มุมมองที่คำนึงและเหมือนเป็นโจทย์ต่อการออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ของมนุษย์...จากประสบการณ์ที่ได้รับผ่านเวที CoP ครูภาษาอังกฤษ สพท.เขต 1 จังหวัดหนองคาย...แม้ล่วงเลยมาหลายวันมากแล้ว...แต่ในห้วงคำนึงดิฉันก็ยังพยายามแสวงหาคำตอบแก่ตนเองถึง Appropriate technology หรือการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมนั้นควรเป็นอย่างไร ที่สามารถตอบสนองต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของมนุษย์...อันนำไปสู่ความยั่งยืนทางปัญญาแห่งการเรียนรู้ของ "มนุษย์"...ต่อไป...

       จากการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่าน ดร.วิรัตน์  คำศรีจันทร์ ในบันทึก "บทบาทของนักเทคโนโลยีการศึกษาสู่สังคมที่มีฐานความรู้" นั้น..ทำให้ดิฉันเริ่มที่จะมั่นใจในทางเลือกของตนเองที่หักเห..มาเรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการศึกษา...ดิฉันเชื่อและมองเห็นได้ว่า..สามารถนำไปสู่การเชื่อมโยงได้ทุกภาคส่วนสาขาวิชาชีพ - อาชีพในสังคม...และที่มากไปกว่านั้นคือการขับเคลื่อนไปสู่การเกิดเป็นสังคมฐานความรู้...ที่คนในสังคมสามารถสร้างความรู้...อันมาจากกระบวนการทางปัญญาของตนเองได้...

       และจากการพูดคุยเสวนากับท่านผู้อำนวยการพื้นที่การศึกษามหาสารคามเขต 1 จ.มหาสารคาม ท่าน ดร.สุรัตน์  ดวงชาทม  เกี่ยวกับการขับเคลื่อน KM ตามเกณฑ์ของ กพร. ที่พยายามขับเคลื่อนในแวดวงการศึกษานั้น ปัญหาอุปสรรคหนึ่งที่ท่านเจอซึ่งก็คงไม่แตกต่างไปจากทาง สพท. เขต 1 จังหวัดหนองคาย...ก็คือ การนำเทคโนโลยีมาเป็นตัวบังคับให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่สภาพแห่งความจริง..และการจัดการความรู้อย่างแก่นแท้ที่แท้จริงนั้น "เทคโนโลยี" ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของกระบวนการการจัดการความรู้...แต่เรามักไปยึดติดที่เทคโนโลยีเสียเป็นส่วนใหญ่...

       จากทางเลือกที่ดิฉันเสนอไปที่ สพท.เขต 1 จ.หนองคายนั้น..ที่ว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นกับว่าเราจะจัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้นั้นอย่างไรบ้าง...แต่เท่าที่ติดตามเป็นระยะ...ดิฉันก็ยังรับรู้ได้ว่าทางผู้ปฏิบัตินั้นยังคงมีความกังวลกับ...เทคโนโลยีและตัวชี้วัดที่องค์กรต้องดำเนินไปตามกฏเกณฑ์...แต่อย่างไรก็ตามดิฉันมองว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่เราสามารถแก้ไขและหาทางออกได้...แต่ความยั่งยืนที่มีมากกว่านั้นคือ...การค้นหา Best Practice ที่มีอยู่อย่างเป็นเนื้อแท้ในตัวบุคคล เพื่อนำไปสู่การออกแบบต่อว่า...Best Practice ที่ว่านั้นนำไปสู่การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดกันต่อไปได้อย่างไร...