ลูกอมหมากเก็บ

           ณ  โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง  ในห้องเรียนวิทยาศาตร์  คาบวิชาชีววิทยา  เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่  6 

จำนวน  30  คน  นั่งรออาจารย์สอนวิชาชีววิทยาอย่างไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย  บางคนก็โทรศัพท์คุยกะแฟนบ้าง 

ฟังเพลงบ้าง   บางคนก็เอากีต้าร์มาดีดร้องรำทำเพลงตามอัธยาศัย  แต่มีหญิงสาวกลุ่มหนึ่งและผู้ชายรักสวย

อีกหนึ่งคนนั่งลงกับพื้นข้างโต๊ะเรียนสีขาวขนาดใหญ่   พร้อมที่จะตั้งวงทำกิจกรรมบางอย่าง

เพื่อนเข  :  เอ้าคุณปุย  มึงเอาหินออกมาเล่นหมากเก็บกัน

ปุกปุย     :  อ่ะ  เอาไปดิ

เพื่อนชุ   :  คุณเพื่อนเดย์  คุณเพื่อนส้ม  คุณเพื่อนแพร  พวกมึงลงมาเล่นด้วยกันเลย  เร็วๆ 

         ผองเพื่อนหญิงกล้าและชายแกร่งลงมาล้อมวงพร้อมจะเล่นหมากเก็บทีมชาติ   ทุกคนเริ่มจากการทอยหินก่อน

ผลปรากฎว่าชายแกร่งของเรา  แม่สาวเดย์ได้เล่นเป็นคนเเรก  ต่อมาก็เพื่อนส้ม  เพื่อนชุ  ปุกปุย  เพื่อนแพร  เพื่อนเข  

ตามลำดับ

เพื่อนเดย์  :  แก๊ก  แก๊ก   อึ๊บแก๊ก  เป็นไงพวกมึง

เพื่อนเข    :   มือมันได้เปรียบว่ะ  หนีบหินได้ทุกเม็ด

เพื่อนส้ม   :  เก่งน่ะมึง  เดี๋ยวรออีจุ๊บก่อนเหอะ  มึงตายแน่

เพื่อนแพร  :  เพื่อนเดย์  มึงน่ะ  รีบๆ ตายได้ล่ะ ให้กูเล่นบ้าง  กูอยากเล่น

          ในขณะที่เพื่อนกำลังเล่นหมากเก็บอย่างสนุกสนานนั้นเอง  สายตาของปุกปุยก็พลันเหลือบไปเห็นอาจารย์

ฝ่ายปกครองที่ซึ้งได้ขนานนามจากนักเรียนทุกรุ่นว่า  โหดและลงไม้เรียวที่ก้นเจ็บที่สุด  ขณะที่อาจารย์กำลังเดินมา

ใกล้เรื่อย   ปุกปุยก็ได้ทำอะไรบางอย่าง  จึงเริ่มกระดึบตัวเลื้อยขึ้นไปนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนเดิม  พร้อมสีหน้า

ที่นิ่งแยบยนและเฉยมากๆ  ถ้านึกภาพไม่ออกให้คิดถึงตอน  สายลับ Johnny English  ทำหน้านิ่งแล้วค่อยๆ 

ย่องหาแหล่งข่าว จากเหล่าร้าย

เพื่อนชุ     :  มึง ไอ้คุณปุย มึงขึ้นไปทำไมนั่งทำไม  ลงมานี่

เพื่อนส้ม   :  เออ  ขึ้นไปทำไม หรือมึงไม่เล่นล่ะ

ปุกปุย       :  เปล่า  แต่.....(ปุกปุยพูดพร้อมทั้งขยิบตาไปทางนอกห้องเรียน)

เพื่อนเข    :  อะไรของมึงว่ะ  กูล่ะงง

ปุกปุย       :  นู้นน่ะ......

          ทันใดนั้นเอง  อาจารย์สุรีย์ก็เดินมาถึงภายในห้องเรียน  ทุกอย่างเงียบกริบเหมือนอยู่ในป่าช้า 

ทุกคนเข้าประจำที่เหมือนเดิม  ยกเว้นแต่แก็งส์หมากเก็บทีมชาติ   มีแต่สายลมอ่อนๆ พัดไหวพัดผ่านไป

อาจารย์สุรีย์  :  เอ้าว่าไง  นี่มันวิชาอะไร  แล้วนี่ทำไรกันตอนอาจารย์สอนไม่อยู่  หรือเล่นหมากเก็บจนเพลินเลยน่ะ

                       ม่ะมาเอาลูกหินมา  ใครที่นั่งเล่นลุกขึ้นมา   มาเลยยัยเขมิกา  อ้าปากแล้วอมลูกหินไว้  จนกว่าอาจารย์

                       สอนจะมาสอน  ค่อยเอาลูกหินออก

         จากนั้นเพื่อนๆ ก็ค่อยอมลูกหินไว้ในปากเป็นช่วงเวลาพักใหญ่  จนอาจารย์สุรีย์เดินจากไปเพื่อนๆ 

ทุกคนที่นั่งเล่น หมากเก็บด้วยกันก็กลับมานั่งที่เดิม  พร้อมคายลูกหินออกจากปาก  บางอันก็มีผงชูรสหรือน้ำลาย

ติดเล็กน้อย

เพื่อนเข   :  ไอ้เชี้ยปุย  มึงเลยเห็นอาจารย์มาแล้วไม่ยอมบอกพวกกู

เพื่อนชุ    :   แปะ....สักทีเหอะ  แม่งเนียนเลยน่ะมึงกูว่าแล้ว  ทำไมมันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้  สาดดดดด

เพื่อนส้ม  :   ฮ่าๆๆๆๆ  กูล่ะฮา

ปุกปุย      :   กูก็กะจะบอกพวกมึงนั้นแหละ  แต่ไม่ทันล่ะ  กูขอโทษ

เพื่อนแพร  :  ดีน่ะของกูเม็ดเล็ก ฮ่าๆๆ  เลยไม่เท่าไหร่  ฮ่าๆๆ

เพื่อนเดย์   :  อาจารย์มาไม่บอกกูเลยน่ะมึง  ไอ้ปุย  ดูดิพวกกูอมหินยังกะอมฮอลล์

ปุกปุย        :  หินมี  5  ก้อน  พอดี  ถ้ารวมกูเข้าไปหินมันจะไม่ครบ  ฮ่าๆๆๆๆ

รวมเพื่อน   :  อ่ะเอาคืนไปหมากเก็บมึงเนี้ย  พวกกูเช็ดน้ำลายเรียบร้อยล่ะ

            หลังจากวันนั้นมาไม่มีใครในผองเพื่อนนั่งเล่นหมากเก็บกันอีกเลย  อาจเป็นเพราะลืมรสลูกอมหมากเก็บไม่ลง

หรือคงเบื่อการเก็บหิน  5  ก้อน 


         ***  ปล. นี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นความแสบและเนียนของปุกปุยเท่านั้นยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้คุณรู้จัก

คำว่า  ปุกปุย  เด็กน้อยที่ไม่รู้จักโต  ด้วยความมึนกับหน้าตาที่ใสซื่อ  ที่ใครต่อใครถึงต้องบอกว่า  กวนพระบาท

แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า เด็กหญิงปุย



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะ

ที่เขียนเรื่องสนุกๆให้อ่าน

อ่านไปขำไป...มีความสุขที่สุดค่ะ

เขียนเมื่อ 

@Bonnie ขอบคุณมากๆค่ะ ทั้งหมดที่เขียนมาจากเรื่องจริงน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

๕ ๕ ๕ ๕  ดีจัง  ฟันไม่ผุ