ไอแอมเวรี่ไทยอินอินเดีย: หมาไล่เงา

ฝน:  ถ้ามึงอยากรู้จักตัวเอง ไม่เห็นต้องมาถึงอินเดียเลย

อ้าย:  อยู่เมืองไทยสะดวกสบายเกิน ไม่ค่อยเห็นตัวจริงเท่าไหร่

ฝน:  แล้วมึงมานี่ลำบากจริงรึเปล่า ยังกับยกเมืองไทยมาไว้ที่นี่

อ้าย:  กูอยากมา สังเวฯ ด้วย

ฝน:  เฮ้ย! เดี่ยวนี้ที่สกลนครมีของจำลองแล้ว

อ้าย:  มันไม่เหมือนกัน  มึงนี่ ใช้ของก๊อปจนชิน

ฝน:  ไม่ใช่  กูว่ามันอยู่ที่ใจว่ะ

อ้าย:  แล้วมึงล่ะ เสือกตามกูมาทำไม

ฝน:  มาเป็นกระจกให้มึงส่องตัวเองไง


ทำไมต้องมาถึงอินเดีย

ผมตั้งคำถามนี้กับตัวเองหลายครั้ง คล้าย ๆ กับสองเกลอที่คุยกันข้างบน ขนาดตอนรอจะขึ้นเครื่องฯ ที่สุวรรณภูมิอยู่แล้ว คำถามนี้ก็ยังแวะเวียนเข้ามา

สนามบินสุวรรณภูมิ


ความอยาก คือคำตอบสุดท้าย

ไม่ว่าจะอยากรู้ อยากเห็น อยากรู้จักอินเดีย อยากทำบุญ อยากมานั่งสมาธิ อยากมาไหว้พระ อยากมาเห็นของจริง อยากอยู่ใกล้พระพุทธเจ้า อยากรู้จักตัวเอง อยากเที่ยว หรือแม้กระทั่ง อยากช้อปปิ้ง

เกิดจากความอยากทั้งนั้น


เดิมผมไม่เคยอยากมาอินเดีย ก็ไม่รู้สึกอะไร แม้แต่เรื่องการมาสังเวชนียสถาน

เคยฟังเรื่องดี ๆ จากเพื่อนที่เคยมาแล้วกลับไปเล่าให้ฟัง ผมก็ยังเฉย ..ก็มันไม่อยาก 

แต่พอเกิดสนใจขึ้น อารมณ์มันถูกกระตุ้น อยากขึ้น อยากขึ้น ร้อนรนเมื่อมีอุปสรรคจนเกือบจะมาไม่ได้ ราวกับว่า ถ้าชาตินี้ไม่ได้มาสักการะสังเวฯ ตามที่ตั้งใจไว้ ชาติหน้าอาจต้องไปเกิดเป็นสัตว์โลกชนิดอื่น

อยากทำดี แต่ทำไมต้องมีมารผจญด้วย ฮ่า.. ยกตัวเองขนาดนั้นเลย

ผมเกิดความรู้สึกอยากไปสังเวชนียสถานจริง ๆ ก็ภายในปี ๒๕๕๕​ นี่เอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ พุทธชยันตี ด้วย  แต่เริ่มจากการอ่านหนังสืออาจารย์ประมวลตามบันทึกนี้ แล้วก็มาโดนชวนให้เชื่ออย่างสนิทใจจากหลาย ๆ สื่อว่า เกิดเป็นชาวพุทธชาติหนึ่ง น่าจะได้มีโอกาสไป  ซึ่งก็อ้างอิงถึงข้อความในพระสูตร ที่ผมค้นมาฝากข้างล่างนี้


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค

๓. มหาปรินิพพานสูตร

[๑๓๑]   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อก่อน พวกภิกษุผู้อยู่จำพรรษาในทิศทั้งหลายย่อมมาเพื่อเฝ้าพระตถาคต พวกข้าพระองค์ย่อมได้เห็น ได้เข้าไปนั่งใกล้ภิกษุเหล่านั้นผู้ให้เจริญใจ ก็โดยกาลล่วงไปแห่งพระผู้มีพระภาค พวกข้าพระองค์จักไม่ได้เห็น ไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้ พวกภิกษุผู้ให้เจริญใจ ฯ

ดูกรอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เป็นไฉน คือ

๑. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้ ฯ

    ๒. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ ฯ

  ๓. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตทรงยังอนุตตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ ฯ

  ๔. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตามระลึกว่า พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ในที่นี้

สังเวชนียสถาน ๔ แห่งนี้แล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ฯ

  ดูกรอานนท์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จักมาด้วยความเชื่อว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้ก็ดี พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ก็ดี พระตถาคตทรงยังอนุตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ก็ดี พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ก็ดี ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เที่ยว จาริกไปยังเจดีย์ มีจิตเลื่อมใสแล้ว จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ

จากเว็บ www.84000.org

ซึ่งเขียนเป็นภาษาอ่านง่าย ดังนี้

สถานที่ควรสังเวช ๔ แห่ง

ทรงแสดงสังเวชนียสถาน คือสถานที่ควรสังเวช ๔ คือที่ที่พระตถาคตประสูติ , ตรัสรู้ , แสดงธรรมจักร และปรินิพพาน ว่าเมื่อภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาจาริกไป มีจิตเลื่อมใส และตายลง ก็จะเข้าสู่สุคติโลกสวรรค์

จากเว็บ พระไตรปิฎกฉบับประชาชน


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ๒ เกสีวรรค

สังเวชนียสูตร

[๑๑๘]   ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ควรเห็น ควรให้เกิดความสังเวชแห่งกุลบุตรผู้มีศรัทธา ๔ แห่งนี้ ๔ แห่งเป็นไฉน คือ สถานที่ควรเห็น ควรให้เกิดความสังเวชแห่งกุลบุตรผู้มีศรัทธาว่า พระตถาคตประสูติ ณ ที่นี้ ๑ พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ที่นี้ ๑ พระตถาคตทรงประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ณ ที่นี้ ๑ พระตถาคตปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ณ ที่นี้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ควรเห็น ควรให้เกิดความสังเวชแห่งกุลบุตรผู้มีศรัทธา ๔ แห่งนี้แล ฯ

จากเว็บ www.84000.org

ซึ่งเขียนเป็นภาษาอ่านง่าย ดังนี้

ทรงแสดงเรื่องสถานที่ควรสังเวช แต่ก็ควรดูของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ๔ แห่ง คือที่ซึ่งพระตถาคตประสูตร, ตรัสรู้, แสดงธรรมจักร (แสดงธรรมครั้งแรก),ปรินิพพาน

เว็บ พระไตรปิฎกฉบับประชาชน


ผมไม่ขอตีีความพระสูตรนะครับ เพราะไม่ลึกซึ้งขนาดนั้น แต่อยากให้ผู้อ่าน ได้อ่านและพิจารณาเอง ว่า พระองค์หมายความถึงเช่นไร



อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมอยากไปอินเดีย คือ อยากรู้จักอินเดียมากขึ้นผ่านโยคะ ซึ่งผมเพิ่งมีมุมมองใหม่จากเพื่อนชาวญี่ปุ่นตามบันทึกนี้  ภาพนั้นแตกต่างจากกระแสโยคะร้อน โยคะเย็น โยคะสารพัดที่สรรหาคำมาบรรยายให้หวือหวาอลังการ ที่ได้ยินอยู่ในปัจจุบัน

ผมจึงเลือกไปอยู่กับคนอินเดีย และไปอยู่ศูนย์โยคะ Kaivalyadhama ซึ่งขอเรียกแบบลิ้นไทย ๆ ของผมว่า ไกวัลย์  ที่เมืองลอนาฟลา รัฐมหาราษฎระ โดยเลือกไปรู้จักอินเดียในแบบฮินดูนี้ก่อนคนเดียว ก่อนที่จะมารู้จักอินเดียในแบบพุทธที่สังเวชนียสถานทั้งสี่ ร่วมกับคณะคนไทยที่มี อาจารย์สุดใจ นิลวัฒน์  ครูตา..ฐิติชยา บุญสุภา และคุณอ้น..พรรคพงศ์ วุฒิวงศ์ เป็นผู้นำ

ผมคิดเองว่า ศาสนาพุทธถือกำเนิดในอินเดีย ในช่วงเวลาที่ผืนดินอุดมไปด้วยแนวคิดหรือคำสอนที่สืบทอดมาเป็นศาสนาฮินดูในปัจจุบัน ผมจึงจัดลำดับการเดินทางของผมเช่นนี้

ผมอยากรู้ว่า เมื่อไปแล้ว ตัวเองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างทั้งความคิดและพฤติกรรม แล้วก็บอกกับตัวเองว่า ถ้าไปแล้ว กลับมาก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คงไม่ต่างจาก หมาไล่เงา ให้อายเจ้าฝนข้างบน


วินาทีนั้นผมก็เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งข้างหน้า เลยถ่ายภาพมาฝาก ลองย้อนกลับไปดูภาพข้างบนนะครับ

สังเกตสิครับว่า ผมเห็นอะไร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หมอ ครู พระ

คำสำคัญ (Tags)#พุทธ#สังเวชนียสถาน#ไทย#โยคะ#อินเดีย#ความอยาก#พระไตรปิฎก#ฮินดู#มหาปรินิพพานสูตร#สังเวชนียสูตร#หมาไล่เงา

หมายเลขบันทึก: 516800, เขียน: 19 Jan 2013 @ 12:11 (), แก้ไข: 21 Jan 2013 @ 20:48 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 10, ความเห็น: 26, อ่าน: คลิก


ความเห็น (26)

โอ... Nirvana บันทึกนี้ smells like teen spirit searching for Bodhicitta ครับ

ปริมก็เห็นค่ะ แต่เห็นจาก อ. ธวัชชัย แล้วมองขึ้นไปอีกที ใช่เลยค่ะ ;)

Ico48

  • บางคนแก่แล้วก็ยัง ค้นหา สิ่งที่ตนเองต้องการ ไม่เจอนะครับ
Ico48

  • ไม่ยากนะครับ อ. จัน
Ico48

  • สายตาดีกันทุกคนเลยครับ
  • มอ่าน ความคิดของผมตอนนั้นต่อ นะครับ

Ico48 Ico48 Ico48

  • ความจริงตอนนั้น ผมถ่ายภาพข้างบนจากระยะไกล เห็นแล้วจึงซูมภาพเข้ามา แบบมือสั่น ๆ
  • ผมยังถ่ายภาพช่วงเดียวกันนั้นมาอีกสองภาพ คือ





รอบตัวเรามีสิ่งต่าง ๆ มากมายให้เรียนรู้นะครับ อยู่ที่ว่า เราจะสนใจ อะไร
การที่ผมซูมภาพมา ก็ทำให้อาจารย์มีจุดสนใจที่จุดนั้น ง่ายขึ้น

ผมคิดได้ว่า ทำไมเราต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ในเมื่อพระพุทธองค์ได้ค้นพบแล้ว ได้บอก หนทาง กับเราแล้ว บอกจุดที่ควรโฟกัสให้เราแล้ว

ผมก็เดินตามทางนั้น ดีกว่า มะงุมมะงาหรา หาทางเองอยู่

Boo
เขียนเมื่อ 

Nirvana ด้านหลังเสื้อ นี่ถือ คำตอบหนึ่งไหมคะ :) เห็นเพียงภาพ 

พออ่านเนื้อหาจบ อ.หมอบอกจากภาพ ผมมองเห็น? หนุ่มอินเดีย? (ที่นั่งตรงข้ามอาจารย์)

พอมาดูสองภาพ คห. ข้างบน เห็น Alliance  - - โอ ไปกันใหญ่เลย

ขอบพระคุณบันทึกดีๆ ได้มองคิด หลายๆ ประเด็น เลย ฝันดีนะคะ :) 

Ico48

  • หนุ่มอินเดียไม่ได้นั่งอยู่หน้าผมครับ  ผมต้องซูมภาพเอา
  • เป็นแค่อุปมาอุปมัยนะครับ
  • ผมไม่ได้ยกตนเป็น ครู สอนใครนะครับ
  • เพียงแต่ตอนนั้น ผมคิดอย่างนั้น ตามที่อยุ๋ในความเห็นใต้สองรูปข้างล่างครับ

  • สวัสดีค่ะ คุณหมอเต็มศักดิ์  (เราสิงห์ซ้ายเหมือนกันนะคะ)
  • มาด้วยคิดถึง เพราะไม่ได้อ่านบันทึกคุณหมอนานๆๆๆๆๆ มากแล้วค่ะ 
  • อยากมาอ่านเต็มๆ ตาม link  แต่ตอนนี้ท้องปั่นป่วนเพราะยาสมุนไพรลดความอ้วนอีกแล้วค่ะ จากมาใหม่เร็วๆ นี้ค่ะ

Smells like teen spirit มัน anthem of 90s generation ครับ ผมรู้จัก Nirvana พร้อม Buddhist nirvana เลยครับ


แหมๆคุณหมอพอว่างหมดภาระจากงานก็เที่ยวเลย อิจฉาๆ 

รออ่านอีกครับ

Ico48

  • ระวังนะครับ เอ แต่ทำไมต้องลดความอ้วนกันขนาดนั้นด้วยนะครับ
Ico48

  • กำลังเดาอยู่ว่าอ.เหน่พูดถึงอะไร
  • คือวงที่นักร้องนำฆ่าตัวตายหรือเปล่าครับ คุ้น ๆ อยู๋เหมือนกัน แต่ไม่เคยฟังเพลงเขา
Ico48

  • ขอบคุณอาจารย์ขจิตนะครับ ได้ link youtube น่าสนใจมาเพิ่มอีก
  • ตอนนี้กลับมาทำงานต่่อแล้วครับ

ดูภาพถ่ายของอาจารย์ที่มองจากตัวอาคารไปด้านนอก...มองเห็นฟ้ากว้าง....รู้สึกอยากบินค่ะอาจารย์ 555

Ico48

  • ความชอบ ความสนใจของเราแต่ละคน แตกต่างกันไปนะครับ

Kurt Cobain นักร้องนำวง Nirvana ครับ ที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่น่าสนใจทีเดียวครับ เสียดายว่าอารมณ์รุนแรงและด่วนตัดสินใจไปหน่อยครับ ถ้าเขาให้เวลาตัวเองอีกสักนิด เขาน่าจะเป็นชาวพุทธที่ดีและมีส่วนเผยแพร่ศาสนาพุทธได้อย่างมากทีเดียวครับ

จาก wikipedia "Religion would remain an important part in Cobain's personal life and beliefs, as he often used Christian imagery in his work and maintained a constant interest in Jainism and Buddhist philosophy. The band name Nirvana was taken from the Buddhist concept, which Cobain described as "freedom from pain, suffering and the external world," which paralleled with the punk rock ethic and ideology. Cobain would regard himself as both a Buddhist and a Jain during different points of his life, educating himself about the philosophies through various sources, including through watching late night television documentaries on both subjects"

มีเพลงของ Nirvana หลายเพลงที่คนแปลความหมายเนื้อเพลงไม่ออก อย่างเพลง Smells like teen spirit ที่ดังมากนั้นไม่มีใครนึกว่าจะเกี่ยวกับศาสนาพุทธ แต่ในมุมหนึ่งผมคิดว่าเขาพูดถึงการค้นหาโพธิจิต (ตามความเข้าใจของเขา) ครับ

Ico48

  • อาจารย์พูดถึงเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดถึง โอโช Osho ศาสดายุคใหม่ของอินเดีย ที่มีพวกคนดังเป็นสาวกเยอะ รู้สึกอาจารย์ประพนธ์จะแปลหนังสือของเขาด้วยนะครับ
  • ผมเพิ่งรู้จัก Osho ก็ตอนไปอินเดียคราวนี้ คุณอ้น..พรรคพงศ์ วุฒิวงศ์ เป็นคนแนะนำว่า ถ้าไปไกวัลย์ไม่ได้ ก็ให้ไปโอโช

ผมซื้อหนังสือของ Osho ไว้หลายเล่มครับ อ่านจบบ้างอ่านไม่จบบ้างครับ ;-)

ผมว่า Osho เป็นที่รู้จักในประเทศไทยเพราะ อ.ประพนธ์นี่ละครับ หลังจากมีหนังสือแปลของแกแล้วร้านหนังสือภาษาอังกฤษในประเทศไทยก็เริ่มมีหนังสือของ Osho ขายครับ

ผมคิดว่าการศึกษาศาสนาฮินดูทำให้เราได้รู้จักศาสนาพุทธมากขึ้นครับ ในปัจจุบันนี้ผมเห็นความเหมือนของศาสนาต่างๆ มากกว่าความแตกต่างครับ ผมว่าศาสนาในโลกนี้ทุกศาสนาเหมือนกันประมาณ 95% แล้วต่างกันประมาณ 5% ได้ครับ แต่ดูเหมือนเจ้า 5% นี่ละที่ทำให้กลายเป็นปัญหาของโลกครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ครับ

Nurse
เขียนเมื่อ 


ทำไมต้องมาถึงอินเดีย

ขอแลกเปลี่ยน  ในโอกาสที่แตกต่าง

ดิฉัน ไม่เคยคิดว่าตัวอเง จะต้องไปอินเดีย ไม่เคยคิดว่าการไปอินเดีย จะทำให้ ความเป็นพุทธ ของ ดิฉันเปลี่ยนไป

ไม่เคยคิดว่า การไปทำบุญ หรือการเป็นส่วนหนึ่งของการทำนุบำรุงศาสนานพุทธ ต้องทำที่อินเดีย และอื่นๆ

อีกมากมายที่ ในชีวิต ที่ตนเองไม่เคยคิดว่าตนเองต้องไปอินเดีย  


และแล้ววันหนึ่ง ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๕  ที่ปัตตานี  จุดเริ่มต้น ของความป็นพุทธ และอาหารที่กำลังใส่บาตรพระ ๒ รูป กับเสียงระเบิด แสวงเครือง ที่ถูกวางไว้ เพื่อ รอให้พระมาเดินบาตร ก้็ป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ฉันต้องไปอินเดีย

รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่เกิดมาเป็นชาวพุทธที่ปลายด้ามขวานทองแห่งนี้ แต่ไม่สามารถทำในสิ่งที่เป็นพื้นฐาน ของความป็นพุทธ ของชีวิตหนึ่ง  ที่แผ่นดินไทย

ฉันไม่มีโอกาสได้ตักบาตรในยามเช้าที่ปัตตานีบ่อยนัก เพราะครอบครัว ไม่รู้สึกดีกับสิ่งที่ ฉันได้รับผลกระทบ  โอกาสที่จะได้ตักบาตรในยามเช้า ที่ จังหวัดอื่นๆ และการทำบุญ โดยวิธีอื่น จึงเกิดขึ้นมาชดเชยความรู้สึกของ ชาวพุทธ อย่างฉัน   และฉันก็มีโอกาสได้มาสัมผัส ของสุขที่แท้จริงของควาเมป็นพุทธ ทีีอินเดีย  มีหลายสิ่งที่ ฉันไม่เคยรู้ ไม่เคยสัมผัส และไม่เคยรู้ว่า ความเป็นพุทธที่แท้จริงมันเต็มไปด้วยความสุข  ความพอเพียง และ ความพร้อม  พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ ...

ฉันยังคงเหมือนเมื่อวันวาน   ชีวิต กับความตาย เป็นความรู้สึกที่ฉันสัมผัสได้ ยามก่อนนอน ของทุกคำ่คืน ตั้งแต่ ฉันยังจำความได้ เมื่อ ตอนอายุประมาณ ๕ ขวบ  และวันนี้ ฉันก็ยังรู้สึกเช่นนั้น  ความเพียงพอ ความอิ่มเอม  และความพร้อม สำหรับ การมีวันพรุ้งนี้หรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่ ฉันสัมผัสได้ ก่อนอน ทุกค่ำคืน 




Nurse
เขียนเมื่อ 

ทำไมต้องไปอินเดีย

เป็นคำถามที่ฉัน อยากรู้ ในกลุ่มผู้คนที่ไปอินเดีย

สำหรับฉันแล้วไม่เคยคิดว่า การไปทำบุญ หรือการทำนุบำรุงศาสนา และการเป็น ส่วนหนึ่งของชาวพุทธ

ต้องไปที่อินเดีย  จนวันหนึ่ง  ๙ มิถุนายน ๒๕๕๕  เสียงระเบิดแสวงเครือง  ในจุดที่ฉันยืนตักบาตร  ..

พระ๒ รุป  , เพื่อนฉัน และน้องตำรวจ อีก ๓ นาย   กับแรงระเบิด ที่ถุกเตรียมไไว้เพื่อ เป็นการบอกกล้่าว 

ถึงการไม่อนุญาติให้เราได้กระทำในสิ่งที่เป็นพื้นฐานของควาเมป็นชาวพุทธ ที่ปลายด้ามขวานทอง ของแผ่นดินไทย

แผ้นดินของพ่อ

..ฉัน ไม่มีโอกาสได้ไปยืนตักบาตร ในยามเช้า ที่ปัตตานี บ่อย เท่าเดิม ..การเลือก ทำบูญโดยวิธีอื่นๆ

จึงเข้ามาแทนที่ เพื่อชดเชยความรู้สึก ของชาวพุทธอย่างฉัน ที่ยังอยากทำศาสนกิจ ต่อไป   ฉันได้มีโอกาสไปสัมผัส

ชีวิตของชาวพุทธ ที่อินเดีย วันที่ ๒๐-๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕  และฉันก็พบว่า ฉันได้คำตอบที่แท้จริงสำหรับการ

ไปอินเดีย ของชาวพุทธ

ฃีวิต กับความตาย  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำของฉันเมือ ๔๐ ปีที่ผ่านมา 

และแม้นวันนี้ ทุกค่ำคืน ก่อน หลับตาลงอย่างมีความสุข  ความอื่มเอิม ความเพียงพอ และความพร้อม

ที่เกิดขึ้น ในหัวใจ ที่เต็มไปด้วยความสุข  เสียงพระบรรยายธรรม กับ ห้องแอร์เย็นฉำ่ และการสวดมนต์

ขอพร แ่ก่ เพื่อมนุษย์ทั้งปวง  คือความสุขที่แท้จริง และฉันก็คิดเสมอว่า ถ้าฉันมีโอาสทำให้ผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ได้รับ ..มัน  จะเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ ในดวงใจของชาวพุทธ อย่างฉัน

Ico48

  • ผมไปเจอหนังสือของ Osho ที่ห้องสมุดบ้านผมที่ปัตตานีด้วย สงสัยพี่สาวผมซื้อมา แต่ยังไม่คิดจะอ่าน เพราะไปเจอ มหาภารตยุทธ ของ อ.กรุณา กับ ภควัตคีตา เลยหยิบมาอ่านก่อน
  • เห็นด้วยกับอาจารย์ครับ ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย กลับกลายเป็นปัญหาไปได้

Ico48

  • ขอบคุณนะครับที่เล่าประสบการณ์ที่ยากจะลืม
  • อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า เราไม่ได้รับอนุญาต ให้ทำสิ่งที่เราศรัทธา ก็เป็นความทุกข์นะครับ
  • หากการเดินทางไป 'ทำบุญ' ที่อินเดีย ช่วยเยียวยาเราได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมอนุโมทนาด้วยจริงๆ
  • คิดถึงสมัยตอนผมบวชเป็นพระใหม่อยู่วัดตุยง แล้วตอนบิณฑบาตเช้าต้องเดินผ่านชุมชนมุสลิม ในสมัยที่ยังไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ ก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย แต่ผมก็ได้เรียนรู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมช่วงนั้น พระในวัดเอาของแห้งที่รับบิณฑบาตมาเยอะะแยะในช่วงเทศกาลต่างๆ ออกไปแจกชาวบ้าน รวมถึงชุมชนมุสลิมด้วย  ผมยังไม่ลืมความรู้สึกวันนั้นเลย  มันทำให้ผมเข้าใจบทสวด ยถา วริวหา ชัดเจนขึ้น  เข้าใจคำว่า อภัย มากขึ้น