เดือนรอมฏอน (เดือนที่มุสลิมถือศีลอด)
สำหรับเดือนรอมฏอนนั้นสำหรับชาวมุสลิมนั้นเป็นเดือนที่ประเสริฐซึ่งมุสลิมจะมีความเชื่อว่าในเดือนนี้ถ้าได้ทำผลบุญอะไรก็จะได้ผลตอบแทนมากกว่ากว่าเดือนอื่นหลายเท่าแต่ในทางกลับกันถ้าบุคคลใดทำชั่วในเดือนนี้ก็จะได้รับบาปมากกว่าเดือนอื่นๆหลายเท่าเช่นกัน ดังนั้น ในเดือนนี้มุสลิมทุกคนจะพากันปฏิบัติตัวตามที่ศาสนาได้บัญญัติเอาไว้ซึ่งอยากแรกเลยคือ การถือศีลอด ซึ่งในการถือศีลอดของมุสลิมนั้นใช่ว่าจะเป็นการอดอาหารเพียงอย่างแต่เป็นการลด ละ อบายมุข และหยุดนินทาวาร้ายผู้อื่น และลด ละ สิ่งไม่ดีต่างๆ ซึ่งภายในเดือนมุสลิมทุกคนจะมีการปฏิบัติศาสนกิจอย่างหนึ่งที่ทำได้แค่ในเดือนนี้เท่านั้น คือ การละหมาดตารอเวี๊ยะ ซึ่งการละหมาดนี้เป็นกาละหมาดสุนัตที่มุสลิมเชื่อกันว่าได้รับผลบุญมหาศาลจากการละหมาดตารอเวี๊ยะ การละหมาดนี้จะมีทุกคืนซึ่งจะเป็นช่วงเวลาประมารสองทุ่มหลังจากละหมาด อีซา การละหมาดตารอเวี๊ยะนั้นจะละหมาดด้วยกัน 20 รอกาอัต ซึ่งในแต่ละรอกาอัตนั้นก็จะประกอบด้วยการยืนตรงและอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน ซึ่งหลังจากนั้นก็จะเป็นการก้มแล้วลุกขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เป็นก้มโดยเอาหัวแตะพื้นสองครั้งก็เป็นอันเสร็จหนึ่งรอกาอัต ซึ่งการละหมาดตารอเวี๊ยะนั้นชาวมุสลิมเชื่อว่าในแต่ละคืนที่เราละหมาดตารอเวี๊ยะจะมีผลบุญที่แตกต่างกันทั้งสามสิบคืนดังนั้นนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวมุสลิมทุกประเทศพากันไปละหมาดตารอเวี๊ยะในเดือนรอมฏอนอัลมูบารอก นี้กันอย่างล้นหลาน และอีกอย่างที่ชาวมุสลิมทั่วโลกพากันปฏิบัตินั้นคือ การอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งการอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นก็จะได้รับผลบุญมากมายเช่นเดียวกัน
การถือศีลอดในเดือนรอมฏอนนั้นยังมีความประเสริฐอีกเพราะในวงการแพทย์นั้นก็ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าการอดอาหารติดต่อกันหนึ่งเดือนเป็นวิธีการดีท็อกซ์สารพิษออกจากรางกายที่ดีที่สุดอีกด้วย