ว่าตอนนี้สิ่งของไปตกอยู่ที่ผู้ใด...ก็ดีทั้งนั้นถือว่า…เป็นวาสนาต่อกัน

อย่างไรก็ตาม...

ประมาณกลางปีหน้า ก็จะได้ร่วมงานกันอีกครั้งกับคุณมิ่ม … ในงานประชุมวิชาการ Palliative Care

ขอบพระคุณอย่างมากที่ให้โอกาสได้สร้างบารมีอีกครั้ง


๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๗


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind



ความเห็น (1)

สาธุ ในบุญกุศลนะครับ อาจารย์Kapoom