ถอดบทเรียน "ต้นกล้าจิตสดใส วัยบริสุทธิ์ จูงลูกหลานเข้าวัด" ; วิถีวัดวิถีธรรมชาติ


หลังจากเด็กๆ มาถึงที่ศาลา ๔ โดยผู้ปกครองมาส่งในบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ ทำความรู้จักกับเด็กๆ เสร็จแล้วพระอาจารย์ก็พูดคุยสร้างความเป็นกันเองกับเด็กๆ ...

จากนั้นในกิจกรรมแรก ; พระท่านก็สอนเด็กๆ ในเรื่องการกราบพระก่อน อันเป็นการกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ ซึ่งพักหลังๆ เท่าที่สังเกตผู้คนนั้นมักจะกราบพระไม่ถูกต้อง จะเป็นลักษณะของการกราบคล้ายสับหมู แบบโขกโป๊กๆ สามครั้ง ดังนั้นบทเรียนแรกที่เด็กๆ ได้รับคือ เรียนรู้เรื่องการกราบ ซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญของการเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีที่พึงทำให้ถูกต้อง แสดงออกถึงความนอบน้อมและอ่อนโยน

กิจกรรมที่สอง ; ในเรื่องของการทำวัตรเช้าวัตรเย็น ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าเด็กๆ มีความพยายามอย่างมากที่จะสวดมนต์ ซึ่งพระอาจารย์ท่านได้นำพาในการสวดมนต์แบบแปลเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ความหมายของการสวดมนต์ด้วย เป็นอะไรที่น่ารักมากเมื่อเห็นเด็ก ป.๑ ป.๒ เพิ่งหัดอ่านหนังสือ แต่ก็พยายามที่จะสวดมนต์ตาม เห็นแล้วก็ชื่นใจ

กิจกรรมที่สาม ; การนั่งสมาธิและเดินจงกลม ... เป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ได้ฝึกนั่งหลับตาในท่าขัดสมาธิมือขวาทับมือซ้าย หายใจเข้าออกสบาย พร้อมเรียนรู้ตามแบบสายวัดป่าที่บริกรรมคำ "พุทธ-โธ" ... เพียงประมาณ ๕ นาที แต่อาศัยทำบ่อยๆ สังเกตได้ว่าการฝึกเช่นนี้ เด็กๆ นิ่งได้เร็วขึ้น จากที่มีเด็กแฝดคู่หนึ่งปกติจะเป็นเด็กที่ไม่อยู่นิ่ง พอได้รับกระบวนการนี้ความสนใจและความสงบนิ่งมีมากขึ้น พร้อมเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งกิจกรรมการนั่งสมาธินี้จะทำบ่อยและถี่ขึ้นในเด็ก ส่วนการเดินจงกลมพระอาจารย์จะพาเดินหลังจากทำวัตรเย็น เพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักพื้นฐานของการเดินจงกลม ร่วมกับการฝึกเดินแบบเจริญสติ โดยช่วงเช้าที่เดินชมธรรมชาติรอบวัดนั้นก็ใช้พื้นฐานของการเดินแบบเจริญสติเข้ามาแทนการเดินแบบหยอกล้อพูดคุยกันไป

กิจกรรมที่สี่ ; การใส่บาตร โดยทางครัววัดจะเตรียมข้าวเหนียวไว้ให้และพระอาจารย์ก็จะพาเด็กๆ ไปใส่บาตรที่ลานธรรม เนื่องด้วยว่าวันนั้นฝนตก จึงมีการตั้งบาตรพระที่ลานธรรมและเด็กๆ ได้เรียนรู้ในเรื่องการใส่บาตร

กิจกรรมที่ห้า ; การทานอาหารรวมกันในภาชนะเดียว เป็นอะไรที่แปลกไปในวิถีชีวิตของเด็กๆ ได้จัดอาหารลงในภาชนะด้วยตนเอง ตักอาหารอย่างพอเพียง และฝึกทานคล้ายพระท่าน สำหรับข้าพเจ้าแล้วถือว่านี่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่เด็กหลายๆ คนไม่เคยได้เจอ และเรื่องนี้ก็จัดว่าฝึกไม่ยากมากนักในเด็กเพราะดวงจิตของเขาค่อนข้างใสสะอาดและฝึกง่ายแรงต้านมีน้อย

กิจกรรมที่หก ; ตื่นนอนแต่เช้ามืด ... จากที่พระอาจารย์นัดหมายว่าให้ตื่นนอนตอนตี๕ แต่ปรากฏว่าเด็กๆ พากันตื่นตั้งแต่ตี๔ ตื่นแล้วก็พากันมานั่งอ่านหนังสือนิทานที่ศาลา๔ ซึ่งโดยหนังสือส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือนิทานพุทธประวัติ หรือชาดกต่างๆ 

อีกกิจกรรมหนึ่งที่ถือว่าเป็นสีสรรมากๆ คือ การเดินทางไปหนองไคร้...ซึ่งอยู่บริเวณท้ายวัด เด็กๆ ตื่นเต้นกันมาก

ช่วงสัปดาห์นี้ฝนตกทุกวัน แต่ในช่วงเวลาที่ไปทัศนศึกษา ณ ริมหนองไคร้ ฝนได้หยุดตกแล้ว ด้วยความเมตตาอย่างยิ่งหลวงปู่ได้ตามไปหลังท่านฉันจังหันเสร็จและนำพาเด็กๆ ดูปลาและให้อาหารปลา เป็นที่ชื่นใจ อิ่มใจไปตามๆ กัน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ... นำมาซึ่งความเบิกบานใจอย่างมาก

...

๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๖

หมายเลขบันทึก: 549146เขียนเมื่อ 24 กันยายน 2013 12:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 กันยายน 2013 12:15 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี