ปัญหาการเมืองไทย

การเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปของรัฐและการจัดระเบียบความสัมพันธ์ภายในรัฐระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง   โดยเมื่อสังคมมนุษย์ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาล  คนเราจึงต้องแบ่งออกเป็นสองพวกใหญ่ๆ  คือ ผู้ที่ทำหน้าที่บังคับกับผู้ถูกบังคับเสมอ

                         กลุ่มแรก   การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ  โดยเป็นการต่อสู่กันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและอิทธิพลในการบริหารกิจการบ้านเมือง                          กลุ่มที่สอง  การเมืองเป็นเรื่องของกรจัดสรรทรัพยากรของรัฐหรือสิ่งที่มีคุณค่าทางสังคม                          กลุ่มที่สาม   การเมืองเป็นเรื่องของความขัดแย้ง  ทั้งนี้เนื่องจากทรัพยากรของชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด  ขณะที่ผู้คนซึ่งต้องการใช้ทรัพยากรนั้นมีอยู่มากและความต้องการใช้ไม่มีขีดจำกัด  การเมืองจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่คนในสังคมไม่อาจตกลงกันได้หรือเกิดความขัดแย้งขึ้น                          กลุ่มที่สี่   มองการเมืองว่าเป็นเรื่องของการประนีประนอมผลประโยชน์  เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความขัดแย้งจากการดำเนินงานทางการเมืองที่ไม่มีทางออก                           กลุ่มที่ห้า  การเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐและการบริหารประเทศในกิจกรรมหลัก  3  ด้านคือ  งานที่เกี่ยวกับรัฐ  การบริหารประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายและอำนาจกรบริหารราชการแผนดินซึ่งเป็นการควบคุมให้มีการดำเนินงานตาม                            กลุ่มที่หก  การเมืองเป็นเรื่องของการกำหนดนโยบายของรัฐกล่าวคือ การเมืองคือกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย หน่วยงานและเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการกำหนดนโยบาย

                             ตัวอย่างความขัดแย้งทางการเมืองไทยในปัจจุบัน สถานการณ์ชายแดนภาคใต้สถานการณ์ปัจจุบัน

                           การสำรวจปัญหาจากประชาชนในพื้นที่พบว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี  ยะลา  นราธิวาส  มีปัญหาที่สั่งสมกันมากมายหลายด้าน และมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน  บทความนี้ได้พยายามที่จะหาพยายามหลักฐานข้อมูลความรู้ที่น่าเชื่อถือจากเอกสาร  ทัศนะ  ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งข้อสรุปจากการประชุมสัมมนาเท่าที่ค้นคว้ามาได้  เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจเข้าถึงสาเหตุที่เป็นแก่นแท้ของปัญหา  ดังนี้                          วัฒนธรรมการใช้อำนาจและลัทธิการพัฒนา:  ปัญหาเดิมที่ดำรงอยู่                                การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในกรณีความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม  เมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2547  ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ได้มีข้อสรุปร่วมกันว่า  เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้  เกิดจากปัญหาสำคัญ 3  ประการคือ·        ปัญหาวัฒนธรรมการใช้อำนาจกับดักประวัติศาสตร์·        ปัญหาในด้านลัทธิพัฒนา

·        ปัญหาวัฒนธรรมการเรียนรู้

                           ชาติพันธ์  เอกลักษณ์และความเชื่อลัทธิทางศาสนาของคนกลุ่มใหม่ :  พลวัตของปัญหาที่เปลี่ยนแปลงไปด้านชาติพันธ์  ด้านเอกลักษณ์                                เรื่องชาติพันธ์เป็นปัญหาที่ปรากฏในรัฐไทยมาช้านาน  รวมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าปัญหานี้สามารถแก้ไข  คลี่คลายได้ผ่านมาตรการ  นโยบายรัฐด้านต่างๆ  แต่กรณ๊กลุ่มชาติพันธ์ที่เป็นคนชายขอบที่มีความต่างทางด้างวิถีชีวิต  ประเพณี  วัฒนธรรม  ภาษา  การแต่งกาย  แม้กระทั่งศาสนาและมีความพยายามที่จะรักษาอัตลักษณ์ของกลุ่มตนเองเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนเผ่าต่างๆในภาคเหนือของประเทศไทย  กลุ่มชาวมลายูมุสลิมในภาคใต้  รัฐไทย  ระบบความรู้ของสังคมไทย  ยังมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขมากกว่าการที่จะยอมรับว่าเป็นความต่างเป็นความหลากหลายที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคมส่วนร่วมและไม่ได้เป็นปัญหาต่อเอกภาพหรือความมั่นคงของประเทศ                        ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ 2  ประการคือ                                     ยึดรัฐธรรมนูญ  ยอมรับความหลากหลาย                                           ข้อเสนอซึ่งเป็นผลการรับฟังความดิดเห็นจากประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม  เมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2547 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  มีดังนี้·        การปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง·        ต้องเข้าใจและเคารพความหลากหลายของวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้·        ปรับการบริหาร  การทำงานของหน่วยงานรัฐให้ตรงกับสภาพวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน·        รัฐบาลและสังคมไทยต้องเข้าใจและให้ความสำคัญในเรื่องภาษามลายู  วัฒนธรรมและการวิถีชีวิตของคนมุสลิม เพราะถ้ารัฐบาลใช้นโยบายหรือบริหารประเทศที่ส่งผลกระทบกับการใช้ภาษา  วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนมุสลิม จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป  รวมทั้งต้องเปิดโอกาส·        เปิดพื้นที่ให้คนในสังคมไทยเข้ามามีบทบาทในการลดการใช้อำนาจในทางมิชอบหรือป้องกันการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย ใช้แนวทางสันติประชาธรรม                    ในสถานการณ์ของความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่เรียกว่าเป็นกระแสความคิด  ความต้องการที่สุดโต่งทั้งสองด้าน  ทั้งความคิดสุดโต่งด้านความมั่นคงซึ่งเป็นวัฒนธรรมทางการเมือง  การปกครองมานาน  และแนวทางสุดโต่งที่ปะทุขึ้นมาเพื่อตอบโต้รัฐในอีกด้านหนึ่ง  ทางออกของปัญหาคือ  การสร้างทางเลือกให้กับประชาชนคนสามัญ  โดยการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด  ความต้องการ  อุดมการณ์ ของประชาชนส่วนใหญ่  ซึ่งต้องการที่จะดำรงชีวิตร่วมกัน โดยปกติสุข  มีการเคารพในสิทธิ  เสรีภาพซึ่งกันและกัน  ยอมรับในเอกลักษณ์กันและกัน โดยดำเนินการอย่างเป็นขั้น  เป็นตอน  เป็นกระบวนการในช่วง 3 ปีหรือ 4-5 ปีข้างหน้า  แนวทางนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยตรง แต่จะช่วยคลี่คลายปัญหา ช่วยคลี่คลายความหวาดระแวง และประการสำคัญ ช่วยคลี่คลายความมุ่งมาดปรารถนาของการใช้กำลัง  เพราะการใช้ใช้กำลังไม่ว่าจากฝ่ายไหนก็ตาม  ถ้าขาดเสียซึ่งฐานความเห็นชอบของประชาชนส่วนใหญ่แล้ว  ไม่คิดว่าจะเป็นความยั่งยืน