ตั้งแต่...มีเหตุที่เกิด
เรานิ่งมากขึ้น...นิ่งทำไม...ถามตนเอง
มีความผิดหวังเล็กน้อย...ในวงเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผิดหวังที่...ปัญญา...ถูกตีตราหรือตีค่าหรือไม่..อย่างนั้น???
นั่นเป็นความคิดเชิงลบที่ผุดขึ้นมา "ในใจ"...
ในเวทีเสมือนนี้เพื่อนที่คุ้นเคยหลายท่านเริ่มบันทึกน้อยลง...
หลายท่านอ้างภาระกิจ...แม้แต่ตัวเราเอง
แต่...ลึกๆ...คือ อะไรเล่า...เมื่อก่อนภาระมากอย่างไร
แต่ใครๆ...ก็ไม่เคยละทิ้ง กับการเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่เวทีเสมือนนี้อย่างคึกคัก...
เกิดอะไรขึ้น...ได้แต่ถามตัวเอง?

...
สมัยที่เรียนวิชาปรัชญา...ซึ่งจะชอบพอๆ กับเรียนวิชาทางด้านจิตวิทยา...
เราจะเห็นวิวัฒนาการ...ของนักปรัชญา...นักวิชาการทั้งหลาย
ที่มีการถก อภิปราย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเสมอ...จนเกิดเป็นแนวคิดทฤษฎีมากมาย...
ที่เรานำมาใช้ มาพิสูจน์ มาศึกษา...กันในปัจจุบัน...
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้...มีทั้งเรื่องการเมือง  การปกครอง การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ไปจนถึงเรื่องวิถีชีวิต...

...
แต่โลกเปลี่ยนไป...นักวิชาการคุยกันน้อยลง
เบ่งกันมากขึ้น...ในที่นี้หมายถึง...เราไปประชันกันในเวทีวิชาการ...
มากกว่าที่จะได้มานั่งจิบน้ำชา...อ่านหนังสือ...และพูดคุยกัน
เวมีเสมือนนี้...อาจเปรียบได้กับการจำลอง...
ให้นักวิชาการหลายๆ ท่าน...ได้หันหน้ามาพูดคุยกันมากขึ้น...
และเท่าที่มา..ก็มาเพราะใจ...กันแทบทั้งนั้น
ใจแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน...จนก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่ดีงาม

...
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจจะอยากพูด...อยากจะแลกเปลี่ยนกัน
แต่ทุกคนก็เกรงว่า...อาจส่งผลกระทบ
ดิฉันได้รับสายหลายสาย..เมล์หลายเมล์ และเราคุยกัน...
เสียดายคุณค่าทางความคิดหลายอย่าง...ที่พูดแล้วก็ต้องเลือนไป...
ระหว่างที่เงียบๆ...นิ่งๆ นี้ดิฉันได้ไปเจอเวทีเสมือนอีกที่หนึ่ง
ที่มีการคุยกัน...อาจไม่ได้เพียบพร้อมด้วยนักวิชาการอย่างที่นี่
แต่เขาคุยกันเรื่องการ!!!...ไม่มีการใช้คำไม่สุภาพ...แต่มีการต่อยอด...กันอย่างที่คนในสังคมพึงทำและไม่ละเลย...

...
แต่นั่นไม่เป็นไร...
ภายใต้อะไรหลายๆ อย่าง...ย่อมมีกรอบข้อบังคับ...
หากใครยอมรับกรอบนั้นไม่ได้...ก็ค่อยเลือนจางหายไป
หากใครพอรับได้...ก็ยังคงแวะเวียนมา
และอย่างเราเอง...
ก็ยังคงแวะเวียนมา...อย่างผูกพัน
และจากไปไม่ได้
เพราะอย่างน้อยเวทีเสมือนนี้
ก็มี "มิตรภาพ"...อย่างมากมาย...ที่สัมผัสได้