ภาพ: แม้น้องๆ (สัตว์เลี้ยง) จะบ่นปวดหัวไม่ได้

ทว่า... สัตว์ส่วนใหญ่ก็มีความเครียด เหงา เศร้า ซึมได้คล้ายกับคน เช่น เวลาถูกทิ้งให้อยู่บ้านตัวเดียวนานๆ ฯลฯ

.

ภาพ: อาการปวดหัว ปวดท้อง (โดยเฉพาะปวดท้องส่วนล่าง หรือปวดท้องน้อย) และนอนไม่หลับ... เป็นความทุกข์ประจำของชาวโลก

.

ภาพ: อาการปวดหัวไมเกรน (migraine) ที่พบบ่อย คือ

  • ปวดตุ๊บๆ
  • ส่วนใหญ่ปวดข้างเดียว > อาจเริ่มด้วยการปวดข้างเดียว แล้วลามไป 2 ข้าง (ซ้าย-ขวา) ได้
  • บางคนมีอาการตาพร่า ตามัว มึนงง เวียนหัว

โรคนี้พบประมาณ 1/7 ของคนทั่วโลก

คนทั่วโลกตอนนี้มีประมาณ 7,000 กว่าล้านคน > ท่านที่เป็นโรคนี้ไม่ต้องตกใจ เพราะมีคนเป็นโรคนี้ประมาณ 1,000 กว่าล้านคน

ข่าวดี คือ ปวดหัวแบบนี้ มียาป้องกันหลายชนิดที่ช่วยให้อาการปวดบรรเทาเบาบางลงไปได้กว่า 70-80% ทีเดียว

.

ภาพ: อาการปวดหัวที่น่ารู้จัก 4 กลุ่มได้แก่ (อาการปวดแสดงด้วยแถบสีฟ้า ดังภาพ เรียงจากซ้ายไปขวา)

(1). ปวดไซนัส หรือโพรงรอบจมูก

  • ปวดที่เหนือตา - ปวดดั้งจมูก (ตรงกลางระหว่างลูกตา 2 ข้าง) - ปวดใต้ตา (แก้ม)

(2). ปวดหัวคลัสเตอร์ หรือปวดเป็นชุด

  • ปวดที่ลูกตา หรือรอบๆ ลูกตา, เจ็บรุนแรงคล้ายมีอะไรแทงตา
  • ถ้าปวดด้วย ตาแดง หรือการมองเห็นตกลง... จำเป็นต้องตรวจจอตา และความดันลูกตา เืพื่อแยกโรคต้อหินด้วยเสมอ

(3). ปวดหัวกล้ามเนื้อตึุงตัว

  • ปวดตื้อๆ มึนๆ ที่หน้าผาก
  • หรือปวดที่ท้ายทอย ร้าวไปคอ หรือไหล่

(4). ไมเกรน

  • ปวดตุ๊บๆ ตรงกับจังหวะชีพจร หรือจังหวะหัวใจเต้น
  • ส่วนใหญ่ปวดข้างเดียว
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือตาพร่า-ตามัว ร่วมด้วย

.

 

ภาพ: อาการปวดหัวส่วนใหญ่ เป็นผลจากโรคปวดหัวกล้ามเนื้อตึงตัว และการหดตัว-ขยายตัวของเส้นเลือด (เช่น ไมเกรน ฯลฯ)

  • ไม่นั่งนาน ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ > ลดปวดหัวกล้ามเนื้อตึงตึง
  • นอนให้พอ นอนไม่ดึก หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น > ลดปวดหัวไมเกรน

ปัจจัยกระตุ้นโรคปวดหัวไมเกรนที่สำคัญได้แก่

  • นอนดึก นอนไม่พอ
  • ร้อนจัด หนาวจัด
  • หิวจัด หิวนาน
  • อาหารบางอย่าง เช่น กล้วย เนื้อสำเร็จรูปที่ใส่ดินประสิว (เช่น ไส้กรอก หมูยอ ฯลฯ)
  • กลิ่นเหม็นบางอย่าง

.

 

ภาพ: อาการปวดหัว 3 แบบ

(1). กล้ามเนื้อตึงตัว = tension headache [ บน-ซ้าย]

  • ปวดตื้อๆ อาการปวดคงที่ คล้ายกับมีคีม หรืออะไรมาบีบหัว
  • ปวดที่หน้าผาก ขมับ ท้ายทอย
  • อาการปวดร้าวไปที่คอ หรือไหล่

(2). คลัสเตอร์ หรือปวดหัวเป็นชุด = cluster headache [ บน-ขวา ]

  • ปวดที่ตาข้างเดียว คล้ายมีอะไรแหลมๆ ทิ่มแทงลูกตา
  • อาจมีน้ำตาไหล

(3). ไมเกรน = migraine [ ล่าง-ขวา ]

  • ปวดตุ๊บๆ ตามจังหวะชีพจร หรือตามการเต้นของหัวใจ
  • ส่วนใหญ่ปวดข้างเดียว
  • บางครั้งปวดข้างเดียวก่อน แล้วลามไปทั่วหัวได้

                                                                                          

.
บิสเนสอินไซเดอร์ ตีพิมพ์เรื่อง '6 วิธีลดเสี่ยง (ป้องกัน) ปวดหัว', ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

.

(1). ระวังน้ำตาลในเลือดขึ้นๆลงๆ (สูงเร็ว - ต่ำเร็ว)

.

อาหารกลุ่ม "ข้าวขาว - ขนมปังขาว - แป้งขาว (เช่น อาหารทำจากแป้ง ขนม โรตี ฯลฯ) - น้ำตาล" ย่อยและดูดซึมได้เร็วกว่า "ข้าวกล้อง - ขนมปังโฮลวีท (ขนมปังเติมรำ สีน้ำตาล) - อาหารน้ำตาลต่ำ หรืออาหารที่ใช้น้ำตาลเทียมเสริม"

ระดับน้ำตาลในเลือดที่ขึ้นเร็ว ลงเร็ว วูบๆ วาบๆ เพิ่มเสี่ยงปวดหัว โดยเฉพาะคนที่มีโรคไมเกรนอยู่ก่อนแล้ว

การกินอาหารจากธรรมชาติ เลือกรูปแบบที่มีการแปรรูปน้อย ขัดสีน้อย ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นช้า ลดลงช้า ไม่วูบไม่วาบ เช่น การเปลี่ยน...

  • ลดข้าวขาว > เลือก... ข้าวกล้อง
  • ลดขนมปังขาว > เลือก... โฮลวีท (เติมรำ สีน้ำตาล)

.

ลดน้ำตาล...

  • ลดน้ำตาลเต็มร้อย > ลดน้ำตาล หรือใช้น้ำตาลเทียม 1/2 (เช่น ไลท์ชูการ์, ลินน์ ฮาล์ฟชูการ์ ฯลฯ)
  • เปลี่ยนกาแฟซื้อ > เป็นกาแฟชงเอง (กาแฟซื้อ ส่วนใหญ่ใส่น้ำตาล 6-12 ช้อนชา/ถ้วย)
  • เปลี่ยนน้ำผลไม้ > เป็นผลไม้ทั้งผล (ถ้ากินเปลือกได้, กินเปลือกบางส่วน ดีกว่าไม่กินเปลือกเลย)

การกินอาหารให้ครบทุกหมู่ ทุกมื้อ ช่วยลดระดับน้ำตาลขึ้นๆ ลงๆ หรือวูบๆ วาบๆ 

เน้นให้ทุกมื้อมีเส้นใยหรือไฟเบอร์ เช่น ผัก ถั่ว ผลไม้ทั้งผล ฯลฯ, มีโปรตีน (ถั่ว เต้าหู้ เมล็ดพืช นม ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน ฯลฯ), และไขมันชนิดดี เช่น อาหารผัดกับน้ำมันคาโนลา, น้ำมันเอ็มเมอรัลด์ หรือสลัดที่มีน้ำมันมะกอก

.

(2). อุณหภูมิต่างกันมาก (ร้อนจัด-เย็นจัด)

.

อากาศหรือสิ่งแวดล้อมที่ร้อนจัด-เย็นจัด เพิ่มเสี่ยงปวดหัว โดยเฉพาะคนที่เป็นไมเกรน หรือโรคปวดหัวตุ๊บๆ ตามจังหวะชีพจร ส่วนใหญ่ปวดข้างเดียว (บางช่วงอาจปวด 2 ข้าง, ซ้าย-ขวาได้)

.

(3). ภาวะขาดน้ำ

.

ภาวะขาดน้ำทำให้อ่อนเพลีย อ่อนล้า เหนื่อยง่าย หรือปวดหัวได้

ช่วงเวลาที่คนเราขาดน้ำบ่อย คือ ช่วงเช้า

วิธีป้องกันภาวะขาดน้ำที่ดี คือ ฝึกล้างมือหลังตื่นนอน บ้วนปาก แล้วดื่มน้ำ 1-2 แก้ว

คนปกติจะปวดปัสสาวะ หรือปวดฉี่ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

.

ถ้าปวดฉี่บ่อยกว่า 1 ชั่วโมง/ครั้ง อาจเป็นผลจากการดื่มน้ำมากเกินไป

ถ้าปวดฉี่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง/ครั้ง อาจเป็นผลจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป

มีคำกล่าวว่า อาหารเสริมที่ดีที่สุด คงจะมี 2 อย่าง คือ

  • (1). อาหาร "น้อยๆ หน่อย" = กินอาหารให้ครบทุกหมู่ + ลด "ข้าว-แป้ง-น้ำตาล" ให้น้อยลง
  • (2). น้ำ "เป-ล่า" = น้ำเปล่า หรือน้ำชาเจือจาง

.

การดื่มน้ำให้ดีกับสุขภาพ ควรดื่มให้มากหน่อยในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น

และลดปริมาณลงหลังพระอาทิตย์ตก

การดื่มน้ำมากก่อนนอน เพิ่มเสี่ยงต่อการปวดปัสสาวะ หรือปวดฉี่กลางคืน

ทำให้นอนหลับไม่สนิท หรือหลับไม่ต่อเนื่อง ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึก

.

การดื่มน้ำก่อนนอน เพิ่มเสี่ยงโรคกรดไหลย้อน อาจทำให้แน่นท้อง แสบร้อนหน้าอก หรือไอได้

เพราะหลอดอาหารเปลี่ยนท่า

จากท่านั่งหรือยืน (แนวตั้ง) เป็นท่านอน (แนวนอน)

เปรียบคล้ายน้ำในขวดที่ไหลออกเวลาขวดตะแคง ได้ง่ายกว่าตอนขวดตั้งขึ้นตรง

.

(4). ไม่นั่งนาน-ไม่อยู่นิ่งนาน

.

การนั่งนาน หรืออยู่นิ่งนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดต้องเกร็งค้างนานขึ้น เลือดไหลเวียนได้น้อยลง

กล้ามเนื้อคอที่เมื่อยล้า อาจส่งสัญญาณเป็นอาการปวดหัวได้

กล้ามเนื้อหลังที่เมื่อยล้า อาจส่งสัญญาณเป็นอาการปวดเมื่อย ร้าวไปทั่วตัวได้

วิธีที่น่าจะดี คือ ฝึกไม่นั่งนานเกิน 1 ชั่วโมง/ครั้ง โดยอาจเดินไปเดินมา 5-10 นาที, หรือลุกขึ้นยืนสลับนั่ง 2-3 ครั้ง ทุกขั่วโมง

.

(5). ไม่นอนดึก + นอนให้พอ

.

คนส่วนใหญ่ต้องการนอน 7-8 ชั่วโมง/คืน

คนส่วนน้อยต้องการนอนมากกว่า หรือน้อยกว่า 7-8 ชั่วโมง

การนอนไม่พอ 1-2 คืนแรก เพิ่มเสี่ยงความดันเลือดต่ำลง เบลอ หลัีบใน

การนอนไม่พอนานกว่า 1-2 คืน เพิ่มเสี่ยงความดันเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง เครียดง่าย ซึมเศร้า

.

(6). ผ่อนคลาย หรือรีแลกซ์ (relax)

.

การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ (2-3 เดือนขึ้นไป) มีส่วนช่วยลดความเครียด ช่วยให้หลับได้นานขึ้น หรือหลับลึกขึ้น

การฝึกโยคะ ไทชิ-ชี่กง ฝึกหายใจช้าๆ รำกระบองชีวจิต มวยจีนช่วยได้

การฝึกสมาธิช่วยได้เช่นกัน ทว่า... ควรระวังเจ้าสำนักที่เน้นการบริจาคให้มาก เพราะอาจเสี่ยงโรคทรัพย์จาง หรือเป็นหนี้

ถ้าท่านต้องการฝึกอานาปานสติ (กำหนดลมหายใจ), แนะนำให้อ่านข้อมูลจากที่นี่

.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีุสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

.

Thank BusinessInsider > http://www.businessinsider.com/6-ways-to-stop-a-headache-2014-3
.
Read more [ from BusinessInsider ] : http://health.usnews.com/health-news/blogs/eat-run/2014/03/14/how-to-stop-a-headache#ixzz2wIVGlgWj

.