ลิงกังเผือก กาเผือก (สัตว์คู่บารมีช้างเผือก)

         ครั้งก่อนได้เขียนบันทึกเรื่องของช้างเผือก คือ พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ซึ่งเป็นช้างเผือกเชือกแรกของในหลวงของเรา ครั้งนี้ขอเขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับช้างเผือกเพิ่มเติมนะคะ ปกติรัชสมัยของกษัตริย์พระองค์ใดก็ตามที่มีช้างเผือกเข้ามาสู่พระบารมีย่อมแสดงให้เห็นถึงพระบุญญาธิการของกษัตริย์พระองค์นั้น ยิ่งมีช้างเผือกเข้ามาสู่พระบารมีมากเท่าใดยิ่งแสดงให้เห็นถึงพระบารมีที่มากขึ้นเพียงนั้น (สำหรับเรื่องราวเหล่านี้หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วนะคะ) แต่มีเรื่องหนึ่งที่มีเขียนไว้ในตำราว่าด้วยคชลักษณ์ช้างสำคัญ คือเรื่องของ สัตว์คู่บารมีช้างเผือก นั้นคือ ลิงกังเผือก(ย้ำต้องเป็นลิงกังเท่านั้นค่ะลิงชนิดอื่นถือว่าไม่ใช่) และกาเผือก ว่ากันว่า หากปรากฏช้างเผือกขึ้นแล้วและมีสัตว์สองชนิดนี้ปรากฏขึ้นด้วยนั้น แสดงให้เห็นว่ากษัตริย์พระองค์นั้นทรงมีพระบารมีและพระบุญญาธิการสูงส่งยิ่ง ที่ผ่านมามีแต่ในตำราค่ะ ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีปรากฏเลยว่าจะมีสัตว์สามชนิดบังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน จะมีบันทึกไว้ก็แต่ช้างเผือกที่มีมาให้เห็นตลอดและบางช่วงเวลาอาจพบเจอลิงเผือกบ้าง (แต่อย่างไรก็ตามไม่เคยพบทั้ง 3 ชนิดในช่วงเดียวกันเลย) .........แต่มารัชกาลในหลวงของเราพระองค์ปัจจุบันนี้ละค่ะ สิ่งที่เคยบันทึกไว้ในตำนานปรากฏให้เห็นครบ 3 เลย.. ..

                              

                                       

                 สำหรับเจ้าลิงกังตัวนี้เป็นลิงป่าค่ะ จับได้ในป่าบริเวณเทือกเขาบูโดทางใต้ เรื่องมีอยู่ว่า นายตอเละ เจ้าของลิงเผือกซึ่งมีอาชีพกรีดยาง และใช้เวลาว่างวางกับดักลิงกังบนเทือกเขาบูโด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนยาง โดยได้สร้างกรงวางกับดักลิงกังมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว แต่ไม่เคยได้สักตัวเดียว และเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา นายตอเละได้ไปดูกรงกับดักที่วางไว้ นายตอเละเล่าว่าพอเห็นสิ่งที่อยู่ในกรงก็รู้สึกตกใจเหมือนใจจะขาด เพราะได้เห็นลิงกังตัวใหญ่มีขนสีเผือกทั้งตัว เมื่อได้สติแล้วได้นำลิงดังกล่าวออกมา และนำกลับมาบ้าน ปรากฏว่าลิงมีนิสัยดีมาก ไม่เหมือนกับลิงกังป่าที่ชาวบ้านเคยได้มาที่มาใหม่จะตื่นคนบ้าง แต่ตัวนี้ไม่มีอาการตื่นคนแต่อย่างใด ตนจึงได้ทำรั้วไม้ข้างบ้านเลี้ยงไว้เป็นอย่างดี มีนิสัยพิเศษของลิงตัวนี้ คือไม่ดื่มน้ำ แต่จะดื่มนม และไม่กินข้าวที่ชาวบ้านป้อนให้อีกด้วย หลังจากที่มีข่าวแพร่สะพัดออกไป ทำให้มีชาวบ้านจากทั่วสารทิศทั้งในเขต อำเภอรามัน และอำเภอใกล้เคียง ต่างได้จูงลูกเด็กแดง มาดูเป็นจำนวนมาก โดยเฉลี่ยแล้ววันหนึ่งไม่น้อยกว่า 500 – 600 คน นายตอเละจึงได้ตั้งตู้รับบริจาคเพื่อใช้เป็นค่าอาหารลิงด้วย ด้านนายหาเส็ง การียา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านกาเยาะมาตี หมู่ที่ 2 ต.จะกว๊ะ เพื่อนบ้านของนายตอเละ เจ้าของลิง เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวออกไป มีชาวบ้านแห่มาดูเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่มาดู บอกว่าในชีวิตไม่เคยเห็นลิงกังเผือก ลักษณะอย่างนี้ นอกจากนี้ยังมีนิสัยดี น่ารัก ดูขนตามตัวสะอาด นายตอเละ บอกว่า ถ้าเป็นไปได้ ขอถวายแด่ในหลวง ซึ่งขณะนี้ทางผู้ใหญ่บ้าน กำลังหารือประสานงานกับผู้ใหญ่ในจังหวัด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในจัดถวายกันต่อไปแล้ว

                                                  ดูลิงกังเผือกไปแล้ว เรามาดูกาเผือกบ้างนะคะ  

                      

        พบนกประหลาด คืออีกาเผือก สีขาวทั้งตัวที่บ้านเลขที่ 127 ม.9 ชุมชนคุ้มวัดหอก่อง ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ผู้สื่อข่าวจึงไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบว่าเป็นบ้านของนายนายมนูญ กองแก้ว อายุ 40 ปี มีเพื่อนบ้านหลายคนกำลังล้อมวงดูกาเผือกตัวดังกล่าวในกรงเหล็กหน้าบ้านนายมนูญ กล่าวว่า ตนมีอาชีพค้าขายโค-กระบือ และมีความรู้เรื่องเวทย์มนต์ มีลูกศิษย์นับถือหลายคนเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมาไปซื้อโคที่ตลาดนัด อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ไปพบลูกศิษย์โดยบังเอิญ ลูกศิษย์จึงพาไปที่บ้านที่ต.บ้านไท อ.เขื่องใน และมอบกาเผือกตัวนี้มาช่วงนั้นกาตัวนี้อายุได้สัปดาห์เศษเท่านั้น ปัจจุบันก็อายุ 2 เดือนแล้ว โดยลูกศิษย์บอกว่าลูกสาวไปเลี้ยงควายที่ชายป่า พบกาตัวนี้หล่นจากรังลงมาที่โคนต้นหว้าจึงนำมาเลี้ยงไว้แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อนายมนูญกล่าวว่า กาเผือกตัวนี้แปลกตรงที่ไม่กินแมลงเป็นอาหาร ทุกๆวันตนและพ่อตาจะป้อนกล้วยและหัวอาหารให้กินหลังชาวบ้านมาเห็นได้นำไปพูดปากต่อปากจนโด่งดังและมีเจ้าของบริษัทขายรถยนต์ จากจ.อุบลราชธานีมาขอซื้อในราคา 50,000 บาท แต่ตนไม่ขาย เพราะเชื่อว่า เป็นสัตว์มงคลหายากคล้ายกับช้างเผือก ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกิดมายังไม่เคยเห็นกาสีขาวผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกาเผือกตัวนี้ลำตัวเป็นสีขาวล้วน ตาสีแดงจงอยปากสีชมพู สูงประมาณ 20 ซ.ม. โดยนายมนูญเฝ้าระวังอย่างดี ได้ทำกรงเหล็กให้อยู่ขนาดยาวประมาณ 1 เมตร กว้างและสูง 60 ซ.ม. ตกค่ำก็จะยกกรงไปไว้ในห้องครัวหลังบ้าน เช้าจึงยกออกมาหน้าบ้าน  (ซึ่งตามปกติกฏหมายจะบัญญัติไว้อยู่แล้วนะคะว่าหากพบสัตว์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองต้องแจ้งให้ทางราชการทราบด้วย)

โอกาสหน้าจะมาเขียนบันทึกเรื่องช้างสำคัญเพิ่มนะคะ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้มั้ยจ๊ะ



ความเห็น (0)