Satir คุณแม่ผู้โอบอ้อมอารี 2014.08.04

Satir คุณแม่ผู้โอบอ้อมอารี 2014.08.04

VirginiaSatir.jpg

Virginia Satir เป็นหนึ่งในนักบำบัดที่โอบอ้อม

แนวคิด แนวรักษาของเธอนั้นช่วยเหลือคนมามากมายทั่วโลก

ขอสรุปแนวคิดสั้นๆ ของเธอ เป็นตอนๆ ตามจังหวะที่เหมาะสม

ปรึกษาได้เสมอ ด้วยความยินดี

The common beliefs and principles of the Satir growth model are as follows:

1. Change is possible. Even if external change is limited, internal change is possible.

2. Parents do the best they can at any given time.

3. We all have the internal resources we need to cope successfully and to grow.

4. We have choices, especially in terms of responding to stress instead of reacting to situations.

5. Therapy needs to focus on health and possibilities instead of pathology.

6. Hope is a significant component or ingredient for change.

7. People connect on the basis of being similar and grow on the basis of being different.

8. A major goal of therapy is to become our own choice makers.

9. We are all manifestations of the same life force.

10. Most people choose familiarity over comfort, especially during times of stress.

11. The problem is not the problem; coping is the problem.

12. Feelings belong to us. We all have them.

13. People are basically good. To connect with and validate their own self-worth, they need to find their own inner treasure.

14. Parents often repeat the familiar patterns from their growing up times, even if the patterns are dysfunctional.

15. We cannot change past events, only the effects they have on us.

16. Appreciating and accepting the past increases our ability to manage our present.

17. One goal in moving toward wholeness is to accept our parental figures as people and meet them at their level of personhood rather than only in their roles.

18. Coping is the manifestation of our level of self-worth. The higher our self-worth, the more wholesome our coping.

19. Human processes are universal and therefore occur in different settings, cultures, and circumstances.

20. Process is the avenue of change. Content forms the context in which change can take place.

21. Congruence and high self-esteem are major goals in the Satir model.

22. Healthy human relationships are built on equality of value.

นอกจากนั้น เธอยังได้กล่าวถึงอิสรภาพของจิตใจได้อย่างสวยงาม

Satir saw the five freedoms as a person's rights and responsibilities.

The Five Freedoms


The freedom to see and hear what is here instead of what should be, was, or will be.


The freedom to say what one feels and thinks, instead of what one should.


The freedom to feel what one feels, instead of what one ought.


The freedom to ask for what one wants, instead of always waiting for permission.


The freedom to take risks in one's own behalf, instead of choosing to be only "secure" and not rocking the boat. (Satir, V. 1976)

การเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ต้องมีกระบวนการแห่งการเติบโตของจิตใจ

เธอได้อธิบายกระบวนการนี้ได้อย่างกระชับ และง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ส่วนใหญ่ในกระบวนการบำบัดทั้งหมด จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน

สงสัยประการใด ปรึกษาได้เสมอ ด้วยความยินดี

Shrink Shrank Shrunk - โลกจิตของหมอโรคจิต ตอนที่ 310

Dr. BOND, James BOND
ดร. นพ. ปิยะวงศ์ BOND เศรษฐวงศ์
Piyawong "Dr. BOND" Setthawong (M.D.)(Ph.D.)
[email protected]
+66 (0) 89 786 7007

==============================

ศาสต์ ทางจิตวิทยาแขนงหนึ่งที่เรียกว่า Satir เป็นแขนงสำคัญที่เน้นให้คนเปลี่ยนแปลงตนเอง ให้ค่าว่าเป็นหลักในการทำงานกับมนุษย์ เพื่อการปรับตัวและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อนี้บางออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ความเชื่อเกี่ยวกับคน ความเชื่อเกี่ยวกับการปรับตัว และ ความเชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความเชื่อเกี่ยวกับคน

1. คนแต่ละ คนเป็นผลลัพธ์การแสดงออกที่พิเศษของพลังชีวิต ที่เหมือนกันทุกคน และมนุษย์เชื่อมโยงกันโดยพลังชีวิตนี้ (สมาชิกให้กำลังใจแก่กัน)
2. ความเป็นมนุษย์นั้น "เป็นสากล" ดังนั้นจึง "ใช้ได้" กับทุกสถานที่ วัฒนธรรม และสถานการณ์
3. ความเหมือนกันทำให้คนชอบกัน ความแตกต่างทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนา
4. พ่อแม่มักเลี้ยงลูกในแบบที่ตนถูกพ่อแม่ของตนเลี้ยงมา แม้ว่าแบบแผนนั้นจะใช้ไม่ได้ผลดีก็ตาม
5. คนส่วนใหญ่ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ณ เวลานั้น
6. คนทุกคนเป็นคนดี แต่เขาจะต้องค้นศักยภาพของตนเองให้พบ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงและยืนยันคุณค่าของตนเอง
7. ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่าที่เท่าเทียมกัน
8. เราเป็นเจ้าของอารมณ์ เรามีอารมณ์ และ เราสามารถเรียนรู้ที่จะเป็นนายของอารมณ์ตนเอง


ความเชื่อเกี่ยวกับการปรับตัว


1. ทุกคนมีทรัพยากรอยู่ภายใน เพื่อใช้ปรับตัวห้ำเร็จ และเพื่อการเติบโตเจริญงอกงาม
2. การปรับตัวของคนมักเป็นวิธีที่เขาใช้รักษาตนเองให้อยู่รอดจากประสบการณ์ที่เจ็บปวด
3. ปัญหาไม่ใช่ปัญหา วิธีการจัดการกับปัญหา (การปรับตัว) ต่างหากที่เป็นปัญหา
4. การปรับตัวเป็นการแสดงถึงระดับความมีคุณค่าของตนเอง


ความเชื่อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง


1. การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปได้เสมอ แม้การเปลี่ยนแปลงภายนอกจะจำกัด แต่การเปลี่ยนแปลงภายในนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
2. เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนผลกระทบจากอดีตได้
3. ความหวังเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลง
4. กระบวนการ (process) เป็นหนทางสำหรับการเปลี่ยนแปลง เรื่องราวเป็นบริบทที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
5. คนส่วนใหญ่เลือกความเคยชินมากกว่าการเปลี่ยนแปลง ที่จะทำให้ดีขึ้น
6. การชื่นชมและการยอมรับอดีต ช่วยให้เพิ่มความสามารถในการจัดการกับอนาคต
7. ให้ยอมรับพ่อแม่ว่าพวกเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มากกว่า บทบาท ของความเป็นพ่อแม่
8. การบำบัดควรเน้นที่ส่วนดีและความเป็นไปได้แทนการเน้นที่ปัญหาที่เกิดขึ้น
9. การบำบัดจำเป็นต้องเป็นแนวบวกและมีจุดมุ่งหมาย
10. อาการเป็นผลของการแก้ปัญหาโดยจิตใต้สำนึก
11. ผู้บำบัดควรเรียนรู้การช่วยเหลือจากประสบการณ์ของตนเอง ไม่ใช่รอการช่วยเหลือจากบุคคลอื่น



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Dr. Piyawong BOND Setthawong's Note



ความเห็น (0)