GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คดีจิตรลดา

เธอยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดจริง โดยบอกสาเหตุที่ทำไปเพราะมีเสียงสั่งจากสวรรค์ให้ตนทำอะไรซักอย่างหนึ่งกับคนแขกหรือคนจีนที่มีฐานะร่ำรวย โดยเธอบอกว่า "...เขาบอกให้ทำอะไรซักอย่างจัดการกับพวกคนแขกหรือคนจีนที่รวย พวกนี้เข้ามากอบโกยผลประโยชน์และเอาเปรียบคนไทย เตรียมทุกอย่างแล้วพร้อมแล้ว เลือกเด็กได้แล้ว เพราะสืบจนรู้ว่ารวยจริง แต่ตอนนั้นไม่กล้าลงมือ เพราะโทษประหารชีวิตยังเป็นยิงเป้า กลัวเจ็บ จนเขาเปลี่ยนโทษประหารชีวิตมาเป็นฉีดยา คิดว่าน่าจะไปสบายกว่า ไม่เจ็บ...."

     เช้าวันที่ 9 กันยายน 2548  นส.จิตรลดา หรือเป็ด ได้เข้าไปในโรงเรียนเซนโยเซฟคอนแวนต์ โดยพกมีดสามเล่มเข้าไปด้วย จากนั้นได้ก่อเหตุแทงนักเรียนชั้น ป.6 เป็นคนแรก จากนั้นได้แทงนักเรียนชั้น ม.2 อีกสามคนได้รับบาดเจ็บก่อนจะทิ้งมีดและวิ่งหลบหนีออกมาจากโรงเรียน แล้วจึงเรียกรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

       ภายหลังจากก่อเหตุไม่กี่วันเธอถูกจับกุมตัวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

       ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารดังกล่าวบอกว่าสังเกตเห็นอาการผิดปกติของจิตรลดาหลายๆครั้งในตอนแรกที่เข้ามาอยู่ทำงานในร้าน เช่นขณะที่จิตรลดาเห็นเธอ(ลูกสาวเจ้าของร้าน) ก็ทำปากขมุบขมิบ คล้ายกับพูดคนเดียว บ่นอะไรก็ไม่รู้คนเดียว พอถามไปถามจิตรลดาก็บอกว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงผิวขาว ตัวเล็กที่ดูคล้ายคนจีน

              ซึ่งเมื่อถูกจับเธอก็ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือกระทำความผิดจริง โดยบอกสาเหตุที่ทำไปเพราะมีเสียงสั่งจากสวรรค์ให้ตนทำอะไรซักอย่างหนึ่งกับคนแขกหรือคนจีนที่มีฐานะร่ำรวย  โดยเธอบอกว่า "...เขาบอกให้ทำอะไรซักอย่างจัดการกับพวกคนแขกหรือคนจีนที่รวย พวกนี้เข้ามากอบโกยผลประโยชน์และเอาเปรียบคนไทย  เตรียมทุกอย่างแล้วพร้อมแล้ว เลือกเด็กได้แล้ว เพราะสืบจนรู้ว่ารวยจริง  แต่ตอนนั้นไม่กล้าลงมือ เพราะโทษประหารชีวิตยังเป็นยิงเป้า กลัวเจ็บ  จนเขาเปลี่ยนโทษประหารชีวิตมาเป็นฉีดยา คิดว่าน่าจะไปสบายกว่า ไม่เจ็บ...."

       จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นส.จิตรลดา ตอนเด็กเป็นปกติดี เป็นลูกคนกลางของครอบครัว ชีวิตในวัยเด็กเป็นชีวิตที่อบอุ่น เธอเปิดเผยชีวิตของเธอในขณะที่อยู่ในห้องขังภายใต้การควบคุมของพนักงานสอบสวนว่า เธอมีความสุขกับชีวิตในวัยเด็กมากเป็นชีวิตที่แสนอบอุ่นด้วยพ่อแม่พี่น้องครอบครัวของเธอ และเข้าเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครปฐม แต่ชีวิตของเธอก็ต้องมาเปลียนแปลงอย่างไม่คาดคิดหลังจากที่พ่อของเธอป่วยตายด้วยโรคมะเร็ง ในขณะที่เธอยังไม่ทันบรรลุนิติภาวะ และแล้วแม่ของเธอก็มีสามีไหม่

        นับจากวันที่พ่อเธอเสียชีวิตเธอก็เจ็บมากพอแล้วยิ่งประกอบกับแม่เธอมีสามีใหม่อีก ทำให้จิตใจของเธอยิ่งแตกสลายลงไป ตั้งแต่นั้นมา จิตรลดาก็กลายเป็นคนเก็บตัว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับไคร คิดแต่จะอยู่คนเดียว ทานข้าวคนเดียว และล้างจานที่เธอกินจานเดียวเท่านั้น ไม่อยากให้ไครมายุ่ง ขออยู่เเบตัวไครตัวมัน และเธอได้เคยใช้มีดใล่ฟันสามีใหม่ของแม่เธอเองแต่เคราะห์ดีที่สามีใหม่ของแม่ไม่เป็นอะไรมาก เพราะเธอใช้สันมีดฟันหัว แทนที่จะใช้ด้านคมของมีดฟัน 

          หลังจากใช้มีดฟันพ่อเลี้ยง เธอก็ถูกจับส่งไปรักษาตัวทีสถาบันนิติจิตเวช แต่หลังจากที่เข้าไปรับการรักษาตัวแล้วได้กลับมาอยู่บ้านดังเดิมเธอก็ไม่ค่อยกินยาตามที่หมอสั่งทำให้อาการป่วยของเธอไม่หาย เธอมักจะอมยาใว้ไต้ลิ้นแล้วไปบ้วนทิ้งเสีย คือเธอปฏิเสธการรักษา

        ตามทฤษฎีทางจิตเวช การที่คนเราถูกแรงกดดันอย่างรุนแรงหรือกลัวอะไรมากๆที่เกิดจากการประสปพบเจอหรือสูญเสียอะไรก็ตามที จนเข้าไปอยู่ในภวังค์และไม่อาจหลีกหนีจากสิ่งเหล่านี้ได้ บางครั้งกลไกทางจิตจะปิดสวิตช์ แล้วไปแสดงออกในอีกบุคลิคหนึ่ง เช่นหนีออกจากโลกแห่งความเป็นจริง มีอาการคล้ายถูกผีเข้า หรือมีบุคลิคภาพใหม่ที่ไม่ใช่ตัวตนดั้งเดิม ซึ่งกลไกเหล่านี้เป็นกลไกอัตโนมัติของมนุษย์ ทำหน้าที่เพื่อคอยลดความเจ็บปวดของจิตใจ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 56918
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

  • น่าสงสารนะคะ เค้าเป็นคนหน้าตาน่ารักดี แต่ป่วยทางจิต

 โรคจิตเภทเป็นโรคจิตชนิดที่พบบ่อยมากที่สุด ( รู้สึกว่าน่ากลัวบวกกับความสงสารมากๆ)

      เข้าไปดูที่นี่นะhttp://www.mahidol.ac.th/mahidol/ra/rapc/sch-lay.html

อันที่จริงแล้วสิ่งแวดล้อมรอบตัวสามารถเป็นแรงกดดันสภาพจิตใจทำให้เกิดปัญหาทางจิต

ซึ่งเค้าน่าสงสารมากกว่าที่ต้องมาเจอสภาพเช่นนี้ แต่ก็น่ากลัวเพราะเราใม่สามารถมองออกได้เลย