การจัดการศึกษาโดยการแบ่งเกรดโรงเรียน
(ดิวิชั่น)
การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปฏิรูปทั้งระบบ
ทำให้กลุ่มที่ดำเนินการศึกษาที่มีคุณภาพอยู่แล้ว
ต้องชะงักหรือปรับกระบวนตัวเองใหม่ ทำให้การดำเนินการศึกษาไม่ต่อเนื่อง
ผู้เขียนได้ลองศึกษากระบวนการการพัฒนาองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศ
และต่างประเทศที่ผู้พัฒนาองค์กรใช้วิธีดำเนินการ จนนำไปสู่ความสำเร็จ
ทำให้องค์กรเป็นที่ยอมรับของมหาชน
จึงได้ลองคิดวิธีจัดการศึกษาในประเทศไทย ให้ประสบความสำเร็จด้วยวิธีใหม่
ที่เคยใช่กับกิจกรรมอื่นสำเร็จมาแล้ว คือการจัดการศึกษาโดยแบ่งโรงเรียนออกเป็นเกรดต่างๆ
หรือแบบดิวิชั่น โดยมีวิธีการขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ในระดับจังหวัด
ดังนี้
1. โรงเรียนเกรด เอ หรือโรงเรียนที่ถูกจัดให้อยู่ในดิวิชั่น 1
ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของมหาชนในระดับจังหวัด จำนวนไม่เกิน 10
%ของโรงเรียน
แยกประถม มัธยม
2. โรงเรียนเกรด บี หรือโรงเรียนที่ถูกจัดให้อยู่ในดิวิชั่น 2
ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีมาตรฐานรองจาก ดิวิชั่น 1
เป็นที่ยอมรับของมหาชนในระดับจังหวัด จำนวนไม่เกิน 20 %ของโรงเรียน แยกประถม มัธยม
3. โรงเรียนเกรด ซี หรือโรงเรียนที่ถูกจัดให้อยู่ในดิวิชั่น 3
ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของมหาชนในระดับจังหวัดระดับรองจากดิวิชั่น
2 จำนวนไม่เกิน 20 %ของโรงเรียน แยกประถม มัธยม
4. โรงเรียนที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ ที่สามารถเข้าร่วมโครงการในระดับจังหวัดทั้งหมด
วิธีคัดเลือกโรงเรียน
1. รับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ
2. สอบประเมินผู้เรียนด้วยวิธีที่เหมาะสม
โดยใช้ข้อสอบชุดเดี่ยวกัน เพื่อคัดเลือกโรงเรียนเข้าสู่ ดิวิชั่นต่างๆ
3. แบ่งเกรดโรงเรียนตามคะแนนที่เด็กสอบได้เป็นโรงเรียนตามดิวิชั่น
ต่างๆ
4. ตั้งเงินรางวัลตามดิวิชั่นต่างๆ
ตามความเหมาะสม
วิธีพัฒนานำไปสู่ความสำเร็จ
1. โรงเรียน ดิวิชั่น 1 เป็นโรงเรียนเกรดเอ
ผู้เรียนมีคุณภาพ ครูมีคุณภาพ โรงเรียนรับเงินพัฒนาโรงเรียน 50 % เงินรางวัลครูที่สอนดี 50 %
2. โรงเรียน ดิวิชั่น 2 เป็นโรงเรียนเกรดบี
ผู้เรียนมีคุณภาพรอง ครูต้องพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเข้ม โรงเรียนรับเงินพัฒนาโรงเรียน 70 % เงินรางวัลครูที่สอนดี 30 %
3. โรงเรียน ดิวิชั่น 3
เป็นโรงเรียนเกรดซี ผู้เรียนมีคุณภาพปานกลาง
ครูต้องพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเข้ม
โรงเรียนรับเงินพัฒนาโรงเรียน 90 % เงินรางวัลครูที่สอนดี 10 %
4. โรงเรียนที่ไม่เข้าเกณฑ์ ต้องพัฒนาตนเองเพื่อเข้าสู่ดิวิชั่นต่างๆ
ให้ได้ เพื่อรับเงินรางวัลตอบแทนพิเศษ สำหรับโรงเรียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ
หรือเพิกเฉย ให้ทำการยุบโรงเรียน เพราะเป็นโรงเรียนที่ไม่มีคุณภาพ
เฉพาะโรงเรียนที่จะดำเนินตามโครงการนี้ได้ต้องเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียน 150 คน
ขึ้นไป มีครูครบกลุ่มสาระ ในระดับโรงเรียนต้องแบ่งครูผู้สอน เป็นครูดิวิชั่นด้วย
เพราะจะทำให้ครู ได้รับสิทธิตามความสามารถที่ต่างกัน เกิดการแข่งขันในการจัดการเรียนการสอน
มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการจัดการศึกษา
5. มีการประเมินคุณภาพด้วยวิธีที่เหมาะสมเช่นการสอบแข่งระดับดีวิชัน
อย่างน้อยปีละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เพื่อหาโรงเรียนที่เลื่อนดิวิชันที่ดีกว่า
หรือโรงเรียนใดคุณภาพลดลง ก็จะต้องเลื่อนไปอยู่ในระดับดิวิชั่นที่ต่ำลง
ซึงวิธีการดังกล่าวจะทำให้ครูโรงเรียนต้องพัฒนาการเรียนการสอนอยูตลอดเวลา
ครูมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มากขึ้น และเป็นผลเชิงประจักที่มองเห็นได้ชัด เปรียบเหมือนการแข่งขันฟุตบอลแบบ ดีวิชั่น ในอังกฤษ ที่ทุกสโมสรต่างพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
เพื่อไม่ให้สโมสรตัวเองตกชั้น หรือใครไม่ร่วมก็จะไม่มีสิทธิรับเงินพิเศษ
6. การแบ่งเกรดโรงเรียนอาจแบ่งเกรดโดยวิธีประเมินหรือวิธีอื่นที่เหมาะสม
แต่ควรแบ่งตามโควต้าโรงเรียน เพื่อไม่ให้ครูสมยอมกันเองยกระดับโรงเรียน แต่อาจสามารถเพิ่มจำนวนโรงเรียนตามเกรดหรือตามดิวิชั่นต่างๆ
ได้ตามความเหมาะสม
7. การแบ่งดิวิชั่น รัฐต้องสนับสนุนให้มีการดำเนินการทั้งในระดับจังหวัด
ระดับภาค และระดับประเทศ
และเงินตอบตอบแทนพิเศษ ระดับจังหวัด ระดับภาคและประเทศต้องมีความเหมาะสม
เพื่อพัฒนาการศึกษาของไทยให้สู้นานาประเทศได้
เพราะวิธีการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันกีฬามาแล้ว ถ้านำมาใช้ในการศึกษาก็จะเกิดประโยชน์มหาศาล
8. ให้โรงเรียนสามารถที่จะสรรหาครูได้
และครูที่มีคุณภาพสามารถเสนอค่าตอบแทนตนเองต่อสถานศึกษาได้ เสมือนนักกีฬาฟุตบอล คนเก่งจะมีค่าตัวสูง
9. รัฐต้องสนับสนุนเงินรางวัลให้สถานศึกษาครู
ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
10. การดำเนินการต้องเป็นเด็กในเขตพื้นที่บริการเพื่อลดช่องว่างและปัญหาการรับเด็กเก่งหรือเด็กไม่เก่งในสถานศึกษา
จุกเด่น
1. ผู้บริหารมีมีความมุ่งมั่นในการบริหาร
2. ครูมีขวัญกำลังใจ
3. ผู้เรียนได้ครูที่มีคุณภาพ
4. ผู้เรียนมีคุณภาพ
5. ผู้เรียนมีทางเลือก
จุดด้อย
1. มีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้น
2. ผู้บริหารการศึกษาระดับจังหวัดมีภาระงานเพิ่มขึ้น
3. โรงเรียนตกชั้น อาจทำให้ครูเสียขวัญกำลังใจได้
กรอบแนวคิดนี้ ได้คิดขึ้นเอง อาจไปตรงกับแนวคิดท่านใด
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ไม่มีเจตนาหาผลประโยชน์ใดๆ
กับการเขียนบทความเหล่านี้ แต่คิดไปทำไปเพื่อพัฒนาการศึกษาของไทย
หากนักการศึกษาท่านใดมีวิธีการใหม่ๆ
ลองมาคิดเล่นๆ กันดูนะครับ
เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต จะได้ไม่ถูกเขมร ลาว ดูถูก ด้วยความห่วงใยการศึกษาไทย
นายธนพงศ์ พฤฒิภัสสร นักวิชาการศึกษา 5 องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ 81110 โทร 086 4785344 -083 3926408 [email protected]