เมื่อก่อนในยามที่ได้อ่านข่าวการเลิกจ้างงานตามหน้าหนังสือพิมพ์ ฉันไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าการรับรู้ว่านั่นคือสถิติใหม่หรือเป็นเพียงข่าวข่าวหนึ่งของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อสามปีที่ผ่านมาเมื่อบริษัทที่ทำงานอยู่ตอนนั้นประกาศลดจำนวนคนงานลงเกือบ 20% เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการมาในสิงคโปร์ และใช้เวลาเกือบหนึ่งปีในการจัดการ ความรู้สึกหวั่นไหวคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ฉันรู้ว่าการตกงาน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และเมื่อเดือนที่ผ่านมาการได้ไปนั่งคุยกับเพื่อนสองคนที่กำลังตกงานอยู่เพราะบริษัทที่เขาทำอยู่ได้ลดอัตราพนักงานลงในระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างภายในบริษัท ทำให้ความทรงจำที่กำลังคลี่คลายลงแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง 

ขณะนั้นถึงแม้จะรู้ว่าแผนกที่ทำงานอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบมากมายนัก และตัวเองก็ไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกพิจารณา แต่ทว่าข่าวนี้ก็สร้างความฮือฮาและเป็นที่กล่าวขวัญพูดถึงกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในทุกแผนกที่เราทำงานเกี่ยวข้องด้วย ความหวาดหวั่น ความกังวลวิตก ความกลัว การคาดเดา ความรู้สึกไม่มั่นคงแผ่ซ่านไปทุกซอกมุมของโรงงาน คงไม่มีหัวข้อการสนทนาใดที่จะสำคัญไปมากกว่านี้ แม้คนที่คิดว่าตัวเองพร้อมที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นก็อดใจหายไม่ได้

การที่จะบอกกับตัวเองว่า...อีกหกเดือนจากนี้ฉันจะอาจจะต้องเปลี่ยนงานใหม่ เพราะฉันจะเลือกเส้นทางเดินของชีวิตใหม่ด้วยตนเอง กับ...อีกหกเดือนข้างหน้าฉันอาจถูกบังคับให้ออกจากงาน ผลที่ออกมาอาจเหมือนกันในที่สุดคือการเปลี่ยนงาน...แต่ความรู้สึกนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง การตื่นขึ้นมาในทุกเช้าเพื่ิอไปทำงานสำหรับคนที่ตัดสินใจมองหาโอกาสใหม่ให้ตัวเอง กับคนที่กำลังคาดเดาว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่ไม่มีทางเลือกนั้นก็ต่างกันอีก คนที่ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ต้องยิ้มให้กับตัวเองที่มีความทรหดค่อนข้างสูง

หลากหลายประสบการณ์ที่ได้พบพานในช่วงสถานการณ์นั้นช่วยให้เราได้เห็นตัวตนที่หลากหลายเลยทีเดียว บ้างก็เร่งปรับปรุงตัวเองตั้งใจทำงานมากขึ้น บ้างก็ทำใจยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย บ้างก็รีบหางานใหม่ก่อนจะเป็นฝ่ายที่ไม่มีทางเลือก บ้างก็วางแผนเตรียมตัวรัดเข็มขัดในอนาคตอันใกล้ให้ตัวเอง บ้างก็มัวแต่นั่งกังวลจนแทบเสียงานไปเพราะความกลัวนั้น บ้างก็พยายามแสดงผลงานอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ทำงานแบบหมดอาลัยไปวันวัน ฯลฯ แต่เมื่อวลานั้นผ่านไปทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติตามสถานะ คนที่ยังรักษาตำแหน่งไว้ได้ก็ทำงานกันต่อไปอาจหนักกว่าเดิมเพราะการเปลี่ยนแปลงนั้น คนที่ถูกเชิญให้ออกก็ไปเริ่มชีวิตทำงานใหม่ที่อื่นหรือกำลังเสาะหางานอยู่

แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติสำหรับชีวิตการเป็นมนุษย์เงินเดือน และเราก็ควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราบังเอิญไปยืนอยู่ในที่นั้นและเวลานั้นหรือเปล่า บริษัทยังคงจะปรับโครงสร้างอีกหลายต่อหลายครั้ง คนจะต้องเปลี่ยนงานกันอีกหลายต่อหลายหน สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมรับสถานการณ์นั้นให้ดีที่สุดทั้งก่อนที่จะตกงานและหลังตกงานแล้ว

...


...

เพื่อนทั้งสองคนที่ไม่รู้จักกันแต่บังเอิญตกงานพร้อมกันนั้นทำงานด้านการขายและการพัฒนาสินค้า คนหนึ่งไม่ได้เตรียมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่ได้บอกคนในครอบครัวให้รับรู้นอกจากภรรยา ดังนั้นทุกๆ วันในตอนเช้าเขาจะแต่งตัวออกจากบ้านเหมือนไปทำงานตามปกติ และใช้เวลาในแต่ละวันนั่งตามร้านกาแฟ ห้องสมุด สวนสาธารณะเพื่อรอการสัมภาษณ์ บรรดาเพื่อนๆ ที่พอจะหาเวลาว่างได้ก็จะไปนั่งดื่มกาแฟเป็นเพื่อนเพื่อให้กำลังใจ ความเครียดก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งปี เขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้งานใหม่ เงินเก็บที่สะสมไว้ก็เริ่มลดลง ภรรยาของเขาซึ่งเป็นครูสอนเปียโนที่รายได้ไม่แน่นอนก็ดูเครียดตาม ยิ่งเทศกาลคริสต์มาส สิ้นปี และตรุษจีนที่จะมาถึง รวมไปถึงการเปิดเทอมใหม่ของลูกๆ ภาระทางการเงินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากมาย แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนเขาส่งข้อความบอกเพื่อนสนิทว่าจะเริ่มงานใหม่ต้นปีหน้า

เพื่อนอีกคนตัดสินใจบอกภรรยา ลูก พ่อแม่ และญาติพี่น้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภรรยาของเขาเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรกว่า "ขอบคุณพระเจ้าที่เขาให้คุณออกเสียที มิเช่นนั้นคุณอาจตรอมใจในระหว่างที่รอ" ลูกชายวัยเก้าขวบถามว่า "หมายความว่าผมไม่ต้องไปโรงเรียนใช่ไหม? (แอบดีใจ)" แน่นอนว่าเขาได้รับกำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนเป็นอย่างดี เพื่อนสนิทและญาติๆ ชวนครอบครัวนี้ไปฉลองการตกงานที่บาหลีสามวันเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้นและไม่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมากเกินไป ลูกๆ ทั้งสองคนก็ทำตัวน่ารักและให้กำลังใจพ่อตลอดเวลา เมื่อกลับมาจากพักผ่อนเขาก็เริ่มหางานใหม่ ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสที่มีใช้เวลากับลูกชายที่เรียนเพียงครึ่งวันมากขึ้น โชคดีที่ภายในหนึ่งเดือนที่อยู่กับบ้าน เขาก็ได้งานกับอีกบริษัทหนึ่ง เพื่อนคนนี้เขียนขอบคุณเพื่อนๆ ที่ให้กำลังใจบนเฟสบุ้คว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาและครอบครัวแกร่งขึ้นเพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง

ฉันดีใจกับเพื่อนทั้งสองที่จะได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่หลังจากที่ยืนอยู่บนความรู้สึกไม่มั่นคงมานานพอควร ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าบริษัทจะมีการลดจำนวนคนมาจนถึงการรับรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในนั้น และได้งานใหม่ในที่สุด เป็นช่วงเวลาที่แสนยาวนานและทรมานสำหรับการเฝ้ารอ ที่สำคัญการได้งานใหม่ขณะที่อายุเกินหลักสี่ขึ้นไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

อีกครั้งกับตัวอย่างของการมีสิทธิ์เลือกในวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าเราจะไม่อาจบังคับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ งานทุกสาขามีความท้าทายที่ต่างกัน ในบางขณะที่เราอาจรู้สึกเบื่อหน่ายในสิ่งที่เรากำลังทำ แต่มีอีกหลายร้อยหลายพันคนอยากได้รับโอกาสนั้น และบางคนก็กำลังพยายามรักษามันไว้อย่างเหนียวแน่น 

สำหรับคนที่มีงานที่รักทำ ขอให้มีความสุขและขอบคุณงานนั้น สำหรับคนที่ต้องปล่อยมันไปจริงๆ สิ่งที่ทำได้คือการยอมรับและก้าวไปต่อ แม้แต่ Lee Iacocca ที่ถูกเชิญให้ออกจากฟอร์ดเมื่ออายุ 54 ปีหลังจากทำให้ฟอร์ดมีกำไรปีละเกือบสองพันล้านเหรียญ เขายังสามารถไปบริหารไคร์สเลอร์ที่กำลังอยู่ในสภาพร่อแร่ให้กลับมายืนตระหง่านอยู่ได้จนทุกวันนี้....

ในทุกเรื่องราวของความสำเร็จมีความล้มเหลวแทรกอยู่ในนั้นเสมอ ในทางกลับกันก็เช่นกัน...เป็นกำลังใจให้ทุกท่านค่ะ


ด้วยความนอบน้อม
ปริม ทัดบุปผา
๖ ธันวาคม ๒๕๕๕


Dreamcatcher from the Secret Garden

http://www.youtube.com/watch?v=PrMQhs1hoTA