การอ่าน กับ การวาดภาพ ของเด็กๆ

nui
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เด็กแต่ละคนมีความสนใจแตกต่างกัน พ่อแม่สังเกตดีๆ จะรู้ว่าลูกเล็กๆ สนใจอะไร แล้วส่งเสริมในสิ่งที่เขาสนใจอย่างต่อเนื่อง

เพิ่งเจอแฟ้มเก็บผลงานวาดของลูกสองคน เอามานั่งดูเห็นความสนใจที่ต่างกันของลูกชัดเจน

พี่ป้องสนใจรถบนถนนตั้งแต่อายุ ๒ ขวบ เขามีของเล่นเป็นรถคันเล็กๆ พ่อแม่หาหนังสือที่มีภาพรถมาอ่านกับลูก ตัดภาพโฆษณาขายรถมาให้ลูก เมื่อเจอรถบนถนนเขาจะถามว่า "รถอะไร" และได้คำตอบจากพ่อจนพอใจ

เวลาไปตามลานจอดรถเขาจะเดินวนเวียนดูรอบรถคันที่เขาสนใจและยังไม่เคยเห็น พ่อก็จะบอกเขาว่าเป็นรถอะไร ไม่นานเขาก็สามารถบอกชื่อรถทุกคันที่วิ่งบนถนน แม้จะอยู่ในระยะไกลที่พ่อแม่ยังบอกไม่ได้จนกว่าจะมาใกล้ แสดงว่าสมองเขาเก็บรายละเอียดได้มากมายครบถ้วนมากกว่าผู้ใหญ่

หนหนึ่งเขาสร้างความแปลกใจให้พ่อแม่มากเมื่อเราขับรถอยู่บนสะพานซังฮี้ รถสีแดงคันหนึ่งแล่นแซงเราไปอย่างเร็ว พี่ป้องตื่นเต้นมาก ชี้แล้วพูดว่า "รถเฟี๊ยต รถเฟี๊ยต" พ่อซึ่งรู้จักรถดีกว่าแม่บอกว่าไม่น่าจะใช่แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นรถอะไร รถคันนี้เราไม่เคยเห็นและไม่เคยสอนลูกมาก่อนแน่นอน

เขารู้ได้อย่างไร??

กลับไปถึงบ้าน พี่ป้องวิ่งไปหยิบรถเฟียตคันเล็กๆ มาให้ดูว่า "คันนี้ไงพ่อ" และใช่จริงๆ

รถเฟียตของป้อง

เราเพิ่งซื้อรถเฟียตสปอร์ตคันเล็กนี้ให้ลูกเมื่อไม่นาน แต่เราก็จำมันไม่ได้

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ในหนังสือ "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" เล่าถึงเด็กชายคนหนึ่งอายุ ๒ ขวบก็สามารถจดจำชื่อรถได้แม่นยำมากกว่า ๔๐ ยี่ห้อ ครูสอนภาษาจีนก็ยืนยันว่าเด็กเล็กๆ จำตัวอักษรยากๆ ได้ดีกว่าผู้ใหญ่

มีคำอธิบายเรื่องนี้ว่า เด็กเล็กๆ จดจำแบบ "ภาพถ่าย" คือจำเป็นภาพ เป็นรูปแบบ ขณะที่ผู้ใหญ่พยายามหาตัวอักษรหรือหาจุดเด่นเพื่อจดจำ (มีคำยืนยันวิธีจำแบบภาพถ่ายจากคำพูดของน้องรัก_ซึ่งจะเขียนในโอกาสต่อไป)

พี่ป้องจดจำ "ภาพ" รถเฟียตสปอร์ตคันนั้นได้จากรถที่เขาเคยเล่น เมื่อเห็นผ่านตาแวบเดียวเขาสามารถบอกชื่อได้ทันที

ไม่เพียงแต่เขาจำรถได้มากแทบทุกยี่ห้อ พี่ป้องจำชื่อเรือข้ามฟากมหาชัย-ท่าฉลอมได้แม่นยำทุกลำ เพียงแค่เห็นเรือออกจากท่าฝั่งโน้นไม่นาน เขาจะส่งเสียงบอกชื่อเรือเช่น "ใบตอง" (ชื่อเรือ) ได้ถูกต้องทุกครั้งไม่มีผิดพลาด ซึ่งเราเองไม่สามารถบอกชื่อได้จนกว่าเรือจะเข้ามาใกล้จนอ่านชื่อเรือเห็น เขายังอ่านไม่ออก แต่จดจำ "ภาพเรือ" ไว้ในสมอง เพราะเราพาลูกไปยืนดูเรือข้ามฟากทุกคืน พ่อจะอ่านชื่อเรือให้ลูกฟัง ไม่นานเขาจำได้ คือจำ "ภาพเรือ" เชื่อมโยงกับชื่อเรือ โดยไม่ต้องเห็นชื่อเรือ

ภาพวาดของพี่ป้องจึงเป็นภาพรถ พี่ป้องไม่เคยวาดภาพสัตว์ ไปร้านหนังสือก็ซื้อหนังสือที่มีภาพรถ

พี่ป้องกับสมุดวาดภาพส่วนตัว

เด็กทุกคนชอบวาดภาพ เด็กยิ่งเล็กยิ่งชอบ เว้นแต่พ่อแม่ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้วาด การวาดเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็กๆ และเป็นการประมวลสิ่งที่เขารับรู้ทั้งจาก การอ่าน การเห็น จากภาพจำออกมาเป็นภาพเขียน พ่อแม่จึงควรสนับสนุนให้ลูกวาดภาพ

ภาพวาดของลูกสองคนสอดคล้องกับความสนใจของพวกเขา

เรือเฟอรี่หมายเลข ๑ วาดเมื่อ ๑๔ เมษายน ๒๕๓๑

พี่ป้องวาดภาพนี้เมื่ออายุ ๔ ขวบ ๑ เดือน เราพาลูกไปเที่ยวเกาะสมุย ขับรถขึ้นเรือเฟอรรี่ข้ามไป กลับมาถึงบ้านลูกวาดภาพนี้ และบอกว่า "เรือเฟอรรี่หมายเลข ๑" เขาอธิบายรายละเอียดทั้งหลายเพิ่มเติมจากภาพจำ ที่เขาไม่ได้วาดออกมา เราไม่เคยสังเกตเลยว่า เรือเฟอรรี่ที่เรานั่งมีอักษร "1A" อยู่ที่หัวเรือ

น้องรักสนใจสัตว์ทุกชนิด มีหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ ชอบให้แม่อ่านหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ให้ฟัง ชอบเปิดหนังสือดูภาพซ้ำแล้วซ้ำอีก สะสมตุ๊กตาไดโนเสาร์มากมาย รู้จักชื่อไดโนเสาร์หลายสายพันธุ์ตั้งแต่อายุไม่เต็ม ๒ ขวบ

ภาพวาดของรัก วาดเมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๔

น้องรักวาดภาพนี้เมื่ออายุ ๔ ขวบ ๙ เดือน วาดจากข้อมูลที่สะสมเป็นภาพจำจากการอ่าน และได้เห็น ปลาวาฬเพชฌฆาตมีรายละเอียดเหมือนจริง ลายเส้นสวยงาม สะท้อนว่าใช้กล้ามเนื้อมือได้ดี

ภาพวาดของรัก วาดเมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๓๔

น้องรักวาดภาพนี้เมื่ออายุ ๔ ขวบ ๑๐ เดือน

ฉันยังไม่มีคำอธิบายว่าทำไมพี่ป้องจึงไม่ชอบระบายสีในภาพวาดของตัวเอง ขณะที่น้องรักระบายสีในภาพเป็นส่วนใหญ่ ภาพนี้เขียนชื่อตัวเองกลับซ้ายขวาอย่างจงใจเพราะเขาบอกแม่ว่า "รักเขียนชื่อกลับหลังหันแม่เห็นมั๊ย" เมื่อถามว่าทำไม เขาตอบว่า "มันสวยดี"

ข้อสังเกตของฉันประการหนึ่งคือ ลูกเล็กๆ วาดภาพกันเร็วมาก ราวกับว่าความคิดเขาพรั่งพรูออกมาจากภายในไหลสู่ปลายนิ้ว เขาถ่ายทอดภาพจำทั้งหลายที่สะสมเป็นต้นทุนจากการอ่าน การเห็น การสังเกต

เหมือนผู้ใหญ่ที่อ่านมาก มีต้นทุนมาก ย่อมเขียนได้มาก

การที่ลูกสองคนจดจำสิ่งที่ตัวเองสนใจได้มากไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษ หรือเขามีความฉลาดเฉลียวกว่าเด็กอื่นๆ แต่เป็นเพราะได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้อง ตรงกับความสนใจ ตรงจังหวะเวลา และสม่ำเสมอ เด็กทุกคนก็ทำได้ถ้าได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากพ่อแม่.

ศุกรื ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วรรณกรรมน้องรัก_ฉบับออนไลน์



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

Our kids never cease to surprise us (in pleasant ways).

I think you are right on the spot 'to lend them a hand' to develop their own capability.

(I do think we and schools put too much 'limit' on what they can do when educating them and as a result kids grow up less smart than what they can be.

เขียนเมื่อ 

เด็กๆมีความทรงจำทีเป็น long term จริงๆนะครับ

เขาจำภาพเก่า ของเล่นเก่าๆได้จริง

ขอบคุณพี่มากครับที่ถ่ายทอดเรื่องการเลี้ยงลูกให้อ่าน

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณความเห็นของคุณ sr ค่ะ พออ่านความเห็นคุณจบดิฉันนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยอ่านนานมากแล้วชื่อ Teach Your Baby

ผู้วิจัยได้คิดโปรแกรม "สอน" เด็กตั้งแต่ ๑ เดือน จนถึง ๓ ขวบ บทเรียนประจำวันคือการสอนที่กระตุ้นด้านต่างๆ ตามวัย (สิ่งที่เรียกว่า "สอน" ก็คือ การ "เล่น" กับลูกทุกวัน แต่เป็นการเล่นที่มีเป้าหมาย)

แบ่งเด็กเป็น ๓ กลุ่ม คือ กลุ่ม ๑ กลุ่มควบคุม เด็กที่ไม่ได้ใส่อะไรเข้าไป (คือให้พ่อแม่เลี้ยงไปตามปกติ) ๒. กลุ่มทดลอง สอนโดยอาสาสมัครที่ผ่านการฝึก กับ กลุ่ม ๓ กลุ่มทดลองที่ให้แม่สอนเองตามโปรแกรม

ผ่านไป ๓ ปี วัด IQ เด็กพบว่า เด็กกลุ่มที่ได้รับการสอนตามโปรแกรมมี IQ สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ และที่น่าสนใจคือ กลุ่มทดลองที่แม่สอนเองมี IQ สูงกว่ากลุ่มที่ให้อาสาสมัครสอนอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

งานวิจัยนี้บอกเราว่า ถ้าแม่มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องเรื่อง "การสอน" ถูกวิธี ถูกเวลา จะช่วยให้ลูกฉลาดขึ้นได้จริงๆ

จำไม่ได้แล้วว่าทำไมผู้วิจัยจึงทำโปรแกรมสอนเด็กแค่ ๓ ขวบ

ถ้าหาหนังสือเจอจะเอามาอ่านดูอีกครั้ง เผื่อมีข้อมูลมาเขียนบันทึกค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง

เด็กๆ ความจำดีกว่าผู้ใหญ่ค่ะ เป็นการจำแบบภาพ และไม่มีอคติใดๆ มาบทบัง

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ อาจารย์ อ.นุ คุณยายธี ยายธี และ อาจารย์ดร.กัลยา GD ค่ะที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจ

ได้เห็นรูปธรรมชัดเจนของการเรียนรู้ ที่สัมพันธืกันในรูปแบบต่างๆ ชื่นชมมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ชอบใจข้อความนี้มาก "การที่ลูกสองคนจดจำสิ่งที่ตัวเองสนใจได้มาก ไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษ หรือเขามีความฉลาดเฉลียวกว่าเด็กอื่นๆ แต่เป็นเพราะได้รับการส่งเสริมอย่างถูกต้อง ตรงกับความสนใจ ตรงจังหวะเวลา และสม่ำเสมอ..."

ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องการสอนอ่านที่ถูกต้องแก่เยาวชนตามที่โกทูโนว์ขอความรู้มา ไม่ได้ใส่รายละเอียดเอาไว้ พอมาอ่านบันทึกของพี่หมอนุ้ยแล้ว นี่หละใช่เลย การนำเอาจิตวิทยาพัฒนาการ ความสนใจของเด็ก จังหวะเวลามาเป็นแนวในการสอนอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ พร้อมทั้งความรักของพ่อแม่ ครูที่สอน ใส่เข้าไปอย่างใกล้ชิด ช่วยให้เด็กเกิดความรู้ความจำได้อย่างไม่น่าเชื่อ และสามารถต่อยอดความชอบความสนใจนั้นให้ดูโดดเด่นมากขึ้นๆ อ่านหลายบันทึกแล้ว ชอบและเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับผม...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ "พี่หนาน" มากนะคะ ที่ช่วยสรุปความคิดของพี่ให้ชัดเจน

ในหนังสือหลายๆ เล่มที่เคยอ่านก็พูดถึงว่าพ่อแม่ควรใส่ใจ "ความสนใจ" ของลูกค่ะ ถ้าพ่อแม่สังเกตและค้นพบก็จะช่วยส่งเสริมลูกได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม