ปฎิวัติชุดแต่งงานมุสลิมหรูหรา ไม่ผิดหลักศาสนา ถูกต้องตามหลักอาลาล

กิตติยาณีย์/ศูนย์ข่าวหาดใหญ่

เส้นทางสร้างแบร์ด “นุษรา หนูโต๊ะ”

จากช่างตัดผ้าธรรมดาสู่เจ้าของ “คุณนุช ชุดวิวาห์ แอนด์สตูดิโอ”

แฟชั่นเสื้อผ้ามุสลิมในช่วง 2-3 ปี มีการพัฒนาไปรวดเร็วมากรวมทั้งมูลค่าในตลาดก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสิ้นปี 2556 ทีผ่านมาทะลุ 10,000ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว หลายๆ หน่วยงานเข้ามาได้เข้ามาบทบาทในการส่งเสริมเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิม เพื่อให้ศักยภาพของผุ้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ปัญหาที่สำคัญคือการออกแบบเสื้อผ้ามุสลิมให้ทันสมัยการเปลี่ยนแปลงสำหรับมุสลิมยุคใหม่ที่เน้นความเป็นสากลมากขึ้น คุณนุษรา หนูโต๊ะ เจ้าของร้านคุณนุช ชุดวิวาห์ แอนด์สตูดิโอ เป็นตัวอย่างของการปรับตัวของผู้ผลิตที่น่าสนใจ รวมทั้งเธอได้มีการประยุกต์ผ้าไทยให้กลายเป็นชุดวิวาห์ บ้างชุดมูลค่าสูงมากๆ ต่างชาติขอซื้อในราคาเป็นแสนบาท แต่ก็ไม่สามารถขายให้ได้ ด้วยชุดวิวาห์ของที่นี้มีการปรับแต่งจนหรูหรา ประเมินมูลค่ากันไม่ได้เลยที่เดียว

คุณนุช เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 17 ปีที่แล้วเปิดร้านในตลาดตะโหมด จังหวัดพัทลุง เป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าธรรมดา เดิมๆ เริ่มต้นของช่างตัดเสื้อธรรมดาเลย ชุดผู้หญิงไปทำงานก็ทำมาเรื่อยๆ ต่อมาจึงได้พัฒนาเป็นชุดแต่งงาน

พอกลายเป็นชุดแต่งงาน มันก็จะหรูหราขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ก็จะมีคนมาตัดชุด ลูกค้าพอใจ ปากต่อปาก ต่อมาลูกค้าตอบรับเยอะมากๆ หลังจากที่ได้ประยุกต์ชุดแต่งงานเป็นแนวสากล ลูกค้ามีทั้งคนไทยและต่างประเทศ จึงได้ขยายสาขามาหาดใหญ่ มันเติบโตเรื่อยๆ ยอดสูงขึ้นทุกปี ปีละ 80 %

คุณนุษ บอกว่าในความเข้าใจของคนทั่วไปชุดแต่งงานมุสลิมก็คือ เรียบๆ เชยๆ แต่ในปัจจุบันการพัฒนาไปเยอะ แต่ในความเชยๆ ก็ยังมีในบ้างกลุ่มมันยังมีอยู่ แต่ร้านเราต้องการยกระดับมุสลิมให้ดูดีขึ้น และแน่นอนว่าต้องอยู่ในหลักของศาสนาคืออิญาบคือผ้าคลุมผมยังคงมี การปกปิดถูกต้องตามหลักศาสนา

สิ่งที่เราเพิ่มเข้ามาก็ยังเป็นจุดแข็งในธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้ามุสลิม นั่นก็คืออิสลาม เราเน้น งานตัดแต่ง ปัก ให้ดูหรูหรา ซึ่งนอกจากเราจะคิดเอง ก็พยายามที่จะดูรูปแบบจากต่างประเทศ พัฒนาตัวเราเอง เช่น จาก คูเวต รวมทั้งพยายามผสมผสานกับยุโรปบ้าง หลังจากนั้นก็ยกระดับเป็นชุดวิวาห์ ชุดราตรี ลูกค้าเข้ามาเยอะมาก ทั้งอิสลามและไม่ใช่อิสลาม ที่ไม่ใช่ก็คือเลือกตัวชุดไป พยายามปรับแต่งให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้งานได้

คุณนุษ เล่าต่ออีกว่าชุดแต่งงานในพื้นที่ภาคใต้แต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน เช่นกรณีของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังเป็นแบบเรียบๆ ครึมๆ และจะอินไปมาเลเซีย แต่พัทลุง นครศรีธรรมราช จะชอบสไตฟ์โมเดิร์น อิงสากลมากขึ้น ทั้งนี้อาจจะความเจริญในปัจจุบันที่ทำให้มุสลิมมีความเป็นสากลมากขึ้น

นอกจากนี้ก็มีลูกค้าทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กหัวสมัยใหม่ เขาอยากได้อะไรที่กึ่งๆ มุสลิม กึ่งๆ ฝรั่ง ไฮโซดูดี ลูกค้าที่กำลังจะแต่งงานก็มีทั้งที่มาเช่า แต่บ้างคนก็อยากตัดแบบส่วนใหญ่ก็เน้นลูกไม้เยอะ ๆ เราก็ประเมินราคา

คุณนุษบอกว่าเสื้อผ้ามุสลิมนั้นถือว่าเด่นในเรื่องานปัก และงานลูกไม้ และที่สำคัญเครื่องประดับก็สำคัญจะสวยหรือไม่สวยขึ้นกับเครื่องประดับ จะแต่งอย่างไรไม่ให้เป็นลิเกเกินไป

หลังจากกลายเป็นที่ยอมรับและกล่าวขวัญถึง คุณนุษ บอกว่าก็พัฒนา เรามีลงนิตยสารมุสลิมเรื่อยๆอย่างไบดู ไบเดิร์นช้อย หรือนิสา ซึ่งนิตยสารเหล่านี้เจาะตลาดกลุ่มมุสลิม ทำงานแต่ลึกๆ คือกลุ่มนักศึกษา ที่ใกล้จะจบ หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน เป็นนิตยสารสำหรับมุสลิม ที่เน้นเรื่องการแต่งงาน

คุณนุษบอกว่า ความสวยงามของชุดแต่งงานอิสลามก็คือผ้าคลุมที่ต้องดูอ่อนหวาน ดูดี แต่นั้นหมายถึงต้องถูกหลักศาสนา นั่นหมายถึง ผมจะไม่โผล่ออกมา ปิดหน้าปิดตาพอประมาณ ใช้เครื่องประดับมาแต่งให้ดูหรู ต้องเป็นไปตามหลักฮาลาล การกิน การนั่งการอยู่ต้องเป็นไปตามหลักอิสลาม

ลูกค้านอกจากคนไทยก็มีเลบานอน กับคูเวต ซึ่งส่วนหนึ่ง มาจากที่เราลงเว็บไซต์ และญาติๆ เขาบอกต่อ ซึ่งเราก็ไม่ได้ทำถึงขั้นส่งออก แต่ลูกค่ากลุ่มนี้จะชอบสไตล์การปัก เขาก็จะส่งรูปมาให้เราดู เราก็จะตัดให้เขา เสร็จแล้วเขาแต่งเรียบร้อยก็จะส่งภาพพิธีแต่งงาน ของเขามาให้เราดู ส่วนใหญ่ลูกค้าต่างประเทศก็จะเป็นการซื้อไปเลย ราคาก็ประมาณ 30,000 ขึ้น แต่ถ้าเช่าภายในประเทศก็ประมาณ 5,000 บาท มาเลเซีย ก็จะเช่า

คุณนุษบอกว่าตอนนี้บ้างชุดเราทำ 3 เดือน ปักลูกปัดญี่ปุ่น ลูกไม้อย่างดี ชุดหรูนี้เช่าประมาณ 15,000 บาท จริงๆ ก็มีชาวมาเลเซียขอซื้อ แต่ก็ไม่ขาย เพราะราคาประเมินไม่ได้ คือเป็นชุดที่เราก็ปักก็ใส่ไปเรื่อยๆ ตรงไหนไม่สวย ก็เติมเรื่อยๆ แล้วใจเราก็ไม่อยากจะขาย เราอยากให้มันเป็นลิมิตเต็ดของเรา เราทำเองคิดเอง ผสมลูกไม้ เราขายไอเดีย

คุณนุษบอกว่า ความสวยทำให้ลูกค้านอกจากจะขายมุสลิมแล้ว ก็มีศาสนาอื่น ก็มาดูชุดที่ร้านเหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่คลุมอิหญาบ แต่อยากได้แขนยาวๆ คือเมื่อเอาส่วนประกอบออก อันนี้ก็คือชุดแต่งงานแบบสายเดี่ยว ก็เหมาะกับยุคปัจจุบัน แต่ดูหรูหรามาก ความสวยระยิบ ระยับ

คุณนุษบอกว่ากระแสตอบรับ ทำให้ทางร้านต้องมีการฟรีเซ็นตืแบบ นางแบบก็เป็นกลุ่มนักศึกษา ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นฟรีเซ็นต์ของเราเอง เป็นน้องๆที่เป็นแฟนคลับเฟซบุ๊คของเรา ดาราเราก็จะมีจ้างปีละ 2 ครั้ง อย่างคุณพิ้งกี้ นิตยสารเราก็ซื้อหน้าของเขา เอานางแบบเราขึ้น

มาถึงวันนี้ คุณนุษรา บอกว่าปัจจุบันชุดวิวาห์ของมุสลิมพัฒนาไปไกลมาก และในส่วนของตัวเราก็อยากจะทำอะไรที่มันมากกว่านี้ มันเป็นเสน่ห์ แน่นอนมันก็ยังมีคนที่คลุมแบบเดิมๆ เราจะไปว่าเขาไม่ได้เพราะมันเป็นหลักความเชื่อ

ความแปลกแตกต่างของร้านนี้คือมีผ้าไหม ที่ถูกดัดแปลงเป็นชุดแต่งงาน คุณนุษบอกว่า ชุดผ้าเกาะยอ ผ้าพื้นบ้าน จริงๆ ผ้าเกาะยอ จังหวัดสงขลากำลังถูกลืม แต่ที่นี้เราเองได้รับเชิญไปทำผ้าไทยให้เป็นชุดเจ้าสาวอิสลาม โดยโจทย์ของพี่ เราเป็นคนสงขลา ก็เลยเอาผ้าเกาะยอที่คนกำลังจะลืมมาตัดเป็นชุดเจ้าสาว เจ้าของชุดเขาจะแต่งงานหลังรายอปีนี้ พอดีชุดเสร็จก่อนก็เลยเอามาโชว์

ผ้าเกาะยอกำลังจะกลายเป็นผ้าที่เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จัก ก็เลยเอามาใส่ไอเดีย เราอยู่ตรงนี้ก็ได้ไอเดีย คือดูมันแข็งๆ ก็มาตกแต่งเอาลูกปัดมาใส่ เอาผ้าชีฟองมาใส่หน่อย ให้มันเป็นอิสลาม เพราะผ้าไทยไม่มีทางจะเป็นอิสลามได้เพราะมันดูแข็งๆ แต่เรามาประยุกต์ ในที่สุดก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้

ซึ่งต่อไปก็จะประยุกต์ผ้าไทยให้กลายเป็นชุดไปงานของมุสลิม ชุดราตรี ของมุสลิม

แน่นอนแฟชั่นที่ปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลา ณ วันนี้ได้กระตุ้นเตือนและบีบคั้นให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อให้ทันกับการแข่งขัน และหากคุณสามารถจะพัฒนาจนสามารถกลายเป็นผู้นำแฟชั่น หรือเป็นคนกำหนดแฟชั่น คุณก็จะลอยลำได้ในที่สุด 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Classified Ad For kittiyanee-sommai



ความเห็น (0)