แปลงกายเป็นคุณแม่ลูก 4 ตอนจบ

จากความเดิมคือ หมดเวลาความสนุกในการเล่นน้ำแล้ว ทุกคนพร้อมขึ้นจากสระ เหลือเจ้าตัวเล็กที่ไม่ยอมขึ้น ยังอยากเล่นต่อ โดยปกติของเจ้าตัวเล็ก จะต่อต้าน ปฏิเสธแบบทันที หากมีใครมาออกคำสั่ง เช่น พี่บอกให้เก็บของเล่น จะตอบทันที "ไม่เก็บ" ได้เวลาขึ้นบ้านแล้ว "ไม่ขึ้น จะเล่นต่อ" ถึงจะให้ทางเลือกเชิงบวก หรือจะมีการตกลงกันก่อนล่วงหน้าเรื่องเวลา ยังไงซะรายนี้ก็มักจะไม่ยอมทำตามข้อตกลงใด ๆ หรือให้ทางเลือกก็จะไม่เลือก เพราะคำตอบของฉันคือ ไม่ หากอยู่บ้านในกรณีให้ทางเลือกแล้วไม่เลือก ทำตามวิธีการปกติที่ใช้กับลูกคือ ทวนคำถาม และบอกว่าหากเขาไม่เลือก แสดงว่าให้สิทธิ์แม่เป็นคนเลือกเอง เราเลือกเองและจัดการไปน้ำตาไหลก็ต้องไหล สำคัญที่ภาวะอารมณ์ของตัวเราต้องไม่ขุ่นมัว ทำให้ด้วยความเมตตา และเข้าใจในตัวเขา วิธีการนี้ยังไม่ค่อยได้ผลดีมากนักกับลูกคนเล็กเพราะด้วยความห่าง ห่างกันไปนานตอนปิดเทอม อาทิตย์หนึ่งก็จะได้มาสัก 1 หรือ 2 วัน หรือบางทีก็เว้นไปอีกสัปดาห์ถึงจะมาเจอกัน

กลับมาที่ขอบสระ ประเมินสถานการณ์แล้วคิดว่าควรใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ เอาสิ่งที่คิดว่าเขาน่าจะสนใจกว่าเข้าล่อ และพี่ ๆ จะเป็นตัวช่วยที่ดี ให้พี่ ๆ มาชวนไปซื้อขนมและไปเล่นต่อกันที่บ้าน ให้ชวนขี่จักรยาน เพราะเจ้าตัวเล็กชอบขี่จักรยานมาก และได้ผล ขึ้นมาแต่มีงอแงไม่ยอมจะอาบน้ำ เลยบอกไม่ได้อาบน้ำ แค่ล้างตัวตัวเฉย ๆ ลูกจะล้างเองหรือให้แม่ช่วยล้างให้ครับ ฮ่าๆๆๆ หลอกเด็กอีกล่ะ ครั้งนี้เลือกและล้างเองแบบผ่าน ๆ ไม่ได้สะอาดมาก แต่งตัวและไปหาขนมทานก่อนกลับ เวลาขึ้นจากสระเด็กๆ มักจะหิวโหย ใช้พลังงานไปเยอะ ปกติที่สระจะมีร้านอาหาร ถ้าหิวมากจะให้เด็ก ๆ ทานอาหารกันก่อนกลับไปเลย แต่รอบนี้ร้านปิดปรับปรุง มีเพียงขนม น้ำพอประทังความหิว

พี่คนโตเสนอว่า อยากไปทานอาหารก่อนกลับที่ไหนสักแห่ง คนอื่น ๆ ก็เห็นคล้อยตาม มีเพียงเจ้าตัวเล็กที่ดูจะอยากกลับบ้าน อยากไปขี่จักรยานตามที่พี่ ๆ ชวนไว้ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่คือ หิว และอยากทานอาหารก่อน จึงลงมติเป็นเอกฉันท์แวะทานอาหารกันก่อนกลับบ้าน เจ้าตัวเล็กเริ่มดูอารมณ์ไม่สู้ดีนัก ดูท่าจะง่วงด้วย หิวด้วย แต่ห่วงเล่น เมื่อทุกคนทานอิ่ม ยกเว้นเจ้าตัวเล็กที่มั่นคงกับเรื่องการกลับบ้านมาก ไม่ยอมจะทานอะไรเท่าไหร่ ถึงเวลาเดินทางกลับบ้านกันแล้ว

เจ้าตัวเล็กออกอาการอ้อน งอแง จะให้อุ้ม ขอต่อรองเป็นขี่คอได้ไหม เพราะอุ้มไม่ไหว ส่วนตัวมีอาการเจ็บแขนขวา เคยเอ็นหัวไหล่ขวาฉีก รักษากายภาพไปนานพอสมควรเลย ทุกวันนี้ก็มีปวด ๆ หากใช้แรงแขนขวาเยอะ ๆ เจ้าตัวเล็กไม่ยอม ตอนที่อ้อนจะให้อุ้มนี้เป็นลานจอดรถ ใกล้จะถึงรถแล้วด้วย เลยพากันเดินไปจนถึง และอุ้มนิดนึงก่อนเข้ารถ ซึ่งเจ้าตัวเล็กไม่ยอมจะให้แม่อุ้มไว้แบบนี้ ไม่ยอมเข้ารถ ดูอาการแล้วอย่างที่บอกง่วง เหนื่อย หิว และหงุดหงิดที่โดนขัดใจหลายเรื่อง ไม่มีเวลาในการเจรจาต่อรองใด ๆ เพราะนัดส่งเจ้าคนโตไว้ก่อน 17.00 น. เขามีธุระต้องไปกับแม่ตัวจริงต่อ จึงต้องทำเวลา ซึ่งตอนนั้นก็ 16.00 น.แล้ว ตัดสินใจพูดสั้น ๆ ว่า "ถึงบ้านแล้ว แม่อุ้มหนูนะ" และเอาเข้ารถ ให้พี่ ๆ ช่วยจับ และทำหน้าที่คนขับรถ

เจ้าตัวเล็กร้องโวยวานดังลั่น รถก็ติดเป็นปกติ แต่ใจแม่เริ่มไม่ค่อยจะปกติ ทั้งเสียงร้องโวยวายของเจ้าตัวเล็ก เสียงการ์ตูนในรถ เสียงพี่ ๆ ที่เริ่มหงุดหงิดกับเสียงร้องไห้ของน้อง เพราะได้ยินเสียงการ์ตูนไม่ชัด บ้างก็มีเสียงบอกให้อีกคนนั่งลงหัวบัง เริ่มเป็นบรรยากาศที่ร้อนระอุ อึดอัด ถ้าใครมีลูกหลายคน อาจเคยเจอสถานการณ์คล้ายๆ แบบนี้คงเข้าใจ

ขับรถไป คิดๆๆๆ "ทำอย่างไรดีนะ" ขืนขับไปแบบไม่พูดอะไรแบบนี้ มีหวังไมเกรนขึ้น คิดๆๆ และ.....

แม่ เอ๊ะ....ใครเห็นน้อง 4 (แทนชื่อเจ้าตัวเล็ก) บ้างเนี้ย ปกติน้องอยู่แม่จะได้ยินเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะของน้องนะ พี่ 1 อาดาวบอกแล้วใช่ไหมให้จูงมือน้องๆ นี่ลืมน้องไว้ที่โลตัสแน่ ๆ เลยเนี้ย ทำไงดี

เสียงร้องไห้ของเจ้าตัวเล็ก แผ่วลง คง งง ว่าแม่พูดอะไร (เจ้าตัวเล็กจะเรียกว่า แม่น้าดาว จริง ๆ แล้วต้องเรียกป้า แต่เรียกตามพี่อีกคน ว่า "น้า" ) พี่ ๆ ทั้งหมดเริ่มขำ หัวเราะชอบใจ กับมุขแม่

พี่ 1. หนูก็จูงมือน้อง แต่น้องไม่ยอม คงอยู่ที่โลตัสนั่นแหละ

พี่ 2 ไม่ใช่ ๆ น่าจะลืมไว้สระว่ายน้ำนะ

เป็นประโยคสนทนาประมาณนี้ เสียงเจ้าตัวเล็กจากแหกปากร้อง ก็เหมือนจะลดลงบ้าง เพื่อฟัง และก็ร้องดังเหมือนเดิมฮ่าๆๆ แต่พี่ ๆ บรรยากาศเปลี่ยนไปเลย ขำ สนุก หัวเราะ เล่นมุขกันไปมา

แม่ ช่วยลดเสียงเพลง "แม่อุ้มๆๆ" กับการ์ตูนลงหน่อยได้ไหม แม่ปวดหัว ปวดหูไปหมดแล้ว ขับรถแบบนี้มันเครียดนะ เสียงดังไปหมด

เด็ก ๆ ขำกลิ้ง ตัวเล็กไม่รับมุขเหมือนเดิม ยังคงใช้พลังเสียงต่อไป

แม่ อ้าว...บอกแล้วนั่งนิ่งอีก ช่วยแม่หน่อย เสียงการ์ตูนน่ะ พอได้แล้ว แต่ช่วยลดเสียง เพลง แม่อุ้ม ๆ นี่หน่อยได้ไหม ว่าแต่เพลงนี้ใครร้องเนี้ย พลังเสียงเขาดีเลยนะ ลูกคองี้สุดยอดไปเลย และเลียนแบบเสียง แต่ทำให้เป็นเพลงมากขึ้น

ร้องจบเด็ก ๆ ขำหัวเราะชอบใจกันใหญ่ แอบฟังเสียงร้องของเจ้าตัวเล็ก มีเบา มีแผดเสียงกว่าเก่า คล้ายๆ จะบอกว่า ฉันอยู่ตรงนี้ เสียงฉันเอง สนใจฉันหน่อย (เดาเอานะคะฮ่าๆๆๆ)

ระหว่างนั้นไม่มีใครสนใจ หรือพูดคุยกับเจ้าตัวเล็กเลย ทุกคนทำมึน ๆ เหมือนเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น รถติดนานเลยทีเดียว ตัวเล็กก็ร้องเบาบ้าง ดังบ้างแต่ร้องไม่หยุด พูดไปตลอดสลับการร้อง "แม่อุ้มๆๆๆๆ" จนเราเปลี่ยนเรื่องคุยกัน ชี้ชวนให้ดูนอกรถ มีการก่อสร้างตึก มีเครนยกสูงๆ ฯลฯ เราชวนกันคุยว่า คืออะไร ทำอะไร คุยไปเรื่อยเปื่อย ดูเหมือนกับเรื่องนี้ตัวเล็กจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ มีมองดูกับพี่ๆ ด้วย เสียงร้องเริ่มเงียบแล้ว ยังมีเสียงสะอื้นๆ อยู่ในลำคอ ใกล้จะถึงบ้านแล้ว ถึงเจ้าตัวเล็กจะไม่ได้เงียบสนิท มีเสียงร้องไห้ แต่อย่างน้อยพี่ ๆ ก็อารมณ์ดีกันทุกคน มีเรื่องให้พูดคุยกันแทนที่การทะเลาะกัน

รถจอดถึงบ้านสักที ถึงบ้านแล้ว หันไปบอกเจ้าตัวเล็ก "มาครับ แม่อุ้ม" เจ้าตัวเล็กร้องไห้อีกครั้งและรีบปีนข้ามมาทางเบาะคนขับ กอดเขาด้วยความรักและเข้าใจ และบอกเขาว่า "เห็นไหม แม่บอกแล้ว ถึงบ้านเมื่อไหร่มาอุ้มทันทีเลย ร้องไห้เหนื่อยเลยเนาะ" นั่งกอดแทนการอุ้มอย่างนั้นไม่ถึง 5 นาที เจ้าตัวเล็กหลับสนิท พี่ ๆ แยกย้ายลงจากรถกันหมดแล้ว เหลือแม่กับเจ้าตัวเล็ก ทำไงดี ไม่อุ้มก็คงไม่ได้ ใกล้มืดแล้วยุงก็เยอะ ต้องพาขึ้นบ้าน ซึ่งต้องอุ้มขึ้น 4 ชั้น ตัดสินใจ ยังไงก็ต้องอุ้มเนาะ ปกติเจ้าตัวเล็กไม่เคยอ้อนงอแงขนาดนี้ ตอนปิดเทอมเจ้าตัวเล็กน่าสงสารมากต้องไปอยู่บ้านโน้นที บ้านนี้ที ซึ่งแต่ละบ้านก็มีวิธีการเลี้ยงแตกต่างกัน มารอบนี้เห็นชัดว่ามีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป การพูดจามีติดคำว่า "ว่ะ วะ" เป็นคำลงท้ายแทบทุกประโยค ไม่ยอมเข้าห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ปวดอึ ปวดฉี่ ก็อั้นจนไม่ไหว ไหลมาตามขา เลอะกางเกง เลอะพื้น อาบน้ำจากเคยอาบแบบสนุกสนาน ก็ไม่ยอมจะอาบ แปรงฟันก็ไม่ยอม อะไรที่เกี่ยวกับห้องน้ำไม่ยอมท่าเดียว ทุกพฤติกรรมล้วนมีสาเหตุ เพียงแต่แม่น้าดาวยังไม่รู้สาเหตุเท่านั้น ค่อย ๆ คุยกันไป พื้นเลอะเช็ดล้างได้ง่าย มันเห็นชัด แต่ใจเลอะนี่เรื่องใหญ่ มองไม่เห็น ต้องใช้เวลา และใช้ใจเพื่อจะเข้าไปในใจเขา นิสัยเจ้าตัวเล็กเท่าที่เห็นมักไม่พูดออกมา เขาจะเก็บไว้ในใจ เห็นหลายเรื่องแล้วเหมือนกัน เหล่านี้ก็คุยกับทางพ่อแม่เจ้าตัวเล็กถึงสิ่งที่เรารู้สึกและเห็น เพื่อช่วยกันดูแลเลี้ยงดูกันต่อไป

จบแล้วค่า....กับหน้าที่คุณแม่ ลูก 4 ใครที่มีลูกมากกว่า 1 ข้าน้อยขอคารวะ สู้ ๆ กันต่อไปพ่อแม่ทั้งหลาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

แก้ไขได้เยี่ยมยอด

กลับไปหาคนนวดแขนได้เลย 55