กิจกรรมกลุ่มแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ( พี่เลี้ยงเองก็ได้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ )กับการประสานสัมพันธ์ไมตรีไม่แบ่งชนแยกชั้น แพทย์ พยาบาล คนงาน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายถ้ามาปฏิบัติงานใหม่ในโรงพยาบาลพิจิตร( 6 เดือนขึ้นไป )ก็ต้องมาเข้ารับการปฐมนิเทศรวมกัน ได้ทำความรู้จักกัน มีการตั้งหัวหน้ารุ่นหรือประธาน และรองประธาน  มีการตั้งชื่อรุ่นว่า " มาอยู่พิจิตรชีวิตต้องป๊อบ " Gen y นี้ความหมายว่าไงไม่ทันฟังเหมือนกันเอาว่าไปดูบรรยากาศ walk rally กันเลยดีกว่านะ


                     

                      ฐานแรก พี่มากขา..... ก็แบบว่าผูกขาติดกันแล้วเดินฝ่าด่านรอดเชือกไปด้วยกัน

                     

                     

                     ฐานสอง แผนร้ายพ่ายรู ดูเอาว่า..พวกเขาจะเอาตะเกียบลงรู(ปากขวด)ได้อย่างไร

                                                      โดยห้ามใช้มือและต้องขยับเชือกที่ผูกเอวทุกคนให้พอดี..

                    

                       ภาพด้านบน แบบว่าถ้าเอวไม่ดี ตะเกียบเข้าที่.......ไม่ได้ จ้า ฮ่าๆๆๆ

                     

                ฐานสามนี่ทีเด็ด...แม่นาคพระโขนง ( เพราะเราเฝ้าฐานเอง ) มีหลายคนถามเราว่าแล้วมันเกี่ยวกับ

แม่นาคพระโขนงตรงไหนเราก็บอกเกี่ยวตรงที่น้องต้องยื่นมือไปเก็บของจะให้เก็บมะนาวก็ไม่ไหวมันแพง ฮ่าๆ

                   

       แต่อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในฐาน 3. แม่นาคพระโขนง  ที่ให้น้องๆปิดตาเก็บของจำนวน 10 ชิ้น 

           


 
<p>       กติกา  เราให้น้องๆทั้ง 12 คน แบ่งหน้าที่กันโดยให้ทั้งหมดยืนเข้าแถวตอนลึก</p>

- ให้เลือกหัวหน้าทีม 1 คนโดยจะยืนอยู่หลังสุดของแถว(ไม่ต้องถูกปิดตา)รับผิดชอบเป็นคนบอกทางโดยการส่งสัญญาณมือแทนการพูด/บอก

-สมาชิกอีก11ตนที่เหลือจะถูกปิดตาและให้คอยรับสัญญาณจากหัวหน้าทีมโดยใช้วิธีส่งสัญญาณต่อๆกันไปทีละคนจนถึงคนแรก

-คนแรกจะทำหน้าที่เป็นผู้เก็บของทั้ง 10 ชิ้นที่วางเรียงรายตามพื้น

จากการสังเกตการทำกิจกรรมของน้องๆ

1.เมื่อน้องแต่ละกลุ่มได้รับฟังคำชี้แจงจะมีการตกลงว่าใครจะทำหน้าที่อะไรและจาก 3 ใน4  ทางกลุ่มตัดสินใจเลือกแพทย์เป็นผู้นำในการบอกทาง

2.มีการตกลงว่าจะส่งสัญญาณแบบไหนแทนการเดินหน้าถอยหลัง/ไปทางซ้ายหรือขวา/นั่งลงยืนขึ้น

3.ส่วนใหญ่คนที่ทำหน้าที่เก็บของจะรอสัญญาณจากทีมว่าจะเดินไปทิศทางไหนก่อนจะเริ่มเก็บของแต่ก็มีบางกลุ่มที่คนหน้าสุดลงมือเก็บของโดยไม่รอสัญญาณจากทีมด้วยหวังว่าจะเก็บให้เร็วและได้มากที่สุด

สิ่งที่ทีมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกิจกรรม   ส่วนใหญ่ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม/การวางแผน/แบ่งหน้าที่

แล้วสุดท้ายฉันในฐานะพี่เลี้ยงทีมก็สรุปจุดประสงค์ของกิจกรรม

                          แม้กิจกรรมจะมุ่งหวังให้ทุกคนได้มีการเรียนรู้ที่จะแบ่งหน้าที่กันตามความสามารถเพื่อจะให้ทีมไปสู่จุดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ที่ ปิ้งแว๊บ ! และได้เห็นภาพนึงฝุดขึ้นมาตอนที่คนแรกมันพยายามจะควานหาของที่พื้นโดยมือก็สะเปะสะปะไปไม่ถูกสักทีก็เหมือนกับหลายครั้งที่งานบางอย่างเรารู้และเห็นว่าภาพทั้งหมดมันเป็นอย่างไรแต่น้องเจ้าหน้าที่แต่ละระดับเขาไม่รู้และเขาก็ไม่ได้เห็นเท่าที่เราเห็นเมื่อเราสั่งการไปเท่าที่เราอยากให้เขาทำเขาก็ทำโดยบางครั้งอาจไม่เข้าใจว่าภาพใหญ่มันเป็นอย่างไรเพราะเขาแต่ละคนก็รับรู้และทำเฉพาะหน้าที่ที่เขารับผิดชอบการที่เราสละเวลามานั่งคุยกันตั้งแต่ภาพใหญ่เรื่อยลงมาจนถึงภาพย่อยที่เล็กที่สุด  แม้จะเหนื่อยแต่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนในงานนั้นได้รับรู้ว่าเขาก็เป็นส่วนหนึ่งให้งานใหญ่นั้นสำเร็จอย่างไร  ไอ้ความคิดที่ว่าทำไมลูกทีมคนที่อยู่หน้าสุดบางคนนั้นมันควานไม่เจอสักที   ก็ต้องกลับมาพิจารณาว่าเราสั่งการไปเข้าใจไหมลองมานั่งทบทวนกันใหม่กระบวนการส่งต่องานมีส่วนไหนติดขัดไม่ชัดเจน  ส่วนบางทีมที่ลูกน้องมันตั้งหน้าตั้งตาควานๆหาโดยไม่รอว่าหัวหน้าจะสั่งไปทางไหนละจะเป็นเพราะอะไรได้บ้าง หัวหน้าตัดสินใจช้า กระบวนการสื่อสารในการส่งต่อสัญญาณช้าหรือว่าลูกน้อง(ฉลาด)รู้ว่าต้องทำอะไรจึงรีบทำไปซะจะได้เสร็จๆ ถ้าไม่ใช่งานที่สุ่มเสี่ยงก็นับว่าเป็นผลดีแต่ถ้างานที่อาจเกิดความเสียหายเกิดอันตรายก็ต้องระวังและเตือนกันคุยกันให้ดี       เพราะเกิดรีบควานๆแล้วไปเจอ ( ขี้ ) ก็จบกัน..ฮ่าๆ