ดิฉันได้รับ case consult ทางโทรศัพท์รายหนึ่งโทรมาปรึกษาว่าสามีของตนเองนั้นตอนนี้มีพฤติกรรมที่เรียกว่ามีภรรยาน้อย...และเทียวเดินทางไปพบกันเสมอ...ไม่ค่อยกลับบ้านหรือกลับบ้านก็จะไม่ค่อยสนใจคนในครอบครัว...และที่แย่ไปกว่านั้น คือ แม้กระทั่งลูกสาวก็ไม่สนใจ ปล่อยปละละเลย

จากปัญหาของ case นี้จะเป็นปัญหาที่ออกจะเป็นแบบวงจร ที่กระทบและส่งผลซึ่งกันและกัน..หากเมื่อวิเคราะห์ช่วงสัปดาห์นี้ดิฉันได้เจอ case เกี่ยวกับปัญหาครอบครัวและนำไปสู่การฆ่าตัวตายของภรรยาถึงสี่ราย และในรายที่โทรมาปรึกษานี้แม้จะไม่ถึงขั้นฆ่าตัวตายแต่ก็มีปัญหาในครอบครัวมากมาย สามีเปลี่ยนภรรยาน้อยอย่างกับเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อปัญหาหนี้สินมากมาย และไม่รับผิดชอบครอบครัว และตอนนี้ลูกสาวจะมีพฤติกรรมก้าวร้าว และเลียนแบบการโกหกเหมือนพ่อ การเรียนเริ่มแย่ลง แม่ก็สุขภาพจิตไม่ดี...นั่นสะท้อนให้เห็นว่า...ปัญหา..ทั้งหลายจุดเริ่มมาจากครอบครัวทั้งนั้น...และโดยส่วนใหญ่จะมาจากการขาดความรับผิดชอบของฝ่ายชาย...และการไม่ร่วมกันแก้ปัญหา..

ใน case รายนี้สามีค่อนข้างมีฐานะการงานดี มีหน้ามีตาทางสังคม ... ภรรยาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกและประกอบอาชีพส่วนตัวเล็กๆ น้อย..ส่วนภรรยาน้อยรับราชการเป็นครู...จากข้อมูลที่ case ให้มานั้น การแก้ปัญหาในครอบครัว..จะแก้ที่ภรรยาอย่างเดียวไม่ได้..แต่ในรายนี้สิ่งหนึ่งที่เราใช้ในการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์นั่นคือ การให้ case ได้ระบายความรู้สึก และรู้สึกว่ามีใครสักคนที่ร่วมรับฟังปัญหาของเขา จากนั้นเน้นการ supportive  เมื่อผ่านการ ventilation หรือการพูด-เล่าระบายปัญหาและความรู้สึกแล้ว...สิ่งที่ตามของกระบวนการช่วยเหลือ คือ การให้ case มองปัญหาของตนเองให้ออกและให้ชัด...จาก case นี้มีความทุกข์ วิตกกังวล เสียใจ น้อยใจ และที่สำคัญความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองน้อยลง ดังนั้น หากเราสามารถสะท้อนให้ case มองเห็นปัญหาตนเอง ได้และนำไปสู่การหาสาเหตุแห่งปัญหา..และไปสู่การหนทางแห่งวิธีการแก้ปัญหาได้นั้น สุดท้าย case ก็จะมองเห็นความเป็นไปที่ชัดเจนขึ้น...กระบวนการฟังดูอาจง่าย แต่ในบางครั้งการพูดคุยเชิงบำบัดอาจไม่เสร็จสิ้นในครั้งเดียว...อาจมีอีกหลายครั้งที่ต้องร่วมกระบวนการต่อ...

และที่สำคัญการให้คำปรึกษาไม่ใช่..การไปบอกให้ case ต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้..แต่การใช้ skill of counseling จะช่วยให้ case มองเห็นและตระหนักในปัญหาของตนเองได้...ดังนั้นบางครั้งผู้ให้การช่วยเหลือจำเป็นต้องระมัดระวัง..การพูดบอกหรือสอน แนะนำ..

สำหรับ case รายนี้...ดิฉันนัดหมาย..ให้มาพบปะกันเพื่อให้การบำบัดช่วยเหลือได้ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เพราะจะเป็นการพูดคุยทั้งแบบ face to face , eye to eye , touch to touch ง่ายๆ ก็คือ ทำให้เราเห็น case ชัดเจนขึ้นนะคะ...