การก่อตั้งโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัว


   

 ด้านการสาธารณสุขอำเภอหนองบัวในอดีต

          ในสมัยก่อนที่นายอรุณ วิไลรัตน์ มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองบัวด้านการอนามัยและการรักษาพยาบาลล้าหลังกว่าในปัจจุบันหลายสิบเท่าระดับจังหวัดมีเพียงโรงพยาบาลประจำจังหวัดยังไม่มีการก่อสร้างโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ในระดับอำเภอมีเพียงสุขศาลา มีเจ้าหน้าที่อนามัยหรืออนามัยอำเภอปฏิบัติหน้าที่ทำหน้าที่รายงานด้านอนามัย เก็บข้อมูลทางสาธารณสุข ปลูกฝี ฉีดยาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจชันสูตรศพ หมอแผนโบราณประเภท ยาหม้อ ยาต้ม ยาทา หมอน้ำมันและรดน้ำมนต์ยังหากินได้สบาย ที่รักษาไม่หายก็ตายไป ในยุคนั้นถึงแม้จะมีโรงพยาบาลประจำจังหวัด ที่มีนายแพทย์ปริญญารักษาและผ่าตัดทันสมัยแล้วก็ตามแต่การเดินทางจากอำเภอหนองบัวไปยังจังหวัดนครสวรรค์ เป็นไปด้วยความยากลำบากถ้าเป็นฤดูฝนต้องเดินทางแบบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้นสภาพของการเจ็บป่วย ซึ่งนายอำเภออรุณท่านได้พบเห็นในอำเภอหนองบัวขณะนั้นเปรียบเทียบกับในเมืองหลวงที่ได้เคยพบเห็นมาท่านเห็นว่าคนเจ็บป่วยบางคนไม่น่าตายก็ต้องตายลงบนเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางอันยาวนาน ท่านรู้สึกเศร้าสลดใจมาก  ดังที่ได้กล่าวถึงเรื่องการจับคนร้ายฆ่าผู้ใหญ่บ้านว่าคนร้ายถูกยิงบาดเจ็บนอนร้องครวญครางท่านจึงได้นำรถไปรับมาไว้ที่สุขศาลานั้น บางคนก็กล่าวว่า ท่านใช้ยาฉีดให้ตายตามข้อเท็จจริง ขณะนั้นคนร้ายได้รับบาดเจ็บมากนำไปรักษาผ่าตัดเอากระสุนออกจะต้องเดินทาง 1 วันเต็มหรือมากกว่า กระสุนฝังในไม่มีทางรอด โรงพยาบาลคริสเตียนยังไม่มีอย่างดีก็ฉีดยาระงับปวดไว้ไม่ให้ทรมานรอเวลาตาย


การรักษาพยาบาลในยุคสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก

          ขอนำวิธีการรักษาพยาบาลในยุคก่อนนายอำเภออรุณเท่าที่ทราบมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งคิดว่าคนยุคใหม่ของอำเภอหนองบัวคงจะไม่ได้มีโอกาสรับฟังอีก ถึงฟังแล้วอาจไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริงก็ได้ ดังนี้

         -  เด็กเลี้ยงควายถูกควายขวิดใส้ไหลเอาใส้เข้าไม่ได้ต้องใช้มดแดงตามต้นไม้มากัดลำไส้เพื่อให้ลำไส้ยุบเข้าในพุงได้แล้วจึงนำมาสุขศาลาเอาขึ้นจักรยานพาหนะที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นไปชุมแสงขึ้นรถไฟไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดนครสวรรค์เด็กรอดตา

          -  หมอเถื่อนเอาเกลือแกงละลายน้ำฉีดเข้าเส้นเลือดเพื่อให้น้ำเกลือเมื่อฉีดน้ำเกลือเข้าไปแล้วคนไข้ยังไม่ถึงที่ตายแต่กระหายน้ำขอน้ำกินตลอดเวลาจนทุเลาไปเอง

           -  หมอตำแยทำคลอด เด็กไม่ยอมคลอดออกมาหมอจึงใช้งวดถังตักน้ำเหล็กซึ่งเป็นของอล้วงเข้าไปเกี่ยวหัวเด็กเพื่อดึงเด็กออกมาแต่เด็กไม่ยอมออกจนหัวเด็กทะลุ ต้องนำส่งสุขศาลาหมอถนิม อ่วมวงษ์ ต้องเอามือล้วงเข้าไปจับที่ปากเด็กง้างดึงออกมาเป็นชิ้นๆ แม่เด็กมีชีวิตรอด

          -  เด็กเลี้ยงควาย ปัจจุบันชื่อนายจัน สุขสุม บ้านหมู่ที่ 1 บ้านโนนสาร ตำบลหนองกลับถูกควายขวิดเข้าหว่างขาลูกอัณฑะขาดล่องแล่ง นายเพ็ง ฉ่ำน้อย หมอน้ำมัน ใช้เข็มและด้ายเย็บผ้าเย็บแผลใช้น้ำมันช่วยรักษาบาดแผลหายมีชีวิตรอด จนแต่งงานมีบุตรหลานสืบสกุลได้

          -  คนห้วยปลาเน่า (บ้านห้วยวารี) ตำบลธารทหารคลอดไม่ได้หมอตำแยล้วงดึงแขนติดมือออกมาได้ข้างเดียว ญาตินำส่งสุขศาลา หมอประจำสุขศาลาเอาออกไม่ได้วิ่งหน้าตื่นมาหานายอำเภอ ๆ จึงเรี่ยไรเงินข้าราชการอำเภอได้ 200 บาทมอบให้ญาติเอาซ้อนท้ายจักรยานจะไปผ่าตัดโรงพยาบาลประจำจังหวัด ไปได้แค่วัดโบสถ์แดง
(วัดจิกยาว) แม่เด็กก็ตาย

ไม่ถึงที่ตายไม่วายชีวาวาต

    เรื่องการรักษาพยาบาลซึ่งเป็นแรงดลใจท่านอย่างมาก ในการที่จะก่อสร้างโรงพยาบาลในอำเภอหนองบัว คือเรื่องการผ่าตัดไส้ติ่ง โดยหมอเถื่อนที่อำเภอชุมแสง เรื่องมีอยู่ว่า : นายขัน เพ็งพรม ราษฎรหมู่ที่ 2 ตำบลหนองกลับปวดท้องเนื่องจากไส้ติ่งอักเสบ ญาติพี่น้องจึงพาไปหาหมอวิเชียร หมอเถื่อนที่อำเภอชุมแสงแต่เคยอยู่หนองบัวมาก่อน เมื่อพาไปถึงบ้านหมอแล้วหมอเรียกค่าผ่าตัด 7,000 บาท ข้อเสนอขอเงินสดก่อน 3,000 บาทญาติตกลงจึงนำเข้าห้องผ่าตัดชั่วคราวญาติเฝ้ารอข้างนอกห้องผ่าตัด หมอและผู้ช่วยเอามีดบาง ๆ กรีดหน้าท้อง ล้วงเอาลำไส้ออกมากองที่หน้าท้องน้อย เลือกหาส่วนที่เป็นไส้ติ่งอักเสบแล้วเอากรรไกรหนีบเพื่อตัดลำไส้ ลำไส้พองลมตัดไม่เข้าก็ล้วงลำไส้ออกมาเอากรรไกรหนีบเพื่อตัด  ลำไส้ก็โป่งออกมาอีก ตัดไม่เข้าหมดปัญญาจึงเอากรรไกรจับลำไส้ยัดเข้าไป แต่ก็ยัดไม่เข้าคนเจ็บหมดฤทธิ์ยาชานอนสะดุ้งร้องโอย ๆ เป็นระยะ ขณะผ่าตัดพยายามผงกศีรษะขึ้นดูผู้ช่วยก็คอยกดศีรษะไว้ หมอและผู้ช่วยเหงื่อตกหน้าผากตาม ๆ กันญาติพี่น้องแอบดูที่รูข้างฝาเห็นการกระทำของหมอเป็นที่ทุเรศนัยน์ตาเป็นเวลาเกือบชั่วโมง หมอวิเชียรและผู้ช่วยเห็นไม่สำเร็จ จึงสั่งให้คนป่วยรอสักครู่ อ้างว่าจะไปเอาเครื่องมือแล้วรีบออกหลังห้องผ่าตัดชั่วคราวไป คนป่วยนอนรอเกือบชั่วโมง ไม่เห็นหมอมา ญาติเห็นผิดปกติจึงพังประตูเข้าไป เห็นว่าไม่ได้การญาติบางส่วนจึงรีบรุดไปที่ท่าเรือ โชคดีมีเรือหางยาวอยู่ลำเดียวญาติพี่น้องจึงช่วยกันเอาหมอนลูกเล็ก ๆ ที่มีอยู่ในห้องผ่าตัดปิดที่ท้องเอาผ้าขาวม้ามัด หามคนเจ็บลงเรือไปปากน้ำโพ คนเจ็บยังมีกำลังใจดีลงเรือตอนแรก ๆ ก็ยังพอคุยได้ พอเรือแล่นใกล้จะถึงปากน้ำโพสัก 2 เส้นญาติที่นั่งในเรือถามคำก็พูดคำ เจ้าของเรือจึงเร่งเครื่องเต็มที่พอถึงท่าเรือปากน้ำโพชวนพูดเท่าไรก็ไม่อยากพูด ได้แต่นอนหายใจรวยริน ญาติพาขึ้นจากเรือได้วิ่งหน้าตั้งแบบล้มไม่ต้องลุกตามรถเข็นโรงพยาบาลมาเข็น  แพทย์รีบนำเข้าห้องฉุกเฉินทันหลังผ่าตัดหมอบอกว่า หากมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่านี้อีก 20 นาที คนเจ็บคงตายแน่ปัจจุบัน นายขัน เพ็งพรม ยังมีชีวิตอยู่


  ก่อตั้งโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัว

          ด้วยวิญญาณของนักต่อสู้เมื่อได้รู้เห็นความยากลำบากในด้านการรักษาพยาบาล คิดว่าจะต้องต่อสู้เอาชนะให้ได้ ท่านได้พิจารณาว่าการที่จะให้กระทรวงสาธารณสุขมาสร้างโรงพยาบาลของรัฐบาลที่อำเภอหนองบัวนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันเป็นไปไม่ได้ เพราะสมัยนั้นบางจังหวัดยังไม่มีโรงพยาบาลประจำจังหวัดเลยระดับอำเภอสถานีอนามัยชั้น 1 ก็ดีที่สุดแล้ว วันหนึ่งเฒ่าแก่ฮั่งคิมไปชุมแสง ผ่านอำเภอชุมแสงจะไปจังหวัดนครสวรรค์พักเยี่ยมญาติที่ร้าน ถ่ายรูปย่งซิน ที่ตลาดชุมแสงพูดคุยกันทราบว่าทางโรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย์ ร่วมกับ OMF ในประเทศไทยกำลังหาที่ตั้งโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่อำเภอไพศาลีแต่เจ้าของร้านย่งซินอยากดึงมาสร้างที่อำเภอชุมแสง เฒ่าแก่ฮั่งคิมก็เสนอแนะว่าชุมแสงการคมนาคมสะดวก หนองบัวลำบาก มากกว่าเวลาคนเจ็บไข้ได้ป่วยจะต้องเดินทางจากหนองบัวมาชุมแสง แล้วเดินทางต่อไปนครสวรรค์  ชุมแสงขณะนั้น มีสถานีอนามัยชั้น 1ของเทศบาลอยู่แล้ว เจ้าของร้านถ่ายรูปเห็นดีด้วยแนะว่าหนองบัวมีที่ดินที่จะให้เป็นสถานที่ตั้งโรงพยาบาลหรือไม่” เฒ่าแก่ฮั้มคิมจึงกลับมาปรึกษานายอำเภออรุณ ท่านบอกว่าที่ของเรามีมากมายจะเอาเท่าไรก็ได้ จะเอาใกล้ชุมชนหรือไกลชุมชนได้ทั้งนั้น”  เมื่อนายอำเภอยืนยันเช่นนั้นเฒ่าแก่ฮั่งคิมกลับไปพบเพื่อนที่ชุมแสง ยืนยันเรื่องที่ดินตามคำพูดของนายอำเภอจึงชวนกันไปโรงพยาบาลคริสเตียนมโนรมย์ พบนายแพทย์คริสโตเฟอร์แมคด็อกซ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเล่าเรื่องความต้องการเกี่ยวกับที่จะให้ไปตั้งโรงพยาบาลที่อำเภอหนองบัวสภาพความยากลำบากและความพร้อมให้ฟัง แพทย์ผู้อำนวยการเห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอเฒ่าแก่ฮั่มคิมเดินทางกลับมาเล่าให้นายอำเภออรุณฟัง นายอำเภอรับฟังด้วยความดีใจจะชวนเฒ่าแก่ฮั่งคิมไปกันเดี๋ยวนั้นเลย เฒ่าแก่ฮั่งคิมท้วงว่าตอนนี้ฤดูน้ำไปเดี๋ยวนี้คงลำบากเรือก็ไม่มี ไปพรุ่งนี้เช้าก็ได้”  เช้าวันรุ่งขึ้นนายอำเภอตื่นแต่เช้ามืด ชวนเฒ่าแก่ฮั่งคิมเหมาเรือไปชุมแสงนั่งรถไฟไปนครสวรรค์  จับรถยนต์ไปอำเภอมโนรมย์พบนายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ยืนยันความพร้อมเรื่องที่ดิน
นายแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาล จึงตกลงที่จะเสนอหน่วยเหนือให้โรงพยาบาลที่จะสร้างใหม่ไปสร้างที่อำเภอหนองบัวหากหน่วยเหนืออนุมัติเมื่อไรจะไปดูที่ดินอีกครั้ง แต่ท่านนายอำเภอชักชวนให้ไปดูเลยเพราะมีที่ดินอยู่ 2-3 แห่ง วัตถุประสงค์ที่ซ่อนเร้นเรื่องการดูที่ดินก็เพื่อให้แพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เห็นใจในเรื่องความยากลำบากด้วยจะได้มีความเห็นอกเห็นใจให้การสนับสนุนไม่เปลี่ยนใจตกลงเลือกสถานที่ดังอันเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลประจำอำเภอหนองบัวในปัจจุบันหลังจากนั้นเฒ่าแก่ฮั่งคิมก็วางมือนายอำเภออรุณก็พยายามประสานงานต่อด้วยตนเองหากไปราชการจังหวัดครั้งใด ท่านจะเลยไป โรงพยาบาลมโนรมย์ด้วยตนเองทุกครั้งจนนับครั้งไม่ถ้วน

            นายแพทย์คริสโตเฟอร์ แมดด๊อกซ์ เห็นใจนายอำเภออรุณมาก ดังข้อเขียนความเป็นมาของ

โรงพยาบาล คริสเตียนหนองบัวในการเปิดโรงพยาบาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2511 ของนายแพทย์คริสโตเฟอร์ แมดด๊อกซ์ เขียนไว้ตอนหนึ่งใจความว่าประการสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจเริ่มงานในท้องถิ่นนี้ก็คือ นายอรุณวิไลรัตน์ และชาวหนองบัว ได้ต้อนรับเราเป็นอย่างดีและให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างมาก”  จากการติดตามของท่านทราบว่าทางหน่วยงานเบื้องบนแจ้งว่า อนุมัติตกลงที่สร้างโรงพยาบาลคริสเตียนที่อำเภอหนองบัวแต่ยังลงมือก่อสร้างไม่ได้ เพราะเงินยังไม่ส่งมาจากต่างประเทศนายอำเภออรุณจึงขอร้องว่าเมื่อยังสร้างไม่ได้ ก็ขอให้ใช้อาคารห้องแถวในตลาดก่อนก็ได้ทางท่านจะจัดหาให้ นายแพทย์คริสโตเฟอร์ แมดด๊อกซ์ ตกลงยินยอมตามนายอำเภออรุณเสนอ  เดือนกุมภาพันธ์ค.ศ.1963 (พ.ศ.2506) เราได้เปิดสถานพยาบาลขึ้น โดยเช่าสถานที่อยู่ในตลาด(ห้องแถวเฒ่าแก่ย่งเตี๊ยะ บิดานายเส็ง พรมอ่อน ข้างธนาคารกสิกรไทยด้านตะวันตก)แม้ว่าสถานที่และทุกสิ่งจะจำกัดงานที่นั่น (สถานพยาบาลชั่วคราว) ก็ยังคงดำเนินอยู่ถึงห้าปี
มีคนรับการรักษามากกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันคน และได้ทำการผ่าตัดใหญ่และเล็กมากกว่าสองพันครั้ง” จากข้อเขียนของนายแพทย์แมดด๊อกซ์ในหนังสือที่อ้างถึง
 ในการเปิดดำเนินการเป็นสถานพยาบาลครั้งแรก
ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2506 นั้น มีคณะทำงานในเบื้องต้นเท่าที่จำได้คือ

 1.  แพทย์หญิง อรุณ โลเวนแธน (เออซูล่าโลเวนแธน)

 2.  มากาเรต โอกิลวี พยาบาล   (MAGARETOGILVI)

 3.  มนทิรา ซิมสัน พยาบาล  (MARGO SIMSON)

 4.  KAROL KILLY พยาบาล

 5.  คุณสร้อยทอง

 6  คุณเนียม แก้วปรีชา

 7.  คุณวัชระ อินจันทร์สุข

 

 ทุน


  โรงพยาบาลคริสเตียนได้เซ็นสัญญาก่อสร้างในเดือน พฤศจิกายน 2509 ลงมือก่อสร้างจริงในเดือน มกราคม 2510
สาเหตุที่การก่อสร้างล่าช้ามาจนกระทั่งนายอำเภออรุณย้ายไปเพราะทางมูลนิธิคริสเตียนเพื่อโรคเรื้อน และคณะ
OVERSEA MISSIONARY FELLOWSHIP(O.M.F.) เพิ่งจะได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ในต้นปี
พ.ศ.2509 การก่อสร้างรวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,325,000บาท หรือประมาณ 160,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือ 67,000 ปอนด์สเตอริง
เงินเหล่านี้ได้มาจาก

 1.  รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มอบให้  56  เปอร์เซ็นต์

  2.  เงินบริจาคทางคณะO.M.F.  17  เปอร์เซ็นต์

  3.  ชาวหนองบัวบริจาคที่ดิน, แรงงาน

  4.  เงินทุนของสถานพยาบาล ฯลฯ  13  เปอร์เซ็นต์

  5.  องค์การของอเมริกาและอังกฤษช่วยโรคเรื้อน  4  เปอร์เซ็นต์

  6.  ดอกเบี้ยเบ็ดเตล็ดธนาคาร  2  เปอร์เซ็นต์

  7.  เงินยืมจาก O.M.F.ในการแพทย์  8  เปอร์เซ็นต์


 ที่ดิน

      สำหรับที่ดินใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลคริสเตียนนายอำเภออรุณ ได้ปูพื้นฐานเตรียมจัดหาที่ดินที่จะใช้ในการก่อสร้างเรียบร้อยแล้วโดยเฉพาะแหล่งน้ำท่านได้ใช้รถแทรกเตอร์ที่ประชาชนร่วมกันจัดซื้อขุดไว้ให้โรงพยาบาลมีน้ำใช้อย่างพอเพียงตราบจนทุกวันนี้ที่ดินที่ใช้ในการก่อสร้างท่านได้ติดต่อราษฎรให้อุทิศให้และจัดซื้อแลกเปลี่ยนให้รวม10 รวม ได้เนื้อที่ดินรวม 39 ไร่ จากบุคคล ดังนี้

      1.  นางนวล  พวงจำปา  19-0-25  ไร่

      2.  นายถนอม  สารคนธ์  1-1-62  ไร่

      3.  นายเซ็ง  นุชโต  1-1-62  ไร่

     4.  นายธเนศ  สุขโกษา  1-1-62  ไร่

     5.  นายสาย  ทิพย์สังวาลย์  1-1-62 ไร่

     6.  นายถนอม  นาควิจิตร  1-1-62  ไร่

     7.  นายหยี่  อินทร์เอี่ยม  1-1-62  ไร่

     8.  นายเขียน  คงถาวร  1-1-62  ไร่

     9.  นายบุญตัน  โอปัน  1-1-62  ไร่

     10.นายย่งเตี๊ยะ  แซ่จึง  9-0-24  ไร่


เปิดและปิดดำเนินการ

       โรงพยาบาลคริสเตียนเปิดดำเนินการในที่ดินและสิ่งก่อสร้างอันเป็นของตนเองเมื่อวันที่ 14กุมภาพันธ์ 2511 หลังจากที่นายอำเภออรุณย้ายไปเป็นนายอำเภออยุหะคีรี  เมื่อวันที่20 ตุลาคม 2508 แล้ว เป็นเวลา 2 ปี 4เดือน มีคณะแพทย์ พยาบาลของโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวในขณะเปิดดำเนินการประกอบด้วยแพทย์

   แพทย์หญิงอรุณ  โลเวลแธน  M.B., Ch.B.  ผู้อำนวยการ

   แพทย์หญิงเรวดี  ฮิลเลีย  M.B., B.S., D.Obst. R.C.O.G.

นางพยาบาล

   น.ส.บาร์บารา มอร์แกน  S.R.N.,S.C.M.N.A.H.Cert  หัวหน้าพยาบาล

   น.ส.มาร์กาเร็ต โอกิลวี  R.N., S.R.M.

   น.ส.มนทิรา ซิมสัน  R.G.N., S.C.M.

    นางสายเรียม พุ่มทิม  หัวหน้าผู้ช่วยพยาบาล

    นางทองบ่อ  แช่มเชื้อ

    น.ส.จันทราทิพย์  พลแย้ม

    น.ส.กลอยใจ  เปลี่ยนบำรุง

    น.ส.สมมาตร  พรหมนิ่ม

   น.ส.สมหมาย  พรหมนิ่ม

เภสัชกร

    น.ส.แคร์  วิลเลี่ยม  Ph.C.

    นายวัชระ อินจันทร์สุข

แผนกชันสูตร และเอ็กซเรย์

    นายสาลี พุ่มทิม

แผนกธุรการ และปฏิคม

    นายเสมา จารุปาน  ผู้จัดการฝ่ายธุรการ

    นายชาญ  ฮัลเลีย  B.Sc.

    น.ส.มุกดา  เวล

   คณะแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวได้ดำเนินงานสืบมาจนกระทั่งปิดดำเนินการลงเมื่อวันที 30 มิถุนายน พ.ศ.2526 ส่วนใหญ่ประกอบด้วยคณะทำงานชุดเดิม อันมีหมออรุณ โลเวนแธน ชาวอังกฤษเป็นหัวหน้านับรวมเวลาเปิดบริการประชาชนโดยทั่วไปทั้งที่เปิดดำเนินการในลักษณะสถานพยาบาลและโรงพยาบาลเต็มรูปแบบเป็นเวลา20 ปี 4 เดือน 20 วัน

 ล้างมลทินคำครหา

       ในต้นสมัยนายอรุณ วิไลรัตน์ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองบัว 2 ปีเศษ ระยะที่โรงพยาบาลคริสเตียน ดำเนินการในรูปสถานพยาบาลคริสเตียน ณ อาคารชั่วคราวท่านได้พยายามผูกน้ำใจคณะแพทย์ พยาบาลตลอดจน

ฝ่ายคริสจักรที่เข้ามาดำเนินงานที่อำเภอหนองบัวทุกวิธีทางเพื่อมิให้มีการเปลี่ยนแปลงยุบเลิกโครงการ และเป็นการเร่งเร้าให้มีการก่อสร้างเป็นโรงพยาบาลถาวรให้ได้ท่านจึงไปเข้าโบสถ์ฝรั่งเกือบทุกอาทิตย์เขาสวดท่านก็สวดด้วยจนขณะนั้นชาวอำเภอหนองบัว เข้าใจว่าท่านเข้ารีดไปแล้วจึงมีเสียงซุบซิบครหานินทาท่าน

       ในเบื้องต้นนั้นนายอำเภออรุณมีความตั้งใจมุ่งมั่นแต่อย่างเดียวที่จะให้ชาวหนองบัวได้รับการรักษาพยาบาลที่ทันสมัยไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้ได้โดยมิคิดถึงเรื่องอื่นและคิดว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป ประชาชนมีความเข้าใจท่านดีขึ้น
คำครหานินทาคงหมดไป จนเวลาผ่านไปใกล้เวลาที่จะย้ายเพื่อล้างคำครหานินทาให้หมดไปท่านจึงยื่นใบลาอุปสมบท ณ วัดโพธาราม อำเภอเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม2508 และขออนุญาตอุปัชฌาย์ไปศึกษาวิปัสสนา ณ สำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรมจังหวัดชลบุรี เป็นเวลา 1 พรรษา เมื่อลาสิกขาแล้วจึงได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอพยุหะคีรี

       นายอำเภออรุณได้ต่อสู้เพื่อให้ชาวหนองบัว ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีคนที่ไม่สมควรตายได้มีชีวิตรอดจากโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวนับเป็นพันรายหากจะกล่าวว่าหมอเป็นผู้รักษาคนเจ็บป่วยให้หาย
ก็ถูกต้องแต่ถ้าไม่มีท่านเป็นผู้นำเพื่อให้ได้โรงพยาบาลแห่งนี้มาเป็นปฐมเหตุแล้วคงจะไม่มีหมอรักษา
เมื่อไม่มีหมอรักษา ประชาชนคนป่วยเจ็บก็คงไม่อาจมีชีวิตรอดนับพัน ๆ รายได้ผลจากการมีโรงพยาบาลคริสเตียนแห่งนี้ ประชาชนชาวหนองบัวขณะนั้นพูดได้อย่างเต็มปากว่ามีโรงพยาบาลเป็นแห่งแรกในระดับอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ทีเดียว

 

โรงพยาบาลชุมชนอำเภอหนองบัว

      ในปี พ.ศ. 2524 ขณะที่นายสมหมาย ฉัตรทอง ย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองบัว

การสาธารณสุขอำเภหนองบัวเจริญก้าวหน้าไปมากแล้วมีสถานีอนามัยครบทุกตำบลการรักษาพยาบาลระดับโรงพยาบาลอาศัยบริการของโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวตลอดมา

     เมื่อวันที่20 ธันวาคม พ.ศ. 2522 คณะที่ปรึกษาของกระทรวงสาธารณสุขอันประกอบด้วย

  1.  นายแพทย์คง สุวรรณรัตน์

  2.  นายรังษี ณ สงขลา

   3.  นายกษิณ วิเศษศิลป์

   4.  นายธีรศักดิ์ วงษ์สุวรรณ์

         พิจารณาเห็นว่าที่ดิน-ราชพัสดุแปลงที่อยู่ระหว่างที่ว่าการอำเภอหนองบัวด้านตะวันออกติดถนนสายหนองบัว-ชุมแสง หรือด้านตะวันตกของสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองบัวเหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลประจำอำเภอตามนโยบายขยายโรงพยาบาลของรัฐลงสู่ระดับอำเภอ  การก่อสร้างโรงพยาบาลหนองบัวได้เริ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 ลงนามระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยนายประมูล  จันทร์จำนง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้รับมอบอำนาจกับห้างหุ้นส่วนจำกัดป.อุดมชัย  เลขที่
103  ตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา
จังหวัดชัยนาท ใช้งบประมาณก่อสร้าง 7,274,180.00 บาท(เจ็ดล้านสองแสนเจ็ดหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยแปดสิบบาท) สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 28มกราคม 2525

         โรงพยาบาลหนองบัวได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2525 และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30มิถุนายน พ.ศ. 2526 โดยมี ฯพณฯ มีชัย ฤาชุพันธ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในพิธีเปิด ในสมัยที่นายสมหมาย ฉัตรทอง ดำรงตำแหน่งนายอำเภอหนองบัว มีนายเชิดพงษ์ สันตติ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองบัวท่านแรก   ขณะเดียวกันโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวซึ่งเปิดดำเนินการมาในรูปสถานพยาบาลคริสเตียน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506   และเปิดเป็นโรงพยาบาลเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511
เห็นว่าอำเภอหนองบัว มีโรงพยาบาลของรัฐมาเปิดดำเนินการแล้ว ภารกิจในการช่วยเหลือเพื่อนมวลมนุษย์ตามความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าในถิ่นทุรกันดารสิ้นสุดลงจึงขอปิดตนเองลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2526หลังจากให้บริการประชาชนชาวหนองบัวมาเป็นเวลา 20 ปี 7 เดือน 20 วัน
พร้อมกับยกที่ดิน ตัวอาคาร ทรัพย์สิน เครื่องมือทางการแพทย์ทั้งหมดให้รัฐบาลไทยในวันเดียวกันกับที่ปิดตนเองลง โดยมี ฯพณฯ มีชัย ฤาชุพันธ์รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มาเป็นประธานเปิดโรงพยาบาลหนองบัวเป็นผู้รับมอบ

         ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2526 โรงพยาบาลหนองบัว ได้ย้ายเข้าไปใช้ที่ดิน อาคารทรัพย์สินและเครื่องมือทางการแพทย์ของโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวแทนที่ส่วนสถานที่ราชการที่ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลหนองบัวในครั้งแรกมอบให้ใช้เป็นสำนักงานสาธารณสุขอำเภอหนองบัวสืบมา

                                               -------------------------------------




  photo 18_zps840c53d2.jpg

 

 photo 19_zps719d2bd5.jpg

 

 photo 20_zps19d21773.jpg

 

 photo 21_zps506e450e.jpg

 

 photo 22_zps5f912394.jpg

 

 photo 23_zpsd0154ccd.jpg

 

 photo 24_zps365eb89e.jpg

 

 photo 25_zps181e12e1.jpg

 

 

หมายเลขบันทึก: 533894เขียนเมื่อ 25 เมษายน 2013 21:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 สิงหาคม 2013 15:08 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (6)

อาตมาไม่เคยทราบมาก่อนเลย ว่าท่านนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ ท่านมุ่งมั่นเสียสละเพื่อหนองบัวมากมายขนาดนี้ อ่านแล้ว รู้สึกซาบซึ้งใจมากๆ นี่ถ้าท่านนายอำเภอสมหมาย ฉัตรทอง ไม่ได้บันทึกไว้แล้วละก็ คนหนองบัวรุ่นหลังๆจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ความดี ความเสียสละความทุ่มเท ของคนรุ่นเก่าเลย ความดีจากบันทึกนี้ จะคงอยู่คู่หนองบัวไปตราบนานเท่านาน

เมื่อปี ๒๕๕๔ และ ปี ๒๕๕๕ อาตมาได้ไปเยี่ยมโยมป้าหมอหนิม และโยมลุงกำนันเทียน โยมป้าได้มอบเอกสารเป็นบันทึกชีวิตหมออรุณให้อาตมา เอกสารดังกล่าว แปลและเรียบเรียงโดย : สมหมาย ฉัตรทอง บันทึกหมออรุณเล่มนี้ท่านได้กล่าวถึงการมาทำงานในประเทศในหลายแห่งทั่วประเทศ แต่ที่ท่านกล่าวถึงมากที่สุดและประทับใจมากๆเลยคือท่านกล่วถึงคนหนองบัว ตอนไปเยี่ยมโยมป้าหมอหนิม ท่านเล่าว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับหมออรุณที่ประเทศอังกฤษ อยู่เรื่อยๆ
ขออนุญาตนำภาพบุคคลสำคัญของเมืองหนองบัวมาประกอบบทความของท่านด้วย

                              
                          รูปปั้นและรูปถ่าย : นายอำเภออรุณ วิไลรัตน์ (เป็นนายอำเภอหนองบัว ปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๘)

                                        
                                        หมออรุณ : แพทย์หญิงเออร์ซูลา ลีเวนธัล Dr. Ursula  Loewenthal
หมอมิชชั่นนารีโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวเมื่อปี ๒๕๐๖ ปัจจุบันอยู่ในวัย ๘๖ ปี(เกิดปี พ.ศ. ๒๔๗๐ / ค.ศ. ๑๙๒๗)ได้กลับไปอยู่ประเทศอังกฤษแล้ว ภาพนี้อาตมาได้รับมา(๒ มกราคม ๒๕๕๔)จากโยมป้าถนิม อ่วมวงษ์ หรือหมอหนิมของคนหนองบัว หมออนามัยยุกบุกเบิก

                                         
                                          โยมลุงกำนันเทียน ท้วมเทศ(๑ มกราคม ๒๕๕๔) ปัจจุบันอายุ ๘๗ ปี
                                          กำนันเทียนเป็นผู้นำชุมชนรุ่นเก่าของหนองบัว เป็นคู่คิด ร่วมพัฒนาชุมชนหนองบัวเคียงคู่กันมากับนายอำเภออรุณ วิไลรัตน์


การพาคนไข้ขี้นรถจักรยาน นำไปอำเภอชุมแสง ซึ่งห่างจากหนองบัว ๓๐ กว่ากิโลเมตร ด้วยสภาพถนนดินฝุ่นคลุ้ง(สมัยนั้นจะเรียกว่าถนนหรือทางเกวียน ก็อย่างเดียวกัน) คนหนองบัวรุ่นต่อมา หรือรุ่นปัจจุบัน คงจะจินตการภาพไม่ออกว่า มันเป็นไปได้หรือที่ว่ามานี้ การขึ้นรถจักรยานถือว่าเร็วที่สุดแล้ว เพราะยานพาหนะที่นิยมในยุคนั้นคือเกวียน ม้า (โยมพ่อเล่าว่าขับเกวียนไปชุมแสง ทั้งไปและกลับใช้เวลาเดินทาง ๒ วัน)คนหนองบัวยุคนี้ ฟังแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าไปชุมแสงใช้เวลา ๒ วัน เพราะนักเรียนนักศึกษาสมัยนี้เทียวไปเรียนที่นครสวรรค์นั้น ไปเช้า กลับเย็น

หน้าน้ำ(หน้าฝน)ดีหน่อยหนึ่ง มีเรือโดยสารวิ่งจากหนองบัว ไปชุมแสง

รุ่นอาตมาภาพ ไม่ทันได้เห็นเรือโดยสารหนองบัว - ชุมแสง
ได้รับรู้แต่ว่ามีชื่อคลองเรือให้ได้เรียกขานกัน แต่สภาพคลองเรือไม่มีหลงเหลือให้เห็นแล้ว คลองเล็กๆติดถนนจากบริเวณป่าช้าวัดหนองกลับ ไปจนถึงหน้าไปรษณีย์นั้น ตื้นเขินหมดสภาพความเป็นคลองไปแล้ว

อ่านเรื่องหมอใช้มีดบางผ่าตัดแล้ว ก็อดขำตามไปด้วยไม่ได้ เพราะบรรยายซะเห็นภาพเลย(นอนร้องโอย ๆ)
หมอเพ็ง ฉ่ำน้อย(ตาเพ็ง)บ้านเนินตาเกิดนี่ ได้ทันเห็นท่านถีบจักรยานคันใหญ่ ๆ เดินทางไปรักษาคนป่วยตามหมู่บ้านต่าง ๆ บ่อย ๆ ผู้เขียนเองก็เคยใช้บริการท่านด้วยเหมือนกัน(ฉีดยา)

กลับมาดูอีกครั้ง ทำไมภาพคุณป้าหมออรุณจึงไม่มี เลยขอโพส์ตใหม่

                                            

                                             หมออรุณ : แพทย์หญิงเออร์ซูลา ลีเวนธัล Dr. Ursula  Loewenthal
หมอมิชชั่นนารีโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัวเมื่อปี ๒๕๐๖ ปัจจุบันอยู่ในวัย ๘๖ ปี(เกิดปี พ.ศ. ๒๔๗๐ / ค.ศ. ๑๙๒๗)ได้กลับไปอยู่ประเทศอังกฤษแล้ว ภาพนี้อาตมาได้รับมา(๒ มกราคม ๒๕๕๔)จากโยมป้าถนิม อ่วมวงษ์ หรือหมอหนิมของคนหนองบัว หมออนามัยยุกบุกเบิก 

อ่านข้อมูลของบุคคลสำคัญที่ทำประโยชน์ให้กับหนองบัว ฉุกคิดได้ว่าสองท่านนี้มีคุณูปการต่อหนองบัวมากเหลือเกิน รู้สึกแปลกใจว่าทั้งสองท่านนี้ ชื่อของท่านมาพ้องกันพอดี ชื่อเหมือนกันเลย ท่านหนึ่งเป็นคนไทย อีกท่านเป็นฝรั่ง จะกี่่ปีผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม คนหนองบัวไม่มีวันลืม ยังระลึกถึงคุณงามความดีของท่านไม่มีเปลี่ยนแปลง ท่านหนึ่งเป็นบุรุษนักพัฒนา "นายอำเภออรุณ" อีกท่านหนึ่งเป็นสตรีเป็นหมอ "หมออรุณ" มีบทบาทช่วยให้ชีวิตผู้คนรอดพ้นจากความเจ็บไข้ทุกข์ยากนับไม่ถ้วน ทั้งสองท่านนี้จะอยู่ในความทรงจำของชาวหนองบัวตลอดไป

       ขอเพิ่มเติมรายละเอียดที่ตั้งสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลคริสเตียนหนองบัว ด้วยภาพวาดของ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ เพื่อผู้อ่านจะได้ทราบข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้น(ข้อมูลและภาพวาดนี้ นำมาจากเวทีคหนองบัว บันทึกโดย ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์)
                                             
                                              ภาพแยกตลาดหนองบัวเดิม  วาดโดย : ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์  สิงหาคม ๒๕๕๒

ภาพแยกตลาดหนองบัวเดิม ตรงทางแยก มีวงเวียนหอนาฬิกาและหอนาฬิกานั้นก็ติดตั้งลำโพงเพื่อกระจายเสียงตามสาย ข้างหอนาฬิกามีป้อมตำรวจ ด้านซ้ายถัดจากป้อมตำรวจเป็นปั๊มน้ำมันสามทหาร มีต้นมะขาม ต้นมะขามเทศ และท่ารถไปเหมืองแร่ เขามะเกลือ ปากดง รถบรรทุกแร่และรถบรรทุกไม้ จากเหมืองแร่และปากดงไปยังชุมแสงและปากน้ำโพ จะผ่านที่แยกนี้ ถนนเป็นถนนลูกรังและดินเหนียว ฝุ่นหนาเป็นปึก

ระหว่างป้อมตำรวจกับปั๊มน้ำมันสามทหาร เป็นแยกที่เข้าไปยังชุมชนวัดเทพสุทธาวาส เป็นทั้งทางรถ ทางเกวียน ทางวัวและควาย เวลาแห่นาคจากด้านชุมชนวัดเทพสุทธาวาสมาวนตลาดหนองบัว หรืออาจจะมาวัดหนองกลับ ก็มักจะออกมาทางถนนแคบ ๆ นี้

ด้านขวาของป้อมตำรวจ มีกลุ่มอาคารพาณิชย์ เป็นอาคารไม้สองชั้น ๒ ฟากถนน ห้องแรกตรงคูหาริมขวานั้น เดิมเคยเป็นโรงพยาบาลคริสเตียน ซึ่งต่อมาได้ย้ายออกไปตั้งอีกที่หนึ่งนอกตัวเมืองกระทั่งพัฒนาเป็นโรงพยาบาลหนองบัวดังปัจจุบัน

ห้องติดกับที่เป็นโรงพยาบาลคริสเตียนเดิม มักเห็นเป็นที่นั่งซ้อมวงดนตรีของชาวไทยจีนสำหรับแห่ล่อโก๊ะและเล่นงานงิ้ว ทางแยกที่เข้าไปแยกนี้ จะทะลุไปยังชุมชนวัดเทพสุทธาวาสเช่นกัน เวลาแห่ขบวนเจ้าพ่อเจ้าแม่หนองบัว จะเข้าไปที่แยกนี้

ข้างอาคารหัวตลาดด้านขวามือของภาพ มักเป็นที่จัดกิจกรรมขายของของพ่อค้าเร่ เช่น เล่นกล และรถขายยา ร้านหัวตลาดที่เห็นในภาพเป็นร้านอาหารตามสั่ง ในปี ๒๕๑๑ นั้น ร้านตรงหัวตลาดนี้มีโทรทัศน์ขาวดำแล้ว



                                     

ดึงภาพมาประกอบเรื่องให้อีกครับ แสดงที่ตั้งโรงพยาบาลคริสเตียนที่ปปรากฏในบันทึกของคุณหมออรุณและท่านสมหมาย ฉัตรทองน่ะครับ ได้ร่วมค่อยๆช่วยกันปะติดปะต่อ ก็จะได้เรื่องราวต่างๆของหนองบัว ที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อคนหนองบัว ผู้สนใจทั่วไป และสังคมในวงกว้าง ดีใจครับที่ท่านรอง ผวจ.สมหมายมาร่วมบันทึกและเผยแพร่ข้อมูลของหนองบัวอีกหลายมิติ ซึ่งหลายเรื่องท่านและคนหนองบัวที่ร่วมกับท่าน เป็นคนต้นเรื่อง

ผมก็เป็นลูกหลานคนหนึ่งของอำเภอหนองบัว ผมขออนุญาตนำเสนอข้อมูลของท่าน ให้ลูกหลานรุ่นหลังๆอย่างผมได้รู้จักที่มาของโรงพยาบาลหนองบัวนะครับ ผมได้อ่านประวัติแล้วถึงกับน้ำตาไหลเองโดยไม่รู้ตัวเลยครับ พลังของคนหนองบัว มันยิ่งใหญ่จริงๆ

฿26.00 -58.54%
฿230.00 -9.13%
฿199.88 -0.0%
฿408.00 -51.23%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี