คุณลำใยเพลงนี้มีเฮ


ยังจำไม่เคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว้ ที่เธอเรียกฉันลำใย ฉันเก็บเอาไว้ในใจเรื่อยมา

               “ยังจำไม่เคยลืมเลือน  คอยเตือนตัวเองเอาไว้  ที่เธอเรียกฉันลำใย  ฉันเก็บเอาไว้ในใจเรื่อยมา  ชื่อดีก็มีถมไป  มาเรียกลำไยทำไมเล่าหนา  บลา  บลา  บลา  ...............” 

 

 

               ใครจำได้บ้างเอ่ย  เพลงคุณลำใย  เพลงลูกทุ่งยอดฮิตในสมัยมัธยมศึกษาตอนต้น  เมื่อปี  พ.ศ. 2545  ไม่มีใครคนไหนเลยที่จะไม่รู้จักเพลงนี้   แม้กระทั่งตัวปุกปุยเองก็ยังร้องตามได้  (หรือบางทีก็แอบโยกย้ายตามพี่ลูกนก  เขานิดหน่อย)  เพราะเนื้อเพลงที่สนุกและง่ายต่อการจำ  มันจึงกลายเป็นเพลงติดปากสำหรับนักเรียนบ้านนอกมัธยมศึกษาปีที่  2/2  โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร  และเพลงนี้เองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวความตลกสดใสน่ารักสไตล์ปุกปุย

 

 

บ่ายโมงตรงเป็นเวลาเข้าห้องเรียน  หลังจากที่พวกเราชั้น ม. 2/2  พักกลางวันทานอาหารเสร็จแล้วก็มาเจอกันที่ห้องเรียนซึ่งแยกออกมาจากอาคารเรียนอีกที  ห้องเรียนแถวนี้จะติดกับต้นมะม่วงใหญ่และกำลังออกลูกดกเต็มต้น  พวกเราชอบเอารองเท้าขว้างเก็บมะม่วงบ่อยๆ  มากินกับกะปิและก็มักจะได้มาหลายลูกทีเดียว  (แต่ถ้าอาจารย์ผ่านมาเห็นก็ตัวใครตัวมันโดยเฉพาะ ผอ.)   ห้องเรียนวิชาภาษาไทยห้องนี้ดูจะรกเป็นพิเศษและโต๊ะเรียนที่ห้องเรียนแถวนี้จะมีคำสารภาพรักของนักเรียนแบบว่าคนนั้นรักคนนี้  คนนี้รักคนนั้น  (ปุกปุยเองก็มีคนมาเขียนบอกรักน่ะ  คริคริ)  หรือแบบโหดหน่อย   ก็มีด่าทอและท้าตบกัน  ซึ่งมันเป็นศิลปะมาก  พอได้อ่านแล้วยิ่งอยากติดตามตอนต่อไปเลยก็ว่าได้  ที่สำคัญมีคำพวกนี้อยุ่ทุกโต๊ะเรียนและจนกว่าจะเปิดเทอมพวกเราถึงจะได้มีโต๊ะสะอาดๆ  เพราะถึงช่วงเทศกาลงานขัดโต๊ะประจำเทอมที่อาจารย์สั่งให้เหล่านักเรียนซื้อกระดาษทรายมาขัดโต๊ะเรียน  ขัดกันตั้งแต่  ม.1 -ม.6  เท่าที่จำได้ห้องเรียนห้องนี้ปุกปุยจำได้ว่ากำลังจะกลายเป็นธนาคารขยะและขายหนังสือเรียนมือสอง

 

 

วันนั้นเป็นวันที่พวกเรามีเรียนกับอาจารย์ขาโหด  อาจารย์สุรีย์  ใบบัว  (ถ้าใครจำได้จากเรื่องลูกอมหมากเก็บเป็นอาจารย์คนเดียวกันเลยน่ะที่ตีเจ็บมาก)  แต่วันนั้นอาจารย์ไม่มาสอน  (ในใจพวกเราคิดว่า  สบายล่ะกู)  แต่ก็ไม่วายมีคำสั่งลงมาให้พวกเราทำความสะอาดบริเวณแถวห้องเรียนซึ่งขยะเยอะมากมีแต่ใบมะม่วงสีน้ำตาลแก่ร่วงเต็มเลย  และก็ถุงพลาสติก  ปุกปุย  บุ้ง  บุ๋ม  พวกเราก็เก็บขยะกันไป  เพื่อนมัตติกา  นวลปรางค์  เรืองทิพย์  ก็เดินนำหน้าฉันพร้อมกับร้องเพลงคุณลำใยไป  “ยังจำไม่เคยลืมเลือน  คอยเตือนตัวเองเอาไว้  ..........”  เธอทั้งสามก็ร้องเพลงไปเรื่อยๆ  จนสายตาของฉันไปสะดุดกับเพื่อนทั้งสามคน  มัตติกา  นวลปรางค์  เรืองทิพย์  ที่หยุดยืนร้องเพลงคุณลำใยอยู่ตรงที่ๆ  หนึ่ง  แล้วก็มีสิ่งที่ไม่น่าจะมีปรากฏขึ้นนั้นคือ  งูสีน้ำตาลที่อยู่ในกองใบมะม่วงสีน้ำตาล  ตัวมันใหญ่พอสมควร  แต่ที่แน่ๆ  ตัวของงูนี้ขนาดมันไม่เล็ก  มันพยายามกระโดดฉกเพื่อนทั้งสามของฉัน  แต่ด้วยความที่มันคงมึนกับรองเท้านักเรียนเบอร์  38  ของใครสักคนในนั้น  เพราะเพื่อนสาวทั้งสามของฉันดันเล่นเดินไปเหยียบกลางหัวของงู  มันเลยฉกเพื่อนสาวของฉันไม่โดยขาสักที 

 

 

ฉันผู้ที่อยู่ข้างหลังพอเห็นงูก็ตะโกนบอกเพื่อนด้วยความหวังดีว่า   “งู  งู  เฮ้ย งูอยู่ข้างหลังพวกมึง”   เพื่อนทั้งสามคน  มัตติกา  นวลปรางค์  เรืองทิพย์  แต่พวกมันไม่ฟังฉันเลย   อีกทั้งพวกมันยังร้องเพลงคุณลำใย  สนุกปากเพลิดเพลินกันต่ออีก  โดยไม่รู้เลยว่ามีอันตรายอยู่ข้างหลัง  งูตัวนั้นมันก็พยายามกระโดดฉกอีกครั้ง  ฉันก็พยายามตะโกนบอกว่า  “งู  งูจะฉกแล้ว  งูจริงๆ นะ” (ความรู้สึกฉันตอนนั้นทั้งเสียวว่าเพื่อนจะโดยงูกัด  อีกใจหนึ่งก็ขำเพื่อน)  เพื่อนทั้งสามคน  มัตติกา  นวลปรางค์  เรืองทิพย์  ยังไม่สนใจในคำพูดฉันและก็เป็นแบบนี้อีกหลายครั้ง  จนพวกมันร้องท่อนเร็ว  "น้องกิ๊บเชอรี่น้องวาย  มีตั้งมากมายไม่ยอมเรียกกัน  หรือเรียกว่า  น้องแอนน้องอัน  ........."  ทั้งๆ  ที่ยืนอยู่ข้างหน้างูตัวสีน้ำตาลตัวนั้นที่พวกมันเหยียบ  ส่วนตัวฉันก็ตะโกนเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วงว่า  "งู  งู  งู  เชื่อกูดิ  งูอยู่ข้างหลังพวกมึง" 

 

 

 

ผลสุดท้ายอาจเป็นเพราะพวกมันรำคาญเสียงตะโกนของฉัน  เพื่อนทั้งสามคน  มัตติกา  นวลปรางค์  เรืองทิพย์  จึงหันกลับหลังมาดูเจองู  (จังหวะนั้นงูคงหายมึนหัวแล้ว)  กำลังแผ่แม่เบี้ย เพื่อนทั้งสามคน  มัตติกา  นวลปรางค์  เรืองทิพย์  สีหน้าพวกมันแต่ละคนแสดงออกได้ชัดว่าเหว๋อมาก  เพลงคุณลำใยที่ร้องกันใกล้จะจบเพลงแบบสนุกปาก  ตอนนี้ไม่สนุกแล้ว  กลายเป็นตกใจกลัวแบบสุดขีด  ลูกกะตาแต่คนนี้โตเป็นไข่หงส์  กระโดดกันไปคนละทิศคนละทาง  ร้องกรีดลั่นสนั่นซอยเลยก็ว่าได้  เท่านั้นละเพื่อนทุกคนหันไปมองเธอทั้งสามแล้วก็ขำ  ส่วนฉันผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดยืนหัวเราะอยู่ข้างหลังพวกเธอทั้งสาม  คนอย่างสะใจเล็กน้อย  พวกมันบอกว่ามันคิดว่าฉันแกล้งมัน  และก็ว่าฉันว่าทำไมไม่ตะโกนบอกมันดีๆ  ทำไมต้องขำไปตะโกนไปด้วย  พวกมันเลยไม่อยากจะเชื่อ  ประกอบกับนิสัยขี้เล่นของฉันด้วย  แล้วแบบนี้ฉันควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะ  ฮ่าๆๆๆ

 

 

 

***ปล.

 ม.พ.พ.  หรือ  โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร  เพราะชื่อโรงเรียน  "พันพิทยาคาร"  เด็กนักเรียนถึงได้เป็นนักเรียนที่พันพิษ  มีพิษสงรอบตัว

ตอนนี้ปุกปุยมารับงานนอกที่  AIT  หากท่านใดที่คิดถึงเรื่องเล่าขำขันของปุกปุยก็อย่าลืมแสดงความคิดเห็นที่ด้านล่างน่ะจ๊ะ  เพราะคนเขียนคนนี้ค่อนข้างขี้เหงาหัวใจ  ^^  

หมายเลขบันทึก: 548823เขียนเมื่อ 20 กันยายน 2013 22:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 กันยายน 2013 00:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

...อ่านแล้วมองเห็นภาพ...ตื่นเต้นนะคะ...

ขอขอบคุณพี่ ดร. พจนา แย้มนัยนา  มากๆ น่ะค่ะที่เข้ามาอ่านบันทึกอยู่บ่อยๆ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง