แพทย์แผนไทย กับ หน่วยแพทย์ พอสว. ศักราชใหม่ ของการพัฒนา อย่างสร้างสรรค์

ผมเคยมีแนวคิด ว่า น่าจะมีบริการ รักษา ด้วยสมุนไพร ในหน่วยแพทย์ พอสว. และ ทำให้เกิดความรู้ ในการดูแลตนเองต่อเนื่อง ด้วยสมุนไพร โดยการทำฉลากยา และ บอกส่วนประกอบยาสมุนไพร และให้ยาสมุนไพรใช้จริง

ผมเคยลงทุนไป เยี่ยม และ ขอพบแลกเปลี่ยนแนวคิด กับผู้ใหญ่ ของ มูลนิธิ ซึ่งอยู่อาคารติดกันกับ โรงพยาบาลแพทย์แผนไทย ของ กระทรวงสาธารณสุข ที่ ยศเส

เพราะจากประสบการณ์ที่เคยออกหน่วยแพทย์ พอสว. เราแจก ยาฝรั่ง รักษา ผป. ในทำนองใช้ยาสามัญประจำบ้าน แบบยาฝรั่ง และนับวันที่มีความรู้มาก จนรู้ว่ายาไทยดีหลายอย่าง ผมจึงคิดว่า เราไปรักษาด้วยยาสมุนไพร และให้ฉลากบอก สรรพคุณที่ถุกต้อง ครอบคลุม ตามหลักวิชาสมุนไพร จะเป็นประโยชน์ต่อ ผป ให้เห็นคุณค่าของสมุนไพรมากขึ้น อยากจะปลูกรักษาต้นไม้ และนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่ในชนบท ห่างไกล แพทย์ และยาฝรั่ง แต่มีโอกาสดีที่ใกล้ชิดกับต้นไม้ธรรมชาติมากกว่า

การนำแพทย์แผนไทย ผสมผสาน กับหน่วยแพทย์ พอสว. จึงควรจะตอบโจทย์ ว่า จะส่งเสริมการดูแลตนเองด้วยสมุนไพรได้อย่างไร ในระยะยาว

ล่าสุดมีการนำร่อง สมทบออกหน่วยแพทย์แผนไทย กับ หน่วยแพทย์ พอสว. ครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ ที่ อ.เวียงสา จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 2 กพ. 2557 โดย การสมทบบุคคลากรด้านแพทย์แผนไทย จาก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย

http://www.dtam.moph.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=452:pr0235&catid=8:dtam-news&Itemid=114

http://www.thairath.co.th/content/edu/399582

 

ผมเคยทำงาน อยู่จังหวัดพัทลุง และสงขลา และเคยออกหน่วยแพทย์ พอสว. หลายครั้ง คิดว่า จะมีทุกจังหวัดที่เป็นภาคีสมาชิก เพิ่งมารู้ความจริงว่า ไม่ได้มีการสมัครเป็นภาคีสมาชิกครบทุกจังหวัด มีเพียง 55 จังหวัด
สามจังหวัดล่าสุด คือ จังหวัดที่ 53 ร้อยเอ็ด ปี 2554 54 บึงกาฬ ปี 2554 55 มหาสารคาม ปี 2555

http://www.pmmv.or.th/index.php/provincepmmv

ผมคิดว่า เป็นโอกาสดี ที่ พวกเรา ผู้สนใจ การแพทย์แผนไทย จะช่วยกันพัฒนา รูปแบบ การส่งเสริม จัดการความรู้เพื่อการดูแลสุขภาพในชุมชน ให้ได้ผลจริงได้อย่างไร

ผมลองตั้งคำถามเบื้องต้น หลายๆคำถามว่า 1 เราจะออกแบบ เอกสารฉลากความรู้ สมุนไพรอย่างไร กระทัดรัด ครอบคลุมสาระได้ดี 2 เราจะพัฒนา รายการยา ที่ออกหน่วย กี่ รายการ กี่ตำรับ จึงจะสะดวก ครอบคลุม 3 เป็นไปได้ หรือไม่ ที่เราจะพัฒนากำหนด กรอบรายการยา นอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้ในหน่วย พอสว. โดยเป็นยาที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นจริงๆ และ มีการแปรรูป ผลิตในส่วนกลางด้วย 4 เราจะประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใจบุญ อยากจะบริจาค เงิน ซื้อยา หรือ บริจาคยาสมุนไพร ใช้ออกหน่วยได้อย่างไร 5 เราจะชักชวน ให้ หน่วยงานภาคี พันธมิตร ร่วมออกหน่วย ร่วมสนับสนุนยาได้อย่างไร เช่น ออกหน่วยในจังหวัด ที่มี สถาบันสอน บัณฑิต แพทย์แผนไทย เขาร่วมกิจกรรมอาสา ให้ได้รับความพึงพอใจทุกฝ่าย ยกตัวอย่าง กาออกหน่วยในจังหวัด เชียงราย สงขลา สกลนคร ที่มีการสอนแพทย์แผนไทยในมหาวิทยาลัย ในจังหวัด หากมีการ่วมมือกัน และ ช่วยกันพัฒนา ส่งเสริมศักยภาพ ซึ่งกันและกัน อย่างเหมาะสม ผลดี และผลการพัฒนา จะช่วยยกระดับ การแพทย์แผนไทย

เท่า่ที่ผมเคยร่วมเป็นแพทย์อาสา หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มูลนิธิแสง ไซ้กี่ เหตระกูล ก็มีส่วนร่วมชักชวน ให้มีทีมอาจารย์แพทย์แผนไทย จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมออกหน่วยให้บริการ ให้คำแนะนำ มีการนำยาสมุนไพรออกให้บริการโดย ผลิตจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรูปแบบนี้ ยังคงสืบต่อเนื่องมา

ก็หวังว่า การแพทย์แผนไทย กับ หน่วย พอสว . จะเป็นหนทางหนึ่ง ให้ประชาชน ห่างไกล ได้โอกาส ได้ประโยชน์จากความรู้ และ การบริการแพทย์แผนไทย และ เราคงจะเห็นรูปแบบการส่งตัวผป โรคยากๆ รักษาด้วยการแพทย์แผนไทย ดังที่เราส่งตัวแบบการแพทย์ฝรั่งแผนตะวันตกมาช้านาน คู่ขนานกันไป

ผู้เรียนรู้รุ่นหลัง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ก้าว(ย่าง อย่าง)ไทย



ความเห็น (1)

sr
IP: xxx.238.66.3
เขียนเมื่อ 

I think it's a great idea to have 'a core set of (Thai) herbal remedies for common complaints' available at no or low cost to people. It is a firm step towards sufficiency in health. The core set can be supplemented by some 'particular (skin, stomach, heart, mouth,...) sets of complaints later as a way to expand both more specialized remedies and public knowledge on diagnosis.

Thank you for shaing your work.