GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ไปวัด ก็เห็นวัด เห็นพระ เห็นขวด เห็นใจ

เศษผ้าขี้ริ้วจากสังฆาฏิเก่าๆ ชานหมาก ขี้เถ้า ขี้ธูป ดอกบัวแห้ง เศษกระเบื้อง และสารพัดมวลสาร เอามาทำเป็นพระเครื่องบูชาเราก็ยังเคารพกราบไหว้--แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับการเอาของเหล่านี้มาทำเป็นพระเครื่องก็ตาม

วันเสาร์ที่ผ่านมา
เป็นวันเสาร์เดียวกับที่ไปเขาพระวิหารนะแหละครับ  ก่อนไปก็แวะเข้าวัดก่อน หลังจากเดินชมเขาพระวิหารก็แวะเข้าอีกวัดนึงก่อนแล้วค่อยกลับสถานสงเคราะห์ ถึงสถานสงเคราะห์ก็มืดค่ำพอดี

ไปวัด ก็เห็นวัด

นานแล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้เข้าวัด
เข้าวัดทีไรก็รู้สึกเย็นกาย เย็นใจไปเสียทุกที ประสาคนคุ้นเคยกับวัด--ไปที่ไหนใจก็ไม่สงบเหมือนกับไปวัด
ทั้งกับวัดบ้าน ทั้งกับวัดป่า-- บทบาทของวัดจะเป็นอย่างไรก็คงเกี่ยวเนื่องทั้งกับสมภาร ทั้งกับชาวบ้านในละแวก
จะให้พระท่านทำอย่างไร ก็ค่อยคิด ค่อยคุยกับท่าน คำพูดประมาณว่า "ออกพื้นที่ ลงชุมชนทีไร ไม่เห็นว่าวัดจะมีบทบาทอะไร ไม่เห็นว่าพระจะเข้ามาช่วยอะไรชาวบ้านเลย"

คิดให้ลึกๆ คิดให้นานๆ  พระไม่ใช่นักวิชาการมาบวช พระไม่ใช่นักพัฒนาชุมชนที่ไหนมาบวช พระก็ลูกชาวบ้านนะแหละ  เอาเข้าจริงๆ แล้ว พระในหลายๆ วัด ชาวบ้านในพื้นที่นั่นเอง ที่ควรสนับสนุน ส่งเสริมให้ท่านได้รับการศึกษา การพัฒนาที่ดี

เพื่อให้ท่านเป็นพระเก่ง ให้ท่านเป็นพระแกร่ง ให้ท่านเป็นพระอย่างที่พระควรจะเป็น


ภาพ 1 ภาพพระพุทธรูปในวัดล้านขวด ทำจากฝาเครื่องดื่มชูกำลังเป็นหลัก

 

ไปวัด ก็เห็นขวด 

วัดป่าล้านขวด เป็นวัดที่อยู่ในเส้นทางผ่านไปเขาพระวิหาร ชื่อเต็มว่าวัดป่ามหาเจดีย์แก้ว อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดที่ขึ้นชื่อทีเดียว

เดินชมวัด ก่อนที่จะกราบพระ--พระพุทธรูปที่ทำจากฝาเครื่องดื่มชูกำลัง


พระพุทธรูปทำจากอะไร เราก็ยังรู้สึกเคารพกราบไหว้บูชา

เศษผ้าขี้ริ้วจากสังฆาฏิเก่าๆ ชานหมาก ขี้เถ้า ขี้ธูป ดอกบัวแห้ง เศษกระเบื้อง และสารพัดมวลสาร เอามาทำเป็นพระเครื่องบูชาเราก็ยังเคารพกราบไหว้--แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับการเอาของเหล่านี้มาทำเป็นพระเครื่องก็ตาม

เดินชมรอบวัดแล้ว ถึงเวลากราบพระคุณเจ้าที่ศาลาการเปรียญ ทันทีที่ท่านฉันจังหันเสร็จ
เข้าไปกราบขณะที่ท่านกำลังถูไม้สีฟัน--เป็นไม้สีฟันที่เป็นงานฝีมืออันปราณีตของพระสงฆ์ผลิตจากท่อนไม้โกทา ทุบด้วยก้อนกรวดขนาดเหมาะมือ

อย่าได้แปลกใจ ถ้าพระสงฆ์เถระหัวแถวจะฉันช้ากว่าหางแถวรูปอื่นๆ  เพราะนั่นเป็นปกติ
หัวแถวอิ่มเมื่อไหร่ หัวแถวหยิบอ่างล้างมื่อเมื่อไหร่ หัวแถวหยิบไม้สีฟันเมื่อไหร่---หางแถวต้องอิ่มโดยพลัน
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เป็นจารีตแห่งความเคารพอาจารย์ เคารพครูจารย์ เคารพพ่อแม่ครูจารย์

ไม่ยากนักหรอกสำหรับคนคุ้นเคยกับวัด กับพระ กับเจ้า
ต่อคำถามว่าขวดมันดีกว่าปูนอย่างไร พระคุณท่านเล่าให้ฟังว่ามันเหมือนอยู่ในถ้ำ "หน้าร้อนจะเย็น หน้าหนาวจะอุ่น"

ถามต่ออีกว่า สักวันนึงบริษัทผลิตเหล้า ผลิตเบียร์ ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง เอาขวดมาถวาย เอาฝามาถวาย โดยมีเงื่อนไขว่าพระคุณท่านต้องไม่เอายี่ห้ออื่นมาติดให้ปะปน หรือให้ติดยี่ห้อของเขาในปริมาณที่มากกว่า พระคุณท่านจะทำอย่างไร--พระคุณท่านนิ่งเงียบสักครู่ ก่อนจะตอบว่า ถ้าเขาจะให้ เขาคงให้นานแล้วละ ไปขอซื้อที่กรุงเทพฯเขายังไม่ขายเลย ทั้งฝาทั้งขวด โดยเฉพาะขวดสี...

คิดในใจว่า สาธุ
สาธุ ที่เขาไม่ขาย
ผมละกลั๊ว กลัว ความคิดผมจะเป็นจริง--จริงในยุคทุนนิยมเสรี (บางกลุ่ม บางพวก) เช่นนี่

วัดนี้ผลิตภัณฑ์เกือบทั้งหมดผลิตจากขวดเหล้า ขวดเบียร์
และสารพัดชนิดจากแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มชูกำลัง
สสส. จะพิจารณาให้การสนับสนุนพระคุณเจ้าไหมครับ
หรือจะให้วัดท่านเป็นเครื่องสะท้อนปริมาณการบริโภคได้ไหม ?



ภาพ 2 ผมละยอมรับจริงๆ กับความงาม ช่างคิดของท่าน ยอมรับพร้อมๆ กับขมวดคิ้วกังวลใจ...

ผมละกลัวจริง กลัวอย่างที่เคยคุยกับพระเถระที่วัดแถวเทเวศร์ว่า
ต่อไปในอนาคต พระคุณเจ้าอาจต้องประชุมเพื่อพิจารณาการใช้พัดรอง การใช้ตาลปัตร ในการเจริญพระพุทธมนต์แล้วละ--จะรู้สึกอย่างไร ถ้านิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์ แล้วมีโลโก้สินค้าแปะหรา อยู่กลางตาลปัตร

ไม่ได้คิดมาก  มันเริ่มมีให้เห็นกันบ้างแล้ว

ขณะเดินชมวัดนี้ ทำให้นึกถึงคำพูดของใครนะที่บอกว่า
"ถ้าไม่ First หรือ Best ก็ควรจะ Differrence ไปซะเลย"

หรือจะเพราะไอ้ Difference นี่เอง สิ่งของพวก "ที่สุดในโลก" สารพัดอย่างถึงผุดเกิดในเมืองไทยมากมาย


-------------------------------------------------------------
ยังไม่จบครับ

เพิ่งจะเห็นวัด เพื่งจะเห็นขวด
ยังไม่เห็นพระ ยังไม่เห็นใจ

สักครู่ครับ จะมาเขียนต่อ
ฟ้าร้อง คะนองหนัก เครื่องรวน
ไม่น่าเกี่ยว แต่ก็ขอพักก่อนละกันครับ
------------------------------------------------------------

 

ไปวัด ก็เห็นพระ

ขากลับอีกราว 40 กม. จะถึงสถานสงเคราะห์แล้วครับ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์จากที่ไกล ประสงค์จะกราบสักการะพระเถระมีชื่อในจังหวัดศรีสะเกษ ตามประสงค์ที่ตั้งใจว่ามาศรีสะเกษคราวนี้จะทำบุญให้ครบ 9 วัด

ไปถึงวัดท่านราว 5 โมงเย็น แน่ละเป็นช่วงที่พระท่านกำลังจะทำวัตรเย็น--รถตู้จอดข้างพระอุโบสถเสียงพระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นแปล พระสงฆ์ที่นำกำลังขึ้นคำนัดบทสวดธัมมานุสสติ --ผมลงจากรถตู้หลังใครเพื่อน กำลังเดินตามไปที่กุฏิพระเถระ--พระเถระท่านทำวัตรเย็นที่กุฏิต่างหาก--กำลังท่านฉันหมาก (อนุมานจากการที่ปากท่านแดง และมีรอยคราบน้ำแดงๆ ติดปากอยู่)

เสียงเอะอะโวยวาย เหมือนอาละวาดดังขึ้น
ชะโงกหน้าไปเห็นชาย 2 คนอยู่ข้างหน้าท่าน

ชายคนนึงเป็นชาวบ้าน นำอีกคณะหนึ่งมาก่อนหน้า
ชายอีกคนนึงเป็นพลขับของเรา ประนมมือ กราบนมัสการท่านไปว่า
"คณะมาจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรุงเทพฯ ครับหลวงปู่"

"มาจากอเมริกา กูก็ไล่ไป ไล่หนี พวกไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้หรือว่าเป็นช่วงที่พระกำลังจะทำวัตร พระกำลังจะสวดมนต์ พวกบาป พวก....ฯลฯ"

ได้ยินแค่นี้ ผมก็เดินกลับแล้วละครับ

หันหลังเดินขึ้นรถตู้ ทันทีที่นั่งลงประนมมือไหว้ท่าน ขึ้นรถตู้ไปกดกล้องดิจิตอลดูภาพพรีวิวอยู่คนเดียว ท่ามกลางใครหลายคนมองด้วยสายตาแปลกใจ--แต่ไม่นานทุกคนก็เดินขึ้นรถตามผม ไม่ได้กราบท่านหรอกวันนี้

ทำให้อดนึงถึงหลวงปู่ ที่ขอนแก่น เมื่อครั้งที่บวชอยู่กับท่านไม่ได้
เป็นหลวงปู่ที่ฉันหมากเก่ง เป็นหลวงปู่ที่ตาดุ เป็นหลวงปู่ที่เสียงดุ เสียงดัง
กลัวเสียยิ่งกว่ากลัว เคารพเสียยิ่งกว่าเคารพใครๆ

หลายครั้งหลายหน อดคิดไม่ได้ว่าท่านโมโห ท่านคุมสติไม่ได้ หรือเป็นอุบายการสอนของท่าน--เป็นอุบายการสอนที่พระเถระสายป่า มักอ้างเสมอว่า "เป็นการไล่กิเลส"--"ปราบกิเลส" โดยเฉพาะกับกลุ่มคนเมือง โดยเฉพาะกับกลุ่มคนเรียนสูงๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนมียศมีศักดิ์

เปล่า ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับหลวงปู่

ผมเพียงแค่เหนื่อย เหนื่อยไม่อยากได้ยินคำพูดทำนองนี้เท่านั้นเอง
ผมคุ้นเคยกับคำพูดทำนองนี้แล้ว กับสังคมนอกรั้ววัด
ผมคงไม่อยากได้ยินคำพูดทำนองนี้ในดงขมิ้น โดยเฉพาะเมื่อพระเถระกำลังสั่ง-สอน สัทธิวิหาริก และ/หรือ อันเตวาสิก ของท่าน

ผมคงไม่รู้สึกอะไร กลับจะยิ้มสาธุถ้าท่านจะบอกว่า
"เออ จะทำวัตร เวลาทำกิจวัตรพระ รอได้ก็รอไป แขกมันมาทั้งวัน ให้พระรับแขกทั้งวันไม่ต้องทำอย่างอื่นกันพอดี"

 

ไปวัด ก็เห็นใจ

นานแล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้เข้าวัด
เข้าวัดทีไรก็รู้สึกเย็นกาย เย็นใจไปเสียทุกที ประสาคนคุ้นเคยกับวัด--ไปที่ไหนใจก็ไม่สงบเหมือนกับไปวัด
ทั้งกับวัดบ้าน ทั้งกับวัดป่า-- บทบาทของวัดจะเป็นอย่างไรก็คงเกี่ยวเนื่องทั้งกับสมภาร ทั้งกับชาวบ้านในละแวก

ไปวัดคราวนี้ ไม่เหมือนคราวเก่าก่อน
ผมคงไม่พร้อมสำหรับการไปวัดคราวนี้

ไปวัดคราวนี้ผมได้เรียนรู้ใจผมเหมือนกัน
ไปวัดคราวนี้ ไม่ได้เห็นธรรม หรือทำ ไม่เก็บกวาดขยะ--ฝอยอย่างที่เคยทำ
ไปวัดคราวนี้ ผมไม่ได้เห็นวัด ผมไม่ได้เห็นพระ
ไปวัดคราวนี้ ผมได้เห็นขวด ผมได้เห็นใจ (ตัวเอง)

 

คุ้มค่าน้ำมัน (หลวง) หรือเปล่าก็ไม่รู้

(ไม่ฮา)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 49933
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

อารมณ์ดีจังเลยนะคะ...

อ่านไป...รับสัมผัสอารมณ์ของผู้เขียนได้..

ละมุนละไมนักนะคะ...นักสังคมสงเคราะห์...เขตพื้นที่เรา

วันนี้กะปุ๋ม...แนะนำคุณมงคลให้น้องๆ..."คนจิตเวช"...ได้รู้จัก...หวังว่าโอกาสดีดีเราคงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแบบตัวเป็นๆ...นะคะ

*^__^*

กะปุ๋ม

  • โห คุณKa-Poom  เล่นแนะนำกันเลยหรือครับ--ว่าแต่แนะไปว่าไงละหรือครับ
  • ลปรร. แบบตัวเป็นๆ นี่ผมคงละลายเป็นแน่แท้
  • สักพักครับ สักพัก  ขอผมจัดการความคิด ความรู้ และความรู้สึก อีกสักพัก
  • สักพัก ผมคงต้องโหนคุณKa-Poom  เป็นแน่แท้  แน่นอนว่าเป็นการขอโหน ครับ (ฮา)

โหน...ขอโหน..คืออะไรคะ...

....

โหน [โหนฺ]  ก. เหนี่ยวห้อย, เอามือเหนี่ยวให้ตัวลอยขึ้นไป

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯท่านว่าไว้อย่างนั้น
ในความหมายว่า...

 

ขอเหนี่ยว ขอห้อย ขอเอามือเหนี่ยวให้ตัวเองลอยขึ้นไป--ลอยขึ้นไปด้วยกิริยาโหน

โหนความเป็นวิชาการของท่านKa-Poom

ข้าราชการบ้านนอก อ่อนด้อยวิชาการครับ

ถ้าไม่ได้โหน ก็คงห้อย--ห้อยต่องแต่ง เป็นแน่แท้

 

555....

กะปุ๋มขำให้ตนเอง..คะ...

แหม!!!....คิดมากไปหน่อยนึกว่าเป็นภาษาส่วย..หรืออะไร..แถวๆนั้นคะ...

...แล้วจะโหนไหวไมเนี๊ย...คุณมงคลน่าตัวโตกว่ากะปุ๋มนะคะ...555

*^__^*

กะปุ๋ม

"ตามประสงค์ที่ตั้งใจว่ามาศรีสะเกษคราวนี้จะทำบุญให้ครบ 9 วัด"

"คณะมาจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรุงเทพฯ ครับหลวงปู่"

"คุ้มค่าน้ำมัน (หลวง) หรือเปล่าก็ไม่รู้"

....

ข้าราชการ เอาน้ำมันหลวงไปเทียววัดทำบุญ 9 วัด

จะได้บุญไหมเนี่ย

(ไม่เป็นไรหรอก..ใครๆเขาก้ทำกัน)

(ไม่ฮา)