เหตุการณ์ในวันวาน..กับความต้องการของหัวใจ..


การคิดบวก คือคิดดี คิดให้ตลก คิดในเชิงสร้างสรรค์

ตอนที่ 1   คิดบวก


หัวใจนี้สำคัญนะ..เป็นศูนย์รวมของความรู้สึก..ท้งหมดของร่างกายเลยทีเดียว..น่าสงสารนะ..หากเราใช้ใจไม่ถนอมไม่รู้คุณค่า..เพราะเขารับรู้..เรือ่งของเรา..ดีที่สุด..ว่าไหม?

ชีวิตมันไม่ได้เจอแต่เรื่องร้ายๆหรอกนะ..ถึงแม้ว่า.บางคนจะเจอเรื่องราวเลวร้ายมากมายและยาวนาน..หากเราคิดบวก..มองโลกในแง่ดี..เชื่อในเรื่องเวรกรรม..ช่วยได้เยอะนะคะ..หากมัวโทษแต่คนอื่นโดยไม่ย้อนมองดูตัวเอง..ความทุกข์ ความเศร้า..ความเกลียดชัง..และความโกรธ..น้อยใจตัวเอง.ก็จะเกิดขึ้นตลอดเวลา..เราสุขไหม..คนที่รักเราสุขไหม  ครอบครัวคนที่ห่วงใยเราสุขไหม...สภาพเราดีไหม งานเราดีไหม ..คำตอบที่ได้..คือไม่...ยิ่งมีคนเกลียดมีความหมั่นใส้มากเท่าไหร่...เรายิ่งต้องทำให้เขาเสียดาย..และผิดหวัง..ที่เขาคิดแบบนั้น..

ว่าไปชีวิตฉันเศร้ายิ่งกว่านิยายอีกนะ..พ่อเสีย..ตอนเรียนมช.ปี 2  ต้องอดและประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้..กลัวไม่มีคนส่งเรียน แม่เป็นชาวไร่..พี่ติดทหาร..น้องสาวเป็นสาวโรงงานเย็บผ้า น้องชายทำงานก่อสร้าง...ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อส่งเสียเราให้เรียน โอ้ยยย..อะไรจะขนาดนั้น..ชีวิต..

ฉันได้แต่มองคนที่เขาเกิดมาสมบูรณ์แบบ มีเงินกิน เงินใช้ อยากได้อะไรก็ได้ อยากกินอะไรก็ได้กินแบบอิจฉาที่เขาเกิดมามีบุญ.. ขณะที่ฉันต้องอยู่ที่ห้องไปไหนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คืออ่านหนังสือ อยากดูหนังอาศัยดูทีวีจากห้อง study หอพัก..เวลาว่างทำงานสอนพิเศษ ห่อของขวัญห้างในช่วงเทศกาล..โชคดีได้ทุนการศึกษา..พอช่วยเหลือเรื่องการเรียนสบายๆ..หากไม่เที่ยว ไม่กินของแพง..ก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่..

ว่าไป..เมเจอร์ที่ฉันเรียนค่อนข้างเเข่งกันสูง นักเรียนทุนในโครงการ หากเกรดไม่ถึงจะต้องหลุด ดังนั้นทุกคนจึงมีแต่คนเก่งๆ..ยกเว้นฉัน..แต่ฉันช่างโชคดีเหลือเกิน ฉันมีเพื่อนดี คุณครูดี พ่อแม่ดี พี่น้องดี..คิดได้แค่นี้..ฉันก็มีความสุขแล้ว เพื่อนๆของฉันทุกคน เป็นคนดี ช่วยเหลือกันดี รักกันและมีน้ำใจ หากไม่ได้เพื่อนไปช่วยลงทะเบียนเรียนให้ตอนพ่อเสียฉันต้องไปรอตั้งแต่ตี 4 ที่มีคนรอคิวยาวเป็นกิโลเมตร..ป่านนี้..ฉันอาจไม่มีวันนี้แล้วก็ได้..ขอบใจมากเพื่อนรัก..แม้ว่าเวลามันจะเนิ่นนานเกือบ20 ปีแต่เพื่อนคนนี้ไม่เคยลืมเลือน...

พอขึ้นปี 2 ฉันเริ่มค้นหาความหมายในที่สุดฉันก็พบว่า..ฉันไม่ใช่คนเรียบร้อย รางวัลเด็กเรียนดีมารยาทเรียบร้อย เป็นแค่เปลื่อกและสิ่งที่มันถูกเก็บอยู่ข้างใน..สิ่งที่ฉันเป็นและสิ่งที่ฉันรับรู้ว่าฉันมีความสุขคือ..ฉันต้องทำกิจกรรม และเป็นผูู้นำกิจกรรม..หลังจากนั้น..ฉันเริ่มเข้าไปสัมผัสกิจกรรมต่างของสถาบันทีฉันเรียน ไม่ว่าจะเป็นวงซะล้อซอลึง ค่ายอาสา ค่ายพุทธศิลป์ โอ้ยยยย..นี่คือตัวฉ้านนนนนนนนนนนนนน...ฉันมีความสุขเหลือเกิน..กับสิ่งนี้ต่างหากที่ฉันค้นหาและต้องการ..การทำกิจกรรม การเต้น การร้อง การรำ การเล่นดนตรี

แต่ฉันพลาด..ฉันคิดผิด..เพราะอะไรนะหรือ..เพราะฉันทำกิจกรรมเกินไปน่ะสิ..ฉันไม่ได้นอนเพราะมัวแต่ไปสำรวจค่าย มัวเขียนป้ายโฆษณา ว๊ากกกกกกกกกกกกกก..ผลสอบออกมา เกรดตก!!!!!!!!!!!!!!!!

ฉันกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามปรับตัวใหม่ ลดละเลิกพฤติกรรมไม่ดีต่างๆ ตั้งใจเรียนใหม่..ในที่สุด..ฉันทำได้ฉันรอดพ้นภาวะวิกฤติมาได้อย่างหวุดหวิด..ฮ่าๆๆ..เก่งจังเลย..ฉันแอบยิ้มในใจ

ปัญหาไม่หมดแค่นั้น..ในขณะที่ฉันกำลังคิดว่าฉันจะเลิกทำกิจกรรม..ทางชมรมพื้นบ้านต้องการช่างฟ้อนไปฟ้อนในงานเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่..ห่าคนไม่ได้..น้องๆเริ่มกังวล ทำไงดี..มาปรึกษากุนซืออย่างเรา..กลุ้มใจแทน...

ท้ายที่สุดลองคิด..แล้วก็บอกว่า..จะพยายาม..ฉันใช้เวลาในการไปเกลี่ยกล่อมเด็กเรียนให้มาช่วยฟ้อนได้สำเร็จ การเกลี้ยกล่อมเด็กเรียนนิ ยากมากนะ..ยากกว่าการทำงานหนักซะอีก..เพราะคนพวกนี้หากไม่มีจิตวิทยาที่สามารถเอาชนะจิตใจเขาได้อย่างแยลยล คุณอย่าหวัง..ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอย่างไร..พวกเขาจึงตกหลุมพรางของฉันและยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี..แต่สิ่งที่ฉันจำได้อย่างแม่นยำในตอนนั้นคือ..ฉันพูดว่า" เธอรู้ไหม การแสดงแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครจะมีโอกาสนะ..เรามีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตนะ ลุกหลานจะจดจำเราได้ ไปหาประสบการณ์ที่ดีที่น่าจดจำ กันเหอะ" แล้วฉันก็สามารถชักชวนเพื่อนๆเด็กเรียน มาได้ร่วมสิบคน 5555 ภูมิใจ..

ปัญหาไม่เท่านั้นนะ..พวกเด็กเรียนนิ..เรื่องมาก..เดี่ยวบอกทำไม่ได้ ทำไม่สวย ไม่ชอบ ฉันต้องใช้ไม้นวมบ้าง ไม้แข็งบ้าง ทั้งปลอบ ทั้งขู่ จนในที่สุดพวกเราก็ได้ออกงานสงกรานต์ด้วยกัน ได้แต่งตัวสวย ตากฝน ตากน้ำ โอ้ยยยยยยยยยยยสนุกมว๊ากกกกกกก!!!!บ่องตง...คริๆ...ว่าแล้ว..พวกเราก็ได้ชักภาพร่วมกัน.เป็นที่ระลึก..สวยงาม เปียกปอน..กลับไปดูรูปสมัยนั้น..อะโล่ๆ..สวยๆทั้งนันเลยนิ..พวกเรา..5555 ครังหนึ่งในชีวิตจริงๆ...

ประสบการณ์การทำกิจกรรมของฉันในสมัย..สอนให้ฉัน..ทำงานเป็น คิดเป็น ทำงานเป็นทีมได้ ยอมรับฟังคนอื่น ใจเย็น และเต็มที่กับการทำงาน..ทำแบบสุดๆ..ในทุกเรื่อง..จนทำให้ฉันประยุกต์กับสถานการณ์การทำงานที่มีทุกรูปแบบ..ทั้งชิงดีชิงเด่น ทำงานด้วยหนึ่งสมองสองมือหรือจะสู้ทำงานด้วยปากและใกล้ชิด..ถูกก็เป็นผิด และเป็นผิดที่ไม่สามารถแก้ต่างให้ตัวเองได้..บางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรผิด..อั๊ยยยยะะะะะะะ....การเรียนกับการทำงาน..ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง..ตอนเรียนการทำงานของเราจะมีครูอาจารย์ตรวจและดูแลห่างๆ ไม่ปล่อยให้พวกเราผจญภัยอย่างโลดโผนหรือได้รับอันตราย..แต่การทำงาน..ต้องปะทะตรงๆ..เต็มๆ..โดยเฉพาะคนทีไม่มีใครปกป้องดูแลอาจลำบากหากไม่มีพวกพ้อง..นอกจากความดี..ที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันภัย..ให้รอดพ้นสถานการณ์เลวร้ายต่างๆเหล่านั้น..

ต่างพ่อต่างแม่ต่างจิตต่างใจ...บางทีก็ท้อใจ น้อยใจ อึดอัดใจ เหนื่อยใจ..บางคนก็อวดเก่ง กร่าง ประจบสอพลอ ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง งานไม่ทำดีแต่พูด..โอ้ยยยคน..สารพัดจะมี...หากเราไม่รู้จักคิดดี..คิดบวก ทำให้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องขำๆ เรื่องตลก..มองเขาอย่างเข้าใจและเห็นใจ..เออน่ะ..ดีขึ้นแฮะ..อยากที่เคยเครียด..ดีขึ้นเยอะ..ปลง..เดินหนี เมื่อเวลาผ่านไป..ค่อยว่ากันใหม่..ดีกว่าการปะทะอารมณ์กัน.คำหยาบ โครตเหง้า ประวัติเสียถูกขุดออกมาประจาน.ต่อหน้าผู้คน..ภาพลบเสียติดตาตรึงใจไม่รู้ลืม..

การคิดบวก คือคิดดี คิดให้ตลก คิดในเชิงสร้างสรรค์ ..ตั้งใจว่า..ไม่ว่าวันนี้ วันไหน หากเราคิดบวกได้ในทุกวัน เวลา สถานการณ์ ทุกคนคงผ่อนคลายถึงแม้ว่า..บางสถานการณ์อาจทำไม่ได้..แต่ทุกครั้งที่มีเวลา..คิดบวกไว้นะคะ.ทุกท่าน..คิดแล้วเรามีสุข ไม่เป็นทุกข์..มันคือความสุข..ง่ายๆที่ไม่ต้องซื้อหาเลยล่ะคะ..





หมายเลขบันทึก: 540389เขียนเมื่อ 24 มิถุนายน 2013 14:19 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2013 14:19 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี