หัวเราะไม่ออก กับดัก ชาตินิยม ท้องถิ่นนิยม พวกนิยม จะ ชาตินิยม พวกนิยม พอเพียงได้อย่างไร

มีบทความ  ที่กล่าวถึง  กับดัก ชาตินิยม ของประเทศต่างๆ ... ที่ตามมา ด้วยสงคราม

 ภายในประเทศไทย    ก็เริ่มมีกลิ่น สัญญาณ  ความรุนแรง ปรากฎแล้ว  หลายหย่อมหญ้า


ทำให้ย้อนคิด  สมัยหนึ่ง ผมเคยหัวเราะ คนรุ่นก่อน ว่า คนประเทศต่างๆ รบกัน ชนิดสงครามโลกครั้งที่ 1 -2  จนตายกันเป็นเบื่อ ได้อย่างไร     รุ่นพ่อรุ่นแม่ของผม  เป็นลูกชาวนา  เคยต้องหนีสงคราม ข้ามชาติ ข้ามถิ่น

(พ่อแม่ หนี สงคราม ญี่ปุ่น จากจีนตอนใต้ มาเมืองไทยตอนใต้    อยู่ได้สักพัก ไม่กี่ปี  ทัพญี่ปุ่น บุกต่อเมืองไทย  ก้หนีทัพญี่ปุ่นในเมืองไทย  จากหัวเมืองทางใต้ประเทศไทย  ไปชนบทห่างไกลทัพญี่ปุ่น   หนีสงคราม กันหลายต่อ )


นับวัน ความขัดแย้ง ภายในชาติ ต่างๆ  และ ระหว่างชาติ ต่างๆ   มีแต่ทวี

ความขัดแย้ง ภายในวิชาชีพ    ความขัดแย้งในอุดมการณ์อะไรบางอย่าง จน ต้องห้ำหั่นกัน 


ไม่ได้หมดไปจาก โลกใบนี้ นับจากอดีต จนถึงปัจจุบัน

แล้วเราที่เคยนั่งหัวเราะ ความโง่ ของคนรุ่นก่อน  ที่มุ่งทำลายล้างกัน    

เราจะมีโอกาส พลาด ขาดสติ กระโจนเข้าร่วมสงครามย่อย สงครามใหญ่  กับ เขา หรือไม่  ในฐานะ ที่เรา ก็ต้องนิยมพวก  นิยม พรรค    นิยม อุดมการณ์  หรือ นิยมชาติ

ดูไปแล้ว วัฏจักร  ของการเบียดเบียน ทำลาย ทำร้ายกัน คงไม่หมดกันได้ง่าย


สันติภาพ   ความสุข ความสงบสุข  ความเสมอภาคกัน  ความให้อภัยกัน  ความอยู่ดีกินดี ความยุติธรรม   

ใครเป็นผู้นำ คณะผู้นำ คง ปวดหัว ในการคิด จัดการ 


คิดถึง ทางออกกันดีกว่า   และ ควรคิดให้ออกทั้งทางประตู ทางหน้าต่าง แม้ออกทางช่องลม  ช่องแสง  หากประตู และ หน้าต่าง ปิดลงกลอน มีเหล็กดัดออกไม่ได้  


คงจำคาถา และ หลักใหญ่ไว้ก่อน ค่อยคิด ลงในรายละเอียด  

ประมาณว่า ขัดแย้งกันได้  แต่จะไม่ลงมือ เบียดเบียนกันก่อน  

  พอทนได้ ก็ทนไว้ก่อน   

  คุยกันได้ ก็คุยกันไว้ก่อน     หา คนกลาง ช่วยพิจารณา ช่วยคุย


หากเรามีเพื่อน  ทะเลาะกันรุนแรง    เราจำเป็นต้องร่วมวงทะเลาะ กับ เขาให้เลือดสาด หรือเปล่า

หรือ เราเลือก เป็นฝ่าย สันติภาพ และ เลือกเป็น ผู้ปฐมพยาบาล เยียวยาคนเจ็บ  จะเข้าท่า หรือเปล่า

หรือ เราเลือกตัดไฟ ต้นลม   คือ บังคับ ด้วยอำนาจเรา  ห้ามทะเลาะ หรือ เลิกทะเลาะ กัน  ซึ่งเราคงไม่มีอำนาจมาก

ขนาดนั้น


คนโมโห กันมากแล้ว เราห้ามก้ไม่ฟัง    แถม อาจจะช่วย รุมกันกระทืบเรา ก่อน ด้วยความปราณี แล้วเราก็ลงมือกันอย่างสยดสยอง    ...  เขียนให้ดูน่ากลัวไปก่อน


พวกนิยม  ชาตินิยม พอเพียง   ผมตีความว่า  เราจะมีความเห็นตรง สอดคล้องกับ ฝ่ายใดก็ตาม   แต่เมื่อเรา ที่เริ่มลงไม้ ลงมือกัน ให้เลือดสาด  เราจะถอยนิดหน่อย

ไม่ใช่เรากลัว  แต่เราเลือก ไม่ฆ่า  ไม่เบียดเบียน  ไม่ทุบตี  เพราะคิดต่าง เห็นต่าง   เพราะเราเคยหัวเราะเยาะเย้ย คนรุ่นก่อน  รุ่นสงครามโลก  

เราหวังว่า เราคงไม่หัวเราะตัวเอง   ที่ก็ทำสิ่งที่   ..  นิยม.....    สร้างภาพให้เรา เห็นสิ่งอื่นที่ไม่ตรงกับเรา เป็นศัตรูคู่อาฆาต


บันทึกนี้  เตรียมสติ คิดล่วงหน้า สำหรับโจทย์ ใน 6-7 เดือน   6-7  ปี  ข้างหน้าต่อไปนี้ ของเราๆ  ทั้งหลาย

             เอาเป็นว่า ผมเลือกเิกิด  มาเป็น กึ่ง  หมอ กึ่ง ครู กึ่ง พระ   จึงต้องเลือกทำตัวให้สมกับบทบาท ฐานะ

            ผมเคยเป็นแพทย์สนาม ใน สมรภูมิ ม็อบปะทะ  เห็นสภาพ แล้ว อนาถใจ  เป็น  ลูกชาวบ้านทั้งสองฝ่าย 

            ทั้งฝ่ายต้านม้อบ  และ ฝ่ายม็อบ               

     พวกตำแหน่งใหญ่ทั้งสองฝ่าย   อยู่ห่างไกล จาก Killing zone  ทั้งนั้น   

     เราอยู่ในเขต killing zone    ที่มีหน้าที่   รอกู้ชีวิตผู้แพ้   ผู้บาดเจ็บ      ผู้น้อย ตัวน้อย กันทั้งนั้น........

    

 ทุกสังคม ล้วนต้องการ ทักษะ   ไกล่เกลี่ย  ... สันติวิธี.... 


     เวลาเราเผลอ ขัดแย้ง รุนแรง กับ แฟน  ...       ก็ต้องซ้อม     ไกล่เกลี่ย.. สันติวิธี    

     ขนาดรักกัน ก็ยังขัดแย้งรุนแรงได้      คนที่ไม่รักกัน คงยิ่งกว่า รุนแรง..

     พอทำบ่อยๆ  เราก็ชำนาญ    ใช้งานในสังคมนอกบ้านได้    ......     ไกล่เกลี่ย  ไม่เบียดเบียนกัน  สันติวิธี


บางที ก็เป็น บทบาทหน้าที่สำคัญ  ของ ผู้นำ ผู้ใหญ่  ที่จะปกป้อง ผู้น้อย บริวาร ไม่ให้บาดเจ็บกัน  

หรือว่า  เราไม่สามารถฝืน    พลังขัดแย้ง  ของปี     หรือ พวกเรา  สร้าง กุศลกรรม มาไม่มากพอ       

      พระท่าน เคยว่า          กิเลส มันหลอกกันนี่หว่า   นี่ กู    นั่น มึง     ที่จริงแล้ว     สูญญตา  กัน ทั้งนั้น  


ผู้เรียนรู้รุ่นหลัง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ก้าว(ย่าง อย่าง)ไทย



ความเห็น (1)

สวัสดีครับ

            การขยายพลโลกเดินทางมาไกลมากแล้ว   จากสิบกว่าล้านมาเกือบเจ็ดสิบล้านคน  การแก่งแย่งก็มากขึ้น  เงินก็มีอำนาจมากขึ้น  ศีลธรรมถดถอย   คนไร้ศีลธรรมมีมากหลายเท่าถ้าเปรียบเทียบกับคนดีมีศีลธรรม  เราจึงเห็นการเป็นเช่นนี้ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ก็เหลือเชื่อว่าการจะหยุดเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว  ยังไม่มีใครทำได้    มันจะเศร้าไปอีกกี่ปี  และทำไมทำไม่ได้......ขอบคุณที่แบ่งปันครับ