สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 12 เรื่อง ดังนี้
1. วันที่ 23 ม.ค.56 อ.อภิชาต กศน.อ.ลาดบัวหลวง โทร.มาถามผมว่า ผอ.กศน.อ.ลาดบัวหลวง ย้ายไป ผู้ปฏิบัติงานแทนจะลงนามออกใบ รบ.ได้หรือไม่ ถ้าได้ จะออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ คำว่าปฏิบัติราชการแทน เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
กรณีนี้
1) ผู้ปฏิบัติงานแทน ผอ.กศน.อำเภอ/เขต
ต้องใช้คำว่า “รักษาการในตำแหน่ง” จึงจะถูก ไม่ใช่ปฏิบัติราชการแทน
และไม่ใช่รักษาราชการแทน ( ผู้จะรักษาราชการแทน ต้องเป็น รอง ผอ. แต่ กศน.อ./ข. ไม่มีรอง ผอ. )
2) มีบางคนบอกว่า ผู้รักษาการในตำแหน่ง
ไม่สามารถลงนามในบางเรื่อง เช่น ลงนามในใบ รบ.
ที่จริงเป็นความเข้าใจผิด
ที่ถูกคือ “ผู้รักษาการในตำแหน่ง มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น” เพียงแต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เร่งด่วน
คอยได้ ผู้รักษาการในตำแหน่ง
ก็อาจจะรอให้ผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงกลับมาตรวจสอบและลงนามเองก็ได้
หลังจากนั้น วันเดียวกัน อ.วิไลวรรณ
โรงเรียนลาดบัวหลวงไพโรจน์วิทยา ภรรยาของ อ.อภิชาต
เข้ามาเขียนถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า
การออก ปพ.1 ภาษาอังกฤษ มีแต่รักษาการผู้อำนวยการ จะใส่ตำแหน่งใน
ปพ.ว่าอะไร ( สงสัย อ.อภิชาต จะถามภรรยา
แล้วภรรยาก็มาถามผมต่ออีก )
และก็มีคุณ Jay Sanpet
ตอบ อ.วิไลวรรณ ว่า ใช้ Acting
Director ( รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ )
ในเรื่องการรักษาการในตำแหน่งนี้ มีอีกประเด็นหนึ่งที่ ผอ.กศน.อำเภอบางท่านเข้าใจผิด คือ กรณีที่จังหวัดออกคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่ง ผอ.กศน.อำเภอ ไว้ล่วงหน้าเป็นการถาวร โดยแต่งตั้งมากกว่า 1 คน ระบุว่าใครเป็นผู้รักษาการฯคนที่ 1 ใครเป็นคนที่ 2 นั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ ผอ.กศน.อำเภอเลือกว่าในแต่ละครั้งจะให้คนใดรักษาการ หรือให้สลับกัน ( การเลือกแต่งตั้ง ไม่ใช่อำนาจของ ผอ.กศน.อำเภอ แต่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้รักษาการฯก็คือผู้เดียวกับผู้แต่งตั้ง ผอ.ตัวจริง โดยในส่วนของ กศน. มอบอำนาจให้ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด เป็นผู้แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่ง ผอ.กศน.อำเภอ ) ที่ถูกคือ ผู้รักษาการฯต้องเป็นคนที่ 1 เว้นแต่คนที่ 1 ก็ไปราชการหรือปฏิบัติงานไม่ได้ด้วย จึงจะให้คนที่ 2 รักษาการฯ
2.
วันเดียวกัน ( 23 ม.ค. ) กศน.อ.แห่งหนึ่ง ( ไม่ต้องการให้ผมเปิดเผย ) ให้ผู้ที่จบปริญญาตรีแล้ว
1 คน กับผู้ที่จบ ม.ปลายไป 1 ปีแล้วอีก
1 คน มาลงทะเบียนเรียน กศน.ม.ปลาย เพราะ 2 คนนี้เก่งกีฬาต้องการให้เข้ามาเป็นนักกีฬา กศน.
เพื่อจะได้แข่งชนะไปถึงระดับจังหวัด ภาค และถึง กศน.เกมส์ระดับประเทศ (
เนื่องจากมีระเบียบ กศน.เกมส์ว่าต้องเป็นนักศึกษา กศน. )
แล้วถามผมว่า
ทำอย่างนี้ได้ไหม
ครั้งแรกผมตอบว่า กลุ่มพัฒนา กศน.
เคยบอกผมว่า ไม่ได้ เพราะ
1) กศน.ขั้นพื้นฐาน เปิดสำหรับผู้ ด้อย/ขาด/พลาด
โอกาสทางการศึกษา ไม่ใช่สำหรับผู้ที่มีโอกาสเรียนจบไปแล้ว
2) รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้เรียนฟรีคนละรอบเดียว
( ผู้ที่จบระดับ
ม.ปลายต้องส่งเกรดเข้ากระทรวง ถ้าจบ 2 แห่ง
เกรดอาจไปชนกันที่กระทรวง กลุ่มพัฒนา
กศน.เคยบอกผมว่า แม้แต่จบ ปวช.ซึ่งน่าจะคนละสายกัน ก็มาเรียน กศน.ประถม-ม.ปลาย
ไม่ได้
กศ.ขั้นพื้นฐาน
เป็นเพียงการศึกษาเรียนรู้ “ขั้นพื้นฐาน” สำหรับเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือให้มีความสามารถในการรู้ด้วยตนเองเพื่อการดำเนินชีวิต เคยมีกรณีที่ไม่ให้เขาเรียนอีกแล้วเขาไปฟ้องศาลปกครอง
ปรากฏว่าเขาแพ้ ศาลบอกว่าเขาได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานจากรัฐไปแล้ว ถ้าต้องการเรียนเพิ่มเติมเป็นบางวิชาจึงจะให้เรียนได้
การเรียนเพิ่มเติมจะไม่ถือว่าได้วุฒิอีกใบ ไม่ถือว่า “จบการศึกษา” อีกครั้ง )
แต่ผู้ถาม ถามผมต่อว่า
ผิดระเบียบอะไร
ตรงไหน ( ต้องการเอกสารอ้างอิงว่าผิดระเบียบหลักเกณฑ์ฉบับไหนข้อไหน )
จะตอบว่ายังไงดี ช่วยหน่อยครับ
- บางคนบอกว่า จบ ปวช. น่าจะเรียนได้เพราะคนละสาย
- บางคนบอกว่า
จบสายสามัญในระบบก็น่าจะเรียนได้เพราะคนละหลักสูตร
- บางคนบอกว่า จบ กศน.
ก็น่าจะเรียนใหม่ได้ถ้าคนละหลักสูตร เช่นจบหลักสูตร 44 มาเรียนหลักสูตร 51 ใหม่
- บางคนบอกว่า จบ
กศน.หลักสูตรเดียวกันก็น่าจะเรียนได้ ถ้าเลือกวิชาเลือกต่างกัน
- บางคนบอกว่า จบ
กศน.หลักสูตรเดียวกันเลือกวิชาเดียวกันหมดก็น่าจะเรียนได้ เพื่อให้ความรู้แน่นขึ้น
เกรดดีขึ้น
- บางคนบอกตรง ๆ เลย ว่า
ให้เรียนได้ เพื่อให้มีนักศึกษาครบ 60-70 คน ( ไม่อย่างนั้นจะให้ครูของเราออกจากงาน
ตกงาน หรือไง งบประมาณเงินอุดหนุนรายหัวไม่ใช่เงินพ่อเงินแม่ )
จะตอบ จะสรุป อย่างไรดีครับ ที่สามารถอ้างอิงได้
( เนื่องจาก มี กศน.อำเภอ ถามแบบนี้อีกเป็นระยะ ๆ วันที่ 15 ก.พ.56 ผมจึงถามกลุ่มพัฒนา กศน.อีก คุณกิตติพงษ์ตอบว่า
"กศ.ขั้นพื้นฐาน เรียนในระดับเดิมอีกไม่ได้ แม้ไม่ได้มีระเบียบหลักเกณฑ์ห้ามไว้ชัดเจน แต่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของประเทศ ควรเรียนต่อในระดับที่สูงกว่า จึงจะเป็นประโยชน์มากกว่า หรือไม่ก็เรียนแบบเรียนเพิ่มเติมสำหรับกรณีที่ต้องการนำผลการเรียนบางวิชาไปสมัครศึกษาต่อบางสาขา )
3. คืนวันเดียวกัน ( 23 ม.ค. ) กรณีคล้ายกัน คุณรัชกิจ กศน.อ.คลองหลวง ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า นักศึกษาจบ ม.ปลายจาก กศน.แล้วต้องการกลับมาเรียน ม.ปลายอีกโดยใช้วุฒิ ม.ต้นสมัคร สามารถมาเรียนได้ไหม
ผมร่วมตอบว่า จริงๆ แล้ว ไม่ได้ โดยเดิมนั้นโปรแกรม ITw จะตรวจสอบกรณีนี้ ตรวจจากเลขประจำตัวประชาชน ถ้าซ้ำกับผู้ที่จบแล้วโปรแกรมจะไม่ยอมให้ขึ้นทะเบียน ( ข้อจำกัดของโปรแกรมคือตรวจสอบได้เฉพาะเรียนซ้ำใน กศน.อำเภอเดิมถ้าเปลี่ยนอำเภอโปรแกรมก็ตรวจสอบไม่ได้ ) แต่ปัจจุบันเพิ่งจะมีการแก้ไขโปรแกรมใหม่ตั้งแต่รุ่น 5 ธ.ค.55 นี้เองโดยโปรแกรมยอมให้คนที่จบแล้วมาเรียนระดับเดิมในหลักสูตร English Program ได้
4. คืนวันเดียวกัน ( 23 ม.ค. ) คุณปิติพล ครูอาสาฯ กศน.อ.เชียงม่วน ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า นำนักศึกษาจัดกระบวนการเรียนรู้นอกสถานทีต่างจังหวัด มีระเบียบค่าเบี้ยเลี้ยงให้นักศึกษาไหม หากมีคิดวันละเท่าไหร่
ผมเข้าไปร่วมตอบว่า ไม่มีระเบียบให้นักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐาน เบิกเบี้ยเลี้ยง ( ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนปกติ )
5.
เย็นวันที่ 24 ม.ค.55 คุณสมัย ครู
กศน.ตำบล ที่ อ.ผักไห่นี้ ถามผมว่า
ลืมรหัสผ่านเข้าฐานข้อมูลความต้องการทางการศึกษาและกิจกรรมการเรียนรู้ จะทำอย่างไร บังเอิญผมจำได้จึงบอกไป แต่คุณสมัยบอกว่าที่อื่น
ๆ ก็ลืม จะทำอย่างไร
ผมตอบว่า ถ้าลืมรหัสผ่าน
ก็ต้องโทร.ไปถามที่หน่วยงานที่ตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของเขตนั้น เช่น
ถ้าเป็นภาคกลาง เครื่องเซิร์ฟเวอร์จะตั้งอยู่ที่กลุ่มแผนงาน กศน. ก็ต้องโทร.ไปถามผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ที่กลุ่มแผนงาน
02-2802924
6. คืนวันเดียวกัน ( 24 ม.ค. ) คุณนงค์นุช ครู กศน.ตำบล ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า สมศ.จะเข้าประเมิน กศน.อำเภอพุทธมณฑล ในวันที่ 3-5 ก.พ.56 ตอนนี้งานประกันยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรเลย โดยเฉพาะเรื่องแผนการสอนที่เป็นแบบบูรณาการทุกรายวิชา ทราบว่าจะถูกติงมากเลยใช่มั๊ย มีข้อเสนอแนะมั๊ย หนูคงไม่ปรับแล้วเพราะใช้แผนบูรณฯมาตลอด
ผมตอบว่า จะแผนแบบบูรณาการหรือแผนแบบรายวิชาก็ได้ทั้งนั้นครับ (แต่ไม่ใช่แผนรวมที่ทำเป็นพิธีไว้ในเล่มรวม ครูไม่ได้นำไปใช้จริง )แผนที่ใช้จริงต้องระบุว่าแผนไหนใช้สอนวันที่เท่าไรเสนอผู้บริหารพิจารณาก่อนใช้ และมีบันทึกหลังสอนเป็นประจำแต่ละครั้ง ( วิธีสอน ต้องเน้นให้ผู้เรียน “คิดวิเคราะห์” )
7. วันที่ 25 ม.ค.56 คุณ “แป๋ม นาวาทอง” กศน.บ้านตาขุน ถามในหน้าเฟซบุ๊คผม ว่า จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป้า 50 คน แต่จ่ายจริง ประมาณ 25,000 บาท ซึ้งเบิกเกินรายหัวจัดสรรคได้ไหม
ผมตอบว่า ท่านรอง
ผอ.สนง.กศน.จ.อยุธยา บอกว่าเราต้องทำแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยกำหนดเป้าฯให้รวมทุกคนจึงจะใช้เงินเต็มตามยอดที่ได้รับจัดสรรได้แต่อาจแยกเป็นหลายกิจกรรมหรือหลายโครงการย่อยโดยบางกิจกรรมใช้เงินเกินรายหัว
และบางกิจกรรมใช้เงินต่ำกว่ารายหัว
เช่น
สมมุติว่า นศ.ทั้งหมด 250 คน ยอดเงินรวม 30,000
บาท อาจแยกเป็น 2 กิจกรรมหรือ 2
โครงการย่อย คือ
1) เข้าค่าย 50 คน
ใช้เงิน 25,000 บาท
2) กิจกรรมพัฒนาความรู้ในสาระความรู้พื้นฐาน
จัดอยู่ภายในตำบล/อำเภอ 200 คน ใช้เงิน 5,000
บาท
ถ้ารวมทุกกิจกรรมหรือทุกโครงการย่อยแล้ว
ผู้เรียนได้พัฒนาทุกคน วงเงินรวมไม่เกินที่ได้รับจัดสรร ก็ได้
( ตามกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของสำนักงาน กศน. ข้อ 3.3 กำหนดว่าถ้าจัดกิจกรรมในรูปแบบศึกษาดูงาน
ให้ไปในพื้นที่ภายในจังหวัด/ภาคเดียวกัน ข้อ 4 ย่อหน้าท้าย
ไม่ให้สถานศึกษาเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้เรียน ซึ่งต่างจากกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต )
8. วันที่
28-30 ม.ค.56 ผมไปเข้าร่วมประชุม
พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้สำหรับคนต่างด้าว ที่ ห้องประชุมชั้น 5 สำนักงาน
กศน. กรุงเทพฯ


ขอบคุณอาจารย์ครับผม..ชัดเจน..ฉับไว..ทันเหตุการณ์เสมอ..ขอถามเพิ่มเติมอาจารย์ดังนี้ครับ
จากข้อความที่ว่า....ท่าน อ.อ้อย ชลีนารถ ศกพ. บอกผมว่า เงินครูสอนเด็กเร่ร่อน เพิ่มเป็นเดือนละ 11,680 บาท ย้อนหลังตั้งแต่ ต.ค.55 โอนให้จังหวัดประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว ครูสอนเด็กเร่ร่อนที่จะได้ 11,680 บาท ต้องสอน กศ.ขั้นพื้นฐาน เดือนละไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง ถ้าสอนต่ำกว่านี้ให้เบิกตามรายหัวผู้เรียน )
หมายความว่า
1.ต้องสอน นศ.กศน.ปกติเดือนละไม่กว่า 72 ชั่วโมง
2.หรือว่าสอนกศน.พื้นฐาน ให้เด็กเร่ร่อน เดือนละไม่กว่า 72 ชั่วโมง...ที่ผ่านมาเด็กเร่ร่อนไม่ได้มีชื่อในการสอบปกติเลย
ขอบคุณครับผมอาจารย์
หมายถึง ต้องสอน กศน.ขั้นพื้นฐาน ให้เด็กเร่ร่อนครับ
ก็เพราะที่ผ่านมาครูสอนเด็กเร่ร่อน "หลายคน" ไม่ได้สอน กศน.ขั้นพื้นฐานให้เด็กเร่ร่อนนี่แหละ กลุ่มแผนงานเขาจึงจะให้จ่ายแค่ 9,140 บาท
ขอบพระคุณสำหรับความรู้มากมายที่ได้รับจากการแบ่งปันของอาจารย์ค่ะ
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
![]()
ขอบคุณข่าวสารที่่ท่านได้แจ้งให้รับทราบทุกครั้ง รวดเร็ว ทันใจ