GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Crisis...หัวอกพ่อ-แม่

บันทึกนี้...ก่อนเขียนต้องขออภัยคุณมงคล  ยะภักดี ที่สัญญาว่าจะคอยติดตามดูรายการ "ช่องห้าวาไรตี้" ที่จะสัมภาษณ์พ่อแม่ของน้องสองคนที่ถูก abuse และฆาตกรรม...เพิ่งจะรับปากไป แต่ต้องติดภาระกิจด่วนเจอ case crisis หลังจากที่ได้ตีพิมพ์บันทึกนี้ไปแล้ว...

น้องหนิงโทรหาประมาณ 18.42 น. ซึ่งกำลังตีพิมพ์บันทึกเรื่อง R2R ไปเกิดที่สูติ1 แล้วนั้น...ว่าให้ช่วยไปดูพี่เขียวที่ ER แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลหน่อย...ลูกหมูลูกชายพี่เขียวจมน้ำตาย...เท่านั้นแหละคะ...ดิฉันคว้ากุญแจรถได้รีบขับรถบึ่งออกจากบ้านไป ด้วยความห่วงใยพี่เขียว เพราะลูกหมูเป็นลูกชายที่พี่ขียวรักมาก...ทุ่มเทให้มาก..เพราะลูกหมูดูท่าจะเป็นคนที่มีปัญหามากที่สุดเมื่อเทียบกับพี่ชายและน้องชาย...หัวอกคนเป็นแม่ไม่เคยที่จะกล่าวโทษหรือตำหนิลูกที่ทำผิด...เพราะพี่เขียวเชื่อว่า..การด่าว่าลูกจะทำให้ชีวิตลูกตกต่ำ...ดังนั้นทั้งพี่เขียวและพี่สาท ก็จะเพียงตักเตือน...และให้ความรัก..และลูกหมูก็รักแม่...รักมาก น้าๆ..ในกลุ่มงานจิตเวช ต่างรับรู้ดีว่าความสุขของพี่เขียว คือ การได้ดูแลลูกหมู เพราะพี่ต่อกับน้องตั้มนั้น...ต่างมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ดีกว่า...พี่เขียวกับพี่สาทจึงไม่ต้องคอยดูแลมากเท่าลูกหมู

แต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาลดิฉันโทรคุยกับพี่เบิร์ด...ซึ่งแจ้งข่าวว่า..ยังไม่เจอลูกหมู ให้ไปที่บ้านพี่เขียวเลย ไม่ถึงสิบนาทีดิฉันไปถึงบ้านพี่เขียว...เจอสภาพแล้วน่าเป็นห่วงมาก หัวใจของผู้เป็นแม่ที่แทบสลาย...เราทุกคนในกลุ่มงานจิตเวชต่างทยอยมาสมทบกัน...เราทราบว่านี่คือ วิกฤติสุขภาพจิตในครอบครัวพี่เขียว...แม้จะเป็นผู้บำบัดเหมือนกันแต่ในภาวะที่คุกคามเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว...หากมีทุนเดิมไม่มาก...ก็อาจเพลี่ยงพล้ำต่อภาวะวิกฤตนั้นได้...พี่เขียวเองก็เช่นเดียวกัน..กับสภาพร้องไห้ฟูมฟาย สลับกับการนิ่งเงียบ...

สิ่งที่เราช่วยได้ในช่วงขณะนั้น คือ การประคับประคองจิตใจ...(Supportive  Counseling) กับการใช้ counseling แนวพุทธ มาใช้ในกรณีนี้ การตั้งสติ ประกอบการคลายเครียดด้วยการทำ Breathing  exercise การตั้งจิตภาวนาให้เจอลูกหมู...ไม่ว่าจะด้วยสภาพใดก็ตาม...แต่ในช่วงขณะนั้นเราประคองให้พี่เขียว..มีสติประคองไว้ให้มั่น...เพราะลักษณะนี้โอกาสสติแตก หรือ break down สูงมาก...เพราะไม่สามารถเผชิญต่อความผิดหวังที่รุนแรงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว...กับการสูญเสียอย่างกระทันหัน...โดยทั่วไปเราจะเรียกว่า วิกฤตสุขภาพจิต...

เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ...นับตั้งแต่ลูกหมูจมน้ำตั้งแต่เกือบประมาณห้าโมงเย็นนั้น...ซึ่งตอนนั้นพี่เขียวอยู่ที่ทำงานกับดิฉัน แต่ยังไม่ทราบข่าวใดใด...ก็ยังคุยกันและนั่งทำงานกัน...ขณะนั้นชุดช่วยเหลือที่ไม่ใช่นักประดาน้ำ หากแต่เป็นชาวบ้านที่ชำนาญกับเรื่องน้ำ...ต่างพากันช่วยระดมหาลูกหมู..เราได้ทราบว่าพี่สาทที่ขณะนั้นตามติดการตามหาลูกหมูอยู่นั้น ก็ไม่ไหวเช่นกัน..ดิฉันกับพี่เบิร์ด พี่นาง หน่อย และพี่ต้อย (อรพินท์-รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล...ที่เป็นเสมือนญาติที่พี่เขียวนับถือ)ต่างรุดไปที่เกิดเหตุ...เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือพี่สาทอีกคนกับการประคองใจเผชิญต่อเหตุการณ์นั้นให้ได้...ห้วงเวลานั้นก็ให้น้องหนิง น้องหนุ่ย พี่หน่อยใหญ่ พี่หน่อยน้อย...อยู่เป็นเพื่อนพี่เขียว...และเตรียมความพร้อมพี่เขียวต่อการเผชิญกับความจริง...

ประมาณสามทุ่มกว่าเกือบจะสี่ทุ่ม...เราเจอร่างลูกหมูที่ไร้ลมหายใจ...หลับแน่นิ่งเหมือนคนนอนหลับ...ทีมช่วยเหลือที่เป็นชาวบ้านต่างช่วยกันอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ได้รับค่าจ้างใดใด ต่างช่วยกันขมีขมันนำร่างไร้วิญญาณของลูกหมูขึ้นมา...ท่ามกลางความมืดมิดที่แทบมองไม่เห็น...

สิ่งที่ต้องทำคือ การเตรียมจัดงานให้ลูกหมู...แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การประคองสภาพจิตใจของทั้งพ่อและแม่..ให้ผ่านห้วงวิกฤตินี้ไปให้ได้...ให้สามารถยอมรับต่อสภาพความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ...เพราะหากสามารถผ่านภาวะวิกฤติสุขภาพจิตนี้ไปได้ โอกาสแห่งการฟื้นฟูทางด้านจิตใจนั้น..จะทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่เรื้อรังมาก...

ทำให้ดิฉันหวนไปนึกถึง case ของคุณมงคล  ยะภักดี..เช่นเดียวกัน สิ่งที่น่าเป็นห่วงกับการสูญเสีย...ซึ่งเป็นการสูญเสียอย่างที่ไม่สามารถจะหาอะไรมาทดแทนได้นั้น...แม้บางครั้งบางรายที่เราไม่สามารถช่วยได้ทันในภาวะวิกฤติหรือภาวะ crisis นี้...แต่เราก็ยังต้องให้การช่วยเหลือระยะหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว...เหมือนเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ในฐานะผู้บำบัดเราก็จะต้องทำและทำ...ทำเพื่อให้เขาสามารถฟื้นฟูสภาพจิตใจกลับมาให้ได้...เพราะโอกาสแห่งภาวะอารมณ์ซึมเศร้าและสูญเสียจะเรื้อรังไปอีกนาน...หากเราให้การช่วยเหลือได้ไม่ครอบคลุม หรือพลาด หรือไม่ตระหนัก...ก็จะทำให้เราสูญเสียคนดีที่มีการรับรู้อย่างมีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ไปได้...

ทันทีที่กลับถึงบ้านประมาณห้าทุ่มนี้...จัดการกิจธุระส่วนตัวเสร็จ...
ปรับสภาพจิตใจไม่ให้ sympathy ไปกับเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญร่วมนั้น..ตั้งจิตให้มั่นและแผ่ส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับ..และความมีเมตตาถึงคนครอบครัวพี่เขียว...
จึงอยากบันทึก...แห่งห้วงอารมณ์นี้ไว้...
ขอให้ดวงวิญญาณของลูกหมูไปสู่สุขคตินะ

จากน้าๆ...คนจิตเวช...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 51207
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 14
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (14)

     ขอแสดงความเศร้าเสียใจกับพี่เขียวและครอบครัวด้วยนะครับ ขอให้พี่เขียวได้เข้มแข็งนะครับ

     ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง สำหรับการจากไปของลูกพี่เขียว (น้องลูกหมู ) ครั้งนี้

ให้ Dr.Ka-Poom ทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุดนะครับ

เป็นกำลังใจให้เสมอครับ

ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียด้วยครับ เราคงต้องทำใจยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเรื่อย

ขอให้ทุกท่านมีพลังกาย และ พลังใจที่เข้มแข็งครับ

 

จตุพร  

คุณชายขอบคะ...

ขอบคุณแทนพี่เขียว...และครอบครัวนะคะสำหรับแรงใจที่ส่งมาให้...กะปุ๋มจะนำบอกถึงพี่เขียวในบ่ายวันนี้...พี่เขียวคงมีกำลังใจเพราะเดิมทีชื่นชมอาจารย์ชายขอบอยู่แล้ว...

ที่กลุ่มงานเงียบเหงาคะ...เมื่อคืนเราอยู่กับพี่เขียวจนพี่เขียวหลับได้...เราทุกคนจึงได้กลับบ้าน...

ช่วงวิกฤตสิ่งสำคัญ...คือ การอยู่เคียงข้างและความเข้าใจ...พร้อมกำลังใจเต็มเปี่ยมคะ

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ...ในนามคนจิตเวช

กะปุ๋ม

คุณเอกคะ...

น้ำใจในมิตรภาพไม่เคยมีน้อยลง...กะปุ๋มและทุกคนทำงาน...ได้ทำในสิ่งที่พึงทำ...ที่เราผูกกันด้วยหัวใจในการทำงาน...วันนี้กะปุ๋ม พี่เบิร์ด น้องหนุ่ย และน้องหนฺง stand by ที่กลุ่มงาน...ที่เหลือไปอยู่ช่วยพี่เขียวคะ...วันนี้โรงพยาบาลรับเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมคะ...

ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจ

กะปุ๋ม

ภาพข้างๆ ความสูญเสียเราจะเห็นภาพของคนที่เกี่ยวข้องโดยหน้าที่จำนวนไม่น้อยกระวีกระวาด เพื่อให้ความช่วยเหลือ บำบัด หรือจัดการตามสมควรแก่หน้าที่ความรับผิดชอบ ทั้งเป็นทางการและไม่ทางการ

แม้ในส่วนของคุณกะปุ๋ม ส่วนของผม ส่วนของโรงพยาบาล ส่วนของตำรวจ ครอบครัว และชุมชน  สังคม ต่างก็ทำหน้าที่อย่างขมีขมัน

ว่าจำเพาะในกรณีของผม นับแต่วันเกิดเหตุนอกเหนือจากเป็นการวิ่งเข้าหาครอบครัวตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว ยังต้องคอยรับแขกที่เกี่ยวข้องที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่โดยตลอด

เป็นแขกทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ
เป็นแขกทั้งในพื้นที่ นอกพื้นที่ ทั้งชุดเฉพาะกิจ
เป็นแขกที่มาอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ
คำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ คือ "ผู้ใหญ่ หรือคนในวงการก็มองกันว่าสภาพศพมันโหดร้าย ทารุณ การกระทำไม่น่าใช่คนปกติ"

สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศเป็นกลุ่มผู้มีอาการทางจิตบรรเทาอยู่กว่า 80% ของคนในบ้านทั้งหมด
สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหวังอยู่เสมอว่าให้ผู้คนในชุมชนโดยรอบยอมรับและเข้าอกเข้าใจในวิถีชีวิตเป็นสิ่งที่พึงประสงค์ยิ่ง  กระบวนการต่างๆ ถูกให้ออกมาในรูปลักษณะอย่างนั้น นับแต่การออกไปช่วยงานในชุมชน การไปรับจ้างเป็นแรงงานราคาถูกหรือตามแต่ความสามารถในชุมชนก็เป็นสิ่งที่ทำกัน

การเข้าใจและยอมรับในบทบาทของกันและกัน นอกจากจะเกิดความเข้าใจอันดีต่อกันแล้ว ยังจะสร้างผลดีต่อการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต

ผมเข้าใจและเห็นใจ พร้อมทั้งชินเสียแล้วกับประโยคว่า "การกระทำไม่น่าใช่คนปกติ"  แล้วเป้าจะมุ่งมาที่บ้านใหญ่
ผมเข้าใจ อย่างที่ผมเขียนไว้ใน "หอมกลิ่นลำดวน"---ใครเขามองลอดรั้วลวดหนามเข้ามา ก็อาจเข้าใจไปว่าคนในบ้านบางกลุ่มถืออภิสิทธิ์ถือถาดข้าวไปทานบนตึกได้อย่างไร ไม่แบ่งใจไว้แม้สักเล็กน้อยบ้างว่า เป็นการถือไปเพื่อผู้ป่วย เพื่อผู้พิการ

ผมเข้าใจและเห็นใจ พร้อมทั้งชินเสียแล้วกับประโยคว่า "การกระทำไม่น่าใช่คนปกติ"  แล้วเป้าจะมุ่งมาที่บ้านใหญ่
เพราะคนในบ้านใหญ่ ออกไปทำงานก่อสร้าง--เป็นการก่อสร้างบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของผู้ตาย

ผมเข้าใจและเห็นใจ แม้ว่าคนในบ้านผมบางส่วนจะเริ่มช้ำเพราะต้องคอยรับแขกต่างชุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ตาม

แต่ผมก็ยังหวังอยู่เองว่า
การเข้าใจและยอมรับในบทบาทของกันและกัน นอกจากจะเกิดความเข้าใจอันดีต่อกันแล้ว ยังจะสร้างผลดีต่อการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต


ตามคติพุทธ
เห็นทีเราต้องเจริญ "อภิณฺหปจฺจเวกขณปาฐ" อย่าได้ขาด เพื่อจำเริญสติ...

คุณมงคลคะ...

เมื่อเกิดอะไรขึ้นในสังคม...คนกลุ่มแรกที่มักจะโดนตัดสินนั้น...คือ คนจิตเวช...และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตที่แม้บางครั้ง..เขาอาจจะหัวเราะอย่างไร้เหตุผล...หรือร้องไห้อย่างไม่ทราบสาเหตุ...เพราะความไร้เหตุผลหรือไม่ทราบสาเหตุของเขานี้แหละบางครั้งกลายเป็นจุดอ่อนแห่งชีวิตตนที่มักจะต้องโดนตัดสิน...จากสังคม...

...

ท่านเชื่อเหมือนกะปุ๋มไหมคะว่า...คนที่ทำงานอยู่ ณ ภาระเหล่านี้ได้ส่วนใหญ่จะหลงเสน่ห์ในงาน...และรู้สึกผูกพันในเชิงบวกกับงานและผู้ป่วย...และที่สำคัญกะปุ๋มเชื่อว่า..การที่ช่วยเหลือกันทางด้านจิตใจนี้มีคุณค่ายิ่ง...

เป็นกำลังใจให้นะคะ

กะปุ๋ม

 

-แสดงความเสียใจถึงพี่ขียวและครอบครัวด้วยค่ะ

-ขอบคุณแทนลูกหมูต่อพี่ๆน้าทีมจิตเวชที่คงจะต้องร่วมด้วยช่วยกันดูแลและเป็นกำลังใจให้แก่แม่เขียว พ่อสาทแทนการทำหน้าที่นี้ที่ลูกหมูได้เคยทำมา...แม้จะเป็นระยะเวลาที่น้อยไปสักนิดแต่ความรักและความสุขใจยังคงมีอยู่เมื่อนึกถึงกัน...

-คุณมงคลและชาว"บ้านใหญ่"อย่าเพิ่งท้อ และล้มเลิกการพิสูจน์ใจและความดีงามในตนเองเลยนะ มีคนที่ดีๆหลายคน...ที่ในชั่วชีวิตของเขาดูเหมือนกับไม่มีอะไรที่เป็นข้อดีเลย มีแต่ความผิดพลาดล้มเหลว ถูกดูหมิ่นรังเกียจ  ความดีความงามเป็นของสากลค่ะแต่คนเราส่วนใหญ่มักจะไปประเมินคุณค่าของตัวบุคคลอย่างผิวนอกเสียมากกว่าผิวใน...คนบ้านใหญ่ หรือคนจิตเวชอื่นๆยังมีโชคดีนะที่อย่างน้อยยังมีคน กลุ่มคนที่เข้าใจ และรู้สึกรู้สมได้ถึงความทุกข์ใจต่างๆที่พวกเขาได้รับอยู่...ถ้าสังคม/คนนอกที่เขาอาจจะยังไม่เข้าถึงในสิ่งที่ทั้งคุณมงคลและกะปุ๋มเข้าใจได้ดีแล้วตอนนี้ก็ขอส่งใจเชียร์ให้สู้ต่อไปเถอะค่ะ คิดว่าสู้กับอวิชา(ความไม่รู้)นี่คงเป็นที่ไม่มีวันจบสิ้นได้ง่ายๆแต่ถ้าไม่สู้ด้วยแถมยังเอาวิชามาร(โลภะ โทสะโมหะ)มาใช้ มนุษย์(ผู้มีใจสูง)เราคงน่ากลัวกว่าสัมภเวสี/อสุรกายอย่างแน่นอน

คุณ seangja

ขอบคุณมากนะคะพี่ขวัญสำหรับกำลังใจกะปุ๋มว่าพี่ขวัญก็คงไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากะปุ๋มแน่ในการทุ่มเทในการทำงาน...เพราะคนที่ยังนั่งทำงานอยู่ได้ ณ จุดนี้กะปุ๋มมองว่า...มีหัวใจอย่างเต็มเปี่ยมที่รักและเข้าใจในงาน ใน case และอะไรอีกหลายๆ อย่าง...

เป็นกำลังใจให้เช่นกันนะคะ

*^__^*

กะปุ๋ม

  • ขอแสดงความเสียใจด้วยกับผู้ที่สูญเสีย
  • กะปุ๋มเองก็ทำหน้าที่ได้ดียิ่งกับภาวะดังกล่าวในการประคับประคองจิตใจผู้ที่สูญเสียนั้น
  • ได้อ่านแล้วก็กลับมาทบทวนตนเองว่าหากเราสูญเสียบ้างจะเกิดความรู้สึกอย่างไร...คำตอบในใจก็ยังไม่มี...จะรู้ได้เมื่อวันนั้นคงต้องให้มาถึงก่อนมั้ง ?

 

พี่เล็กคะ...

ขอบคุณนะคะพี่เล็ก...ตอนนี้เรามีแผนระยะ...กับการที่ต้องช่วยกันฟื้นฟูสภาพจิตใจ...เพราะอย่างไรพี่เขียวยังต้องทำหน้าที่ในการช่วยจิตใจผู้อื่นอีกเยอะ...หากพี่เขียวยังมีจิตใจที่ฟื้นกลับไม่ดีนัก...ก็อาจจะแย่สำหรับพี่เขาพอสมควร...แต่หากเมื่อใดที่พี่เขียวฟื้นได้แล้วเมื่อนั้นจะสามารถช่วยเหลือใครต่อใครได้อีกเยอะเลยคะ...

บางครั้งเราต้องเตรียมพร้อมต่อชีวิตอย่างมีสตินะคะ...พร้อมที่จะเผชิญต่อทุกเหตุการณ์...อย่างกรณีนี้ถือเป็นวิกฤติสุขภาพจิต...ได้...และสิ่งที่ตามมาคือ ความเรื้อรัง...ที่เรายังคงต้องดูแลต่ออีกนาน

ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจ

กะปุ๋ม

 

ขอแสดงความเสียใจกับพี่เขียวและครอบครัวด้วยนะคะ แต่ยังไงขอให้เข้มแข็ง และฟื้นฟูสภาพจิตใจ ต่อสู้กับความจริงให้ได้นะคะ

เป็นกำลังใจให้กะปุ๋มด้วยจ๊ะ เรื่องของจิตใจช่างละเอียดอ่อนเหลือเกิน

*__*

     มาถามข่าวพี่เขียวครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ขอให้พี่เขียวมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และพลังกายที่พร้อมสู้นะครับ

ขอบคุณแนน และคุณชายขอบแทนพี่เขียวด้วยนะคะ...ตอนนี้เราให้พี่เขียวพักฟื้นระยะหนึ่งให้สบายใจ..พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาทำงาน...

เราทุกคน...ต่างเต็มที่การทำงานที่ทดแทนในส่วนงานของพี่เขียวคะ...

ขอบคุณคะ

กะปุ๋ม

ทำอะไรควรระมัดระวังกวานี้

เพราะอาจจมน้ำได

จากคนหวังดี