ติดต่อ

เทศกาลกล้วยแสนหวี ประเพณีแซนโดนตา บูชาหลักเมือง ประจำปี 2549

  ประสาคนชอบกินกล้วยแต่ไหนแต่ไรมา ด้วยหวังผลว่ากินเยอะๆ อาจจะให้เกิดผลข้างเคียง คิดอะไร ทำอะไรก็จะง่าย กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ (ฮา)  

เทศกาลกล้วยแสนหวี ประเพณีแซนโดนตา บูชาหลักเมือง ประจำปี 2549 

เดิมทีเดียวตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะปั่นจักรยานเข้าเมืองแต่เช้าตรู่เพื่อไปเก็บภาพบรรยากาศงานประเพณี
แต่บรรยากาศก็กลับไม่เป็นใจ--ฟ้าแลบ ฝนตกหนักตลอดคืน จนเกือบสว่างถึงได้สร่างซา
บรรยากาศไม่เป็นใจจริงๆ --ตี 1 เศษ พี่ผู้ดูแลฯโทรแจ้งว่ามีเหตุคดีฆาตกรรมในครอบครัวไม่ไกลจากสถานสงเคราะห์นัก--เป็นการฆาตกรรมทั้งพี่สาวและน้องสาว ขณะที่แม่ออกไปช่วยงานบุญเมื่อคืนนี้กับประเพณีแซนโดนตา

รองฯหลอด แห่ง สภ.ต. ปรือใหญ่ พร้อมคณะ และกำนัน รวมเกือบ 10 นาย/คน เข้าเยี่ยมชมสถานสงเคราะห์กลางดึก กว่าจะจัดการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้วเสร็จก็เกือบตี 2 เข้าแล้ว--เปล่าผมไม่ได้ลงไป ได้รับแจ้งก็เมื่อจวนจะกลับกันแล้ว เมื่อคืนก็ได้แต่ติดตาม ตรวจสอบ ความเคลื่อนไหวทุกระยะผ่านโทรศัพท์มือถือ (พักนี้มือถือผมมีปัญหาโทร.ติดยากสักหน่อย) ติดตามจนทราบว่า ตำรวจพอใจกับการตรวจสอบเบื้องต้น---ว่าคนในบ้านใหญ่ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ตรวจสอบคนในบ้านว่ายังอยู่กันพร้อมหน้า !!!

คนเราจิตใจมันโหดร้ายเสียจริงนะ
ช่างทำได้ลงคอกับน้องผู้หญิงเสียถึง 2 คน--เป็นลูกสาวเพียง 2 คนของครอบครัว
ณ ตอนนี้หัวใจของผู้เป็นแม่จะบุบสลายเพียงใด คงไม่ยากแก่การคาดเดา

นอนไม่หลับ เปิดทีวีเป็นเพื่อน  นอนคิดโน่นคิดนี่ ไปเรื่อย

หยิบ "วิธีการของพระพุทธเจ้า" พระนิพนธ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นอ่านอีกรอบ
พระนิพนธ์ของพระองค์ท่าน อ่านเรื่องใด เล่มใดก็ตามแต่ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสงบร่มเย็นได้ทุกครั้งคราว
"แสงส่องใจ" เป็นพระนิพนธ์เล่มเล็กที่ได้รับแจกอยู่บ่อย และเป็นหนังสือสะสมของผมไปเสียแล้ว

ปิดไฟ ขอนอนหลับต่ออีกสักงีบท่ามกลางบรรยากาศสายฝนตลอดคืน ดูนาฬิกาอีกทีก็ปาเข้าตี 4 กว่าแล้ว
ตื่นนอนแม้จะเช้า แต่ก็ไม่ไหวละครับสำหรับการปั่นจักรยาน ประเดี๋ยวแรงเสียดจากรถทัวร์จะทำให้กลิ้งลงข้างถนนพอดี

เอาภาพที่เคยถ่ายไว้ก่อนหน้านี้มาอวดให้ดูชมละกันครับ


เป็นภาพที่เก็บได้เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2549
เป็นภาพที่เก็บได้จากการปั่นจักรยานเข้าเมืองในยามเช้า
เป็นภาพที่ได้จากการกดชัตเตอร์หลังอาน

กดไปปั่นไป  กดไปปาดเหงื่อไป เช็ดเลนส์ไป ประสาคนเหงื่อเยอะ


เชิญทัศนา


ป้ายผ้าขึงบนบริเวณท้องถนนสายหลักข้อความว่า
อำเภอขุขันธ์ ร่วมกับ เทศบาลตำบลห้วยเหนือ ขอเชิญร่วมงาน
เทศกาลกล้วยแสนหวี ประเพณีแซนโดนตา บูชาหลักเมือง ประจำปี 2549
วันที่ 19 กันยายน 2549



ภาพ1  แม้ขุขันธ์จะไม่ใช่บ้านเกิดของผู้นำประเทศ แต่ถนนก็กว้างขวางพอๆ กับราชดำเนินกลาง  หลังคาเต้นท์ที่เห็นด้านซ้ายมือของภาพโน่นแหละครับเป็นที่จำหน่ายกล้วยตลอดถนน



ภาพ2  วันที่ไปเหมือนว่าจะลงกล้วยน้ำว้าสุกเสียเยอะ ถ้าจำหน่ายไม่หมดคงแย่แน่ๆ เกษตรกรไทย



ภาพ3  ปั่นตามติดป้าไปใกล้ๆ แล้วถามว่า "ป้าทำไมถึงซื้อกล้วยดิบละครับ?"--ป้าบอกว่า ถึงวันที่ 19 มันก็คงสุกพอดี---เปล่าครับ ผมไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักกับป้ามาก่อนหน้านี้หรอกครับ



ภาพ4  ที่ไหนก็มีเด็ก เจ้าตัวเล็กยิ้มหน่อยๆๆๆๆๆ  เจ้าตัวเล็กผมได้แค่แย้มนิดๆ ครับ  เจ้าตัวเล็กเพิ่งตื่นนอน หน้าตายังไม่เด้ง ในมือถือมีดเสียด้วยสิ ว้าววววว



ภาพ 5  กล้วยจ้ากล้วย ไม่มีเม็ด ไม่มีกระดูก ชิมดูก่อนก็ได้จ้า แต่อย่าต่อเลย มันบาป !!!



ภาพ6  พี่ ป้า น้า อา ไม่ยักจะเห็นใครซื้อกล้วยสุกสักคน แฮะ

 


มองดูรอบๆ จะมีก็แต่ผมคนเดียวละ ที่ได้กล้วยสุกใส่ตะแกรงหน้ารถจักรยาน 2 หวี
ประสาคนชอบกินกล้วยแต่ไหนแต่ไรมา
ด้วยหวังผลว่ากินเยอะๆ อาจจะให้เกิดผลข้างเคียง

คิดอะไร ทำอะไรก็จะง่าย กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ (ฮา)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50774, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 13, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่#เทศกาลกล้วยแสนหวี#ประเพณีแซนโดนตา#อำเภอขุขันธ์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (13)

Someone who thinks you are very special
IP: xxx.157.42.237
เขียนเมื่อ 
ไม่ทราบว่าเสร็จงานแล้ว....จะเอาไปทำอะไรหรอคะอยากรู้  อยากรู้ \(*.*)/...\(*.*)/
Devil Gal
IP: xxx.24.139.222
เขียนเมื่อ 

เรื่องเศร้ากับเรื่องกล้วย มันไม่ค่อยจะเข้ากันเลยอ่ะพี่

 

แบบว่าปรับอารมณ์ไม่ทัน แฮะๆ

 

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะคะสำหรับภาพสวย...กล้วยๆๆ...

แต่ฝีมือถ่ายภาพไม่กล้วยๆๆ คะ...

...

สลดใจร่วมไปด้วยกับข่าวที่คุณมงคลบอกเล่ามา...

การพัฒนาทางจิตใจนี่...ทำได้ยากหากเจ้าตัวไม่พัฒนา...

ยิ่งนับวันคนยิ่งทำผิดศีลธรรมมากขึ้น...

ไม่คำนึงถึงความดี..ความถูกต้อง...

หากแต่ทำตามอารมณ์..ดิบที่ซ่อนอยู่ในใจ...

อนาจ...สังคม...

...

ขอบคุณคะ

กะปุ๋ม

สายวันนี้
ไปเยี่ยมครอบครัว ไปเยี่ยม และแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่กับครอบครัว--ผมไม่พูดไม่จา พูดไม่ออก นอกจากนิ่ง พยักหน้า และจดบ้างเล็กน้อย---นักสังคมฯตอนนี้ยังไม่ขอพูดครับ

คุณแม่เป็นครูพี่เลี้ยงของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อยู่เยื้องๆ กับสถานสงเคราะห์ เพิ่งสร้างความคุ้นเคยกันเมื่อวันก่อนนี้เอง---พ่อทำงานที่กรุงเทพฯเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านเมื่อเช้าวันนี้

เหตุร้ายเกิดขึ้นราวสักทุ่มเศษ เกิดขึ้นกับพี่สาวที่เรียน ม.4 และน้องสาวที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 เป็นพี่สาวและน้องสาวที่น่ารัก นิสัยดี---ตามคำบอกเล่าสภาพเหตุการณ์น่าอนาถนัก โดนทุบตี และล่วงละเมิด

แม่กลับถึงบ้าน 3 ทุ่มเศษ ทุกอย่างก็เงียบสงบ
แม่รู้แล้วกระมังว่า ชีวิตของแม่เองก็คงเปลี่ยนไป

ขณะนี้ร่างของน้องทั้ง 2 ส่งตรวจที่อุบลฯ เข้าใจว่าคงรับกลับบ่ายวันนี้ เพื่อบำเพ็ญกุศลศพ

เช้าวันนี้
ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์ โทร.รายงานผู้ว่าราชการจังหวัด--พมจ.--กรม--ปลัดกระทรวง พม.--หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวง พม.---ให้ร่วมรับรู้ ให้ร่วมเดินทางมาเพื่อปลอบขวัญและร่วมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย---นายอำเภอมาสั่งการเองแต่เมื่อคืน

สายวันนี้
30 นาที นับจากการโทร.แจ้งหัวหน้าส่วนราชการข้างต้น หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านก็พร้อมเพรียงที่บ้านญาติของคุณแม่ผู้สูญเสีย--ขณะที่บ้านถูกปิดล้อมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ--สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน

ปล่อยให้คุณพี่นักสังคมฯจาก พมจ. ดำเนินการสัมภาษณ์และพูดคุย นักสังคมฯจากบ้านใหญ่ได้แต่นิ่งเงียบและพยักหน้า จะมีคำพูดหลุดปากบ้างเล็กน้อยนานๆ ที---บีบมือพ่อเบาๆ ก่อนจากลา

ก่อนจากลาพี่ผู้ดูแลฯชาย เจ้าหน้าที่ของสถานสงเคราะห์ จับมือบีบมือผมเบาๆ น้ำตาไหลพร้อมพูดว่า "หัวหน้าครับ ผมไม่อยากให้หัวหน้าไป หัวหน้าอยู่กับผมได้ไหมครับ เขาไม่ใช่ใครอื่นไกล เขาเป็นเหมือนลูก เหมือนหลานผม เกิดหัวหน้าส่วนราชการมาไม่มีใครจะรับแขกได้ หัวหน้าช่วยรับแทนญาติๆ เขาได้ไหมครับ นะหัวหน้า อย่าเพิ่งไปได้ไหม"

พี่คนเก่งของผมนักเลงโคตรๆ เป็นหมอธรรมเสียด้วย ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นน้ำตาของพี่เขา น้ำตาไหลย้อยอาบแก้ม ผมเองก็ใจหายเอา  บอกพี่ไปว่า

"พี่มีอะไรจัดการไปเลย อย่าให้ขาดเหลืออะไรในเบื้องต้น มีอะไรพี่โทรบอกผมได้เลย แต่บ่ายๆ ผมค่อยเข้ามาใหม่อีกรอบได้ไหมครับ นะพี่นะ..."

วันนี้ผมมีเรื่องต้องจัดการหลายเรื่อง
- สถานสงเคราะห์ในเมืองใหญ่โบ้ย case มาให้รับ 2 ราย
- แจ้งญาติที่ผู้ใช้บริการป่วยหนักในสถานสงเคราะห์
- ประสานกับโรงพยาบาลศรีสะเกษและมูลนิธิฯ เรื่องศพผู้ใช้บริการที่ฝากไว้ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ
- สรุปงานประจำเดือน
- แผนงานที่ผ่านมาและจะเดินต่อไป

ฯลฯ

บ่าย 2 โมงเศษ ผมจะเข้าไปใหม่

เย็นวันนี้ ผู้ปกครองฯมอบหมายให้ไปร่วมงานศพที่วัด

สายวันนี้
รถยนต์วิ่งกันขวักไขว่หน้าสถานสงเคราะห์ คึกคักน่าดู
เป็นรถยนต์ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยกล้วยหลากชนิด
เป็นรถยนต์ที่ตกแต่งเครื่องเสียงร้องเพลงสนุกสนาน
เป็นรถยนต์ของ สภ.ต. และ สภ.อ.
เป็นรถยนต์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
เป็นรถยนต์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เป็นรถยนต์ของนักข่าวทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์

เรื่องเล่างานเทศกาลบุญประเพณีวันนี้ ปีนี้
จึงต้องผสมอย่างที่ไม่น่าผสม

เป็นการผสมโดยเจตนาของผมเองครับ
ผสมอย่างที่มันควรผสม
เพราะวันนี้ทั้งวันมันก็ผสมอยู่อย่างนั้นจริงๆ

 

ผมไม่รู้จะ แสดงข้อคิดเห็นอะไร....!!!!

มันรู้สึกมึนๆ กับเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกันมากข้างบน..

เอาเป็นว่า ...ผมให้กำลังใจคุณมงคล ครับ 

ขอบคุณครับ คุณจตุพร
ขอบคุณครับ คุณKa-Poom

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และน้ำใจที่ให้มาโดยตลอด

บางทีก็หลุดนะครับ หลุดที่จะหดหู่ไม่ได้
เหตุการณ์มันใกล้เสียเหลือเกิน ใกล้กับผมมากเหลือเกิน

จะว่าไปแล้วเขตพื้นที่บ้านเกิดเหตุติดกับพื้นที่ของสถานสงเคราะห์
สำนักงานสถานสงเคราะห์น่าจะห่างจากบ้านเกิดเหตุไม่น่าเกิน 150 เมตร
จะห่างก็ด้วยป่า จะห่างก็ด้วยแปลงนาที่อยู่รอบบ้าน
แปลงนาที่คนเมืองชมชอบ แบบบ้านกลางทุ่ง บ้านกลางนา
เป็นบ้านกลางทุ่งที่ติดถนนหลวง ติดกับทุ่งนาเขียวขจี

เป็นทุ่งนาเขียวขจีที่ (เหล่า) ฆาตรกรเอาร่างสองพี่น้องไปซุกซ่อนไว้ใต้ต้นมะพร้าว---ซุกซ่อนจากคราบเลือดที่เลอะรอบบ้าน--ซุกซ่อนจากความผิดร้ายแรง

เมื่อคืนนอนไม่หลับเพราะเหตุเกรงว่า "คนบ้านใหญ่จะเกี่ยวพัน"  แต่คนบ้านใหญ่ตรวจสอบง่าย จากสถาพการณ์และการจำกัดเครื่องแต่งกายในแต่ละวันสำหรับผลัดเปลี่ยน

ผมยังนึกภาพไม่ออกว่าถ้าคนบ้านใหญ่เกี่ยวพันผมปวดหัวเพียงใด
ผมยังนึกไม่ออกว่าถ้าเกิดกับครอบครัวของผมจะรู้สึกอย่างไร

 

ไม่รู้สิ หรือผมจะกลัวเกรงจนเกินไป
เพราะสถิติแล้ว คนในบ้านใหญ่มีอาการอาละวาดหรือก่อกวนชาวบ้านน้อยมากหรือไม่มีเลยในรอบปี--คนโรคจิตชัดๆ คงไม่น่ากลัว แต่คนที่แฝงว่าตัวเองปกตินี่อาจจะน่ากลัวเสียยิ่งกว่า

ขอบคุณครับ คุณจตุพร
ขอบคุณครับ คุณKa-Poom

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพยิ่งครับ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณมงคลคะ...

มีภาระ...ที่ยิ่งใหญ่...รอคอย..

คือการฟื้นฟู...สภาพแห่งจิตใจของแม่..และผู้คนที่เกี่ยวข้องกับน้องสองคน...และที่สำคัญฆาตกรนั้น...เขาป่วยจิตอันใดฤา...ถึงได้ทำเฉกเช่นนั้น...เป็นไปได้แค่ไหนที่จะมีโอกาสฟื้นคืนเขาสู่การกลับมาแห่งความมนุษย์อันมีจิตละเอียดอ่อนขึ้น...กว่าการเป็นตราบาปแห่งฆาตกรไปตลอดชีวิต...

งานจิตเวชเราไม่มีสิทธิ์หรือเลือก...ที่จะให้การช่วยเหลือใครหรือไม่ให้การช่วยเหลือใคร...แม้แต่ผู้ต้องขังเองบางครั้งเราก็ต้องช่วยเหลือเพราะเขาเป็นมนุษย์...

โจทย์ที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ...เป็นกำลังใจให้นะคะ...

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณมงคลคะ..

แม้จะหนักอึ้ง..สักเพียงใด...ใครๆก็หวังพึ่งพิงผู้ช่วยเหลือทางจิต...ความหนักอึ้งในใจถอดวางไว้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง...เพราะเราต้องเจอกับสภาพและภาระที่ต้องดำเนินอีกหลายอย่าง...

ท่านไม่เพียงแค่..ดูแลเพียงฝ่ายเดียว...หากฆาตกรถูกจับได้...ก็ไม่พ้นมือท่านที่ต้องเข้าร่วมกระบวนการด้วย...แม้จะหนักอึ้งสักเพียงใด..แต่หน้าที่ด้วยหัวใจก็คือหน้าที่...หน้าที่ที่เราเลือกเดินมาแห่งหนทางสายนี้...ที่ไม่อาจปฏิเสธใดใด...เพราะหัวใจเราถูกพร่ำสอนมา...เพื่อ"มนุษย"...แม้น้ำตาแห่ง...ความรู้สึกใดใด...อัดแน่นสุมไว้ข้างใน...เราก็ยังต้องยืดตัวอย่างทรนงปฏิบัติหน้าที่แห่งการช่วยเหลือทางจิตใจนี้...อย่างไร้เงื่อนไขใดใด

อยากเน้นย้ำอีกครั้ง

กำลังใจจาก...กัลยานมิตร...ทั้งหลาย

ยังคงเคียงข้างท่านอยู่เสมอนะคะ

....

กะปุ๋ม

^ - ^
เขียนเมื่อ 

โห เห็นแล้วอยากกินมากเลยครับ  ผมไม่ได้กินกล้วยมานานหลายเดอืนแล้ว หลังจากที่ออสเตรเลียเกิดปัญหาขาดแคลนกล้วยอย่างนัก (เพราะมีพายุเข้าที่ควีนแลนด์ ทำให้สวนกล้วยหาย) พอกล้วยราคาโลละสามร้อยบาท ผมเลยของดกินสักระยะ เอาไว้กลับมากินที่บ้านเราดีกว่า

moomi
IP: xxx.121.99.160
เขียนเมื่อ 
  • ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องทั้งสองด้วยคะ
  • อย่างที่กะปุ๋มบอกน่ะคะ...การฟื้นฟูสภาพแห่งจิตใจของแม่..และผู้คนที่เกี่ยวข้องกับน้องสองคน...เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง
  • อย่างไรก็ตาม เป็นกำลังใจให้นะคะ

ขอบคุณครับ
ขอบคุณจากใจจริงครับ

ขอบคุณ คุณKa-Poom และคุณพี่moomi

ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นและการต่อยอดที่น่าประทับใจยิ่งที่เราจะช่วยให้เป็นคน...หรือปล่อยเป็นสัตว์ในคราบมนุษย์

ขอบคุณสำหรับการเน้นย้ำถึงกำลังใจจากกัลยาณมิตรทั้งหลายที่ยังคงเคียงข้างอยู่เสมอครับ

เป็นมิตรภาพและเป็นกัลยาณมิตรที่ร่วมแบกรับปัญหาโดยแท้

ขอบคุณครับ
ขอบคุณแทนครอบครัวของน้องทั้งสองครับ
ขอบคุณแทนใครๆ ที่ทุกข์โศกเพราะผลจากปัญหาสุขภาพจิตรุมเร้า

ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

วันนี้ตั้งใจจะไปร่วมงานฌาปนกิจศพ ถ้ามีโอกาสจะเรียนให้คุณแม่ คุณพ่อของน้องๆ ได้ทราบ---ขอบคุณจริงๆ ครับ

ภาพข้างๆ ความสูญเสียเราจะเห็นภาพของคนที่เกี่ยวข้องโดยหน้าที่จำนวนไม่น้อยกระวีกระวาด เพื่อให้ความช่วยเหลือ บำบัด หรือจัดการตามสมควรแก่หน้าที่ความรับผิดชอบ ทั้งเป็นทางการและไม่ทางการ

แม้ในส่วนของคุณกะปุ๋ม ส่วนของผม ส่วนของโรงพยาบาล ส่วนของตำรวจ ครอบครัว และชุมชน  สังคม ต่างก็ทำหน้าที่อย่างขมีขมัน

ว่าจำเพาะในกรณีของผม นับแต่วันเกิดเหตุนอกเหนือจากเป็นการวิ่งเข้าหาครอบครัวตามสมควรแก่หน้าที่แล้ว ยังต้องคอยรับแขกที่เกี่ยวข้องที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่โดยตลอด

เป็นแขกทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ
เป็นแขกทั้งในพื้นที่ นอกพื้นที่ ทั้งชุดเฉพาะกิจ
เป็นแขกที่มาอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ
คำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ คือ "ผู้ใหญ่ หรือคนในวงการก็มองกันว่าสภาพศพมันโหดร้าย ทารุณ การกระทำไม่น่าใช่คนปกติ"

สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศเป็นกลุ่มผู้มีอาการทางจิตบรรเทาอยู่กว่า 80% ของคนในบ้านทั้งหมด
สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหวังอยู่เสมอว่าให้ผู้คนในชุมชนโดยรอบยอมรับและเข้าอกเข้าใจในวิถีชีวิตเป็นสิ่งที่พึงประสงค์ยิ่ง  กระบวนการต่างๆ ถูกให้ออกมาในรูปลักษณะอย่างนั้น นับแต่การออกไปช่วยงานในชุมชน การไปรับจ้างเป็นแรงงานราคาถูกหรือตามแต่ความสามารถในชุมชนก็เป็นสิ่งที่ทำกัน

การเข้าใจและยอมรับในบทบาทของกันและกัน นอกจากจะเกิดความเข้าใจอันดีต่อกันแล้ว ยังจะสร้างผลดีต่อการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต

ผมเข้าใจและเห็นใจ พร้อมทั้งชินเสียแล้วกับประโยคว่า "การกระทำไม่น่าใช่คนปกติ"  แล้วเป้าจะมุ่งมาที่บ้านใหญ่---ผมเข้าใจ อย่างที่ผมเขียนไว้ใน "หอมกลิ่นลำดวน"---ใครเขามองลอดรั้วลวดหนามเข้ามา ก็อาจเข้าใจไปว่าคนในบ้านบางกลุ่มถืออภิสิทธิ์ถือถาดข้าวไปทานบนตึกได้อย่างไร ไม่แบ่งใจไว้แม้สักเล็กน้อยบ้างว่า เป็นการถือไปเพื่อผู้ป่วย เพื่อผู้พิการ

ผมเข้าใจและเห็นใจ พร้อมทั้งชินเสียแล้วกับประโยคว่า "การกระทำไม่น่าใช่คนปกติ"  แล้วเป้าจะมุ่งมาที่บ้านใหญ่  เพราะคนในบ้านใหญ่ ออกไปทำงานก่อสร้าง--เป็นการก่อสร้างบ้านที่อยู่ติดกับบ้านของผู้ตาย

ผมเข้าใจและเห็นใจ แม้ว่าคนในบ้านผมบางส่วนจะเริ่มช้ำเพราะต้องคอยรับแขกต่างชุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ตาม

แต่ผมก็ยังหวังอยู่เองว่า
การเข้าใจและยอมรับในบทบาทของกันและกัน นอกจากจะเกิดความเข้าใจอันดีต่อกันแล้ว ยังจะสร้างผลดีต่อการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต


ตามคติพุทธ
เห็นทีเราต้องเจริญ "อภิณฺหปจฺจเวกขณปาฐ" อย่าได้ขาด เพื่อจำเริญสติ...

โก๊ะ
IP: xxx.137.129.220
เขียนเมื่อ 

ชอบมากเลยคะ เพราะเป็นประเพณีที่เคยทำมาเหมือนกัน

แต่ เดี๋ยวนี้ไม่เคยได้ไปร่วมพิธี

ชอบลูกหลานได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน