แม่ในสายตาและในใจของลูกคือทุกอย่างที่ทำให้เรามีตัวตนในวันนี้

ตั้งแต่จำความได้นั้น ฉันได้นั่งคอยแม่ทุกวัน โดยฟังเสียงจากเรือหางยาวที่ผ่านไปมาหน้าบ้าน......เมื่อเรือลำที่แม่นั่งมาจากตลาดเพื่อไปขายปลาหรือปูซึ่งพ่อจับมาได้

กะเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.ของทุกวันเสียงชะลอความแรงลดลงเรื่อยๆและ....มาจอดท่าหน้าบ้าน ซึ่งห่างจากตลาดมาราว ๑ ชั่วโมง ซึ่งก่อนนั่นคิดว่านานมาก....สำหรับเด็กตัวเล็กๆที่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน

และแล้วสิ่งที่ตั้งตาคอยคือข้าวเหนียวขาวหน้าสังขยาห่อใบตองมาและแม่ก็แจกให้คนละห่อ  ซึ่งราคาก็ ๕๐ สตางค์ เป็นอย่างนี้ทุกวัน(ตอนนั้นก็มีแค่ ๔ คนพี่น้อง)

หน้าที่อีกอย่างที่แม่ไม่ได้สอนให้ทำในตอนนั่นแต่ชอบทำมากคือการหูงข้าวกินเองได้ เมื่อกลับจากโรงเรียน ตอนชั้นประถมปีที่ ๒ ก็ลองเข้าครัวก่อไฟแบบที่ใช้ไม้ฟืนที่มีอยู่แล้ว  ก็ถามขั้นตอนจากแม่ว่าทำยังไง จนกระทั่งได้ที่ เปิดดูข้าวสุกกินได้ไม่ไหม้และดิบก็ดีใจมากกระโดดโลดเต้นยกใหญ่เลยทีเดียว หารู้ไม่ว่านั่นคือการต้องทำหน้าหูงข้าวเองทุกวันตั้งแต่นั่นมา

เมื่อโตขึ้นมาหน่อยแม่กับพ่อย้ายบ้านมอยู่ในที่ของยายซึ่งให้เป็นมรดกหลังแรกและไม่ไกลจากตลาดมากนัก ที่บ้านหลังนี้มีผักทุกชนิดที่สามารถเก็บไปขายในตลาดทุกวัน ซึ่งในตอนปิดเทอมก็มีหน้าที่อีกอย่างคือช่วยแม่เก็บผักและช่วยถือของไปตลาดกับแม่ทุกวัน แม่จะหาบไปเต็มบ่าทุกวันเดินไปจนถึงตลาดระยะทางก็ ๕ กิโลได้ ฉันไปคอยดูแม่ขายและช่วยหยิบจับให้ลูกค้าของแม่  และแม่ก็มีผลไม้กลับมากินทุกวันแล้วแต่ว่าช่วงไหนจะมีผลไม้ชนิดใดวางขายและซื้อมาพอกับลูกทุกคนและแม่จะแบ่งให้เท่าๆกันทุกคน (ตอนนี้แม่มีลูกเพิ่มเป็น ๗ คน)

และหลังจากนั่นทุกช่วงปิดเทอมก็จะผลัดกันไปกับน้องสาวคนรองทำหน้าที่แทนแม่ไปขายของเองทุกวัน โดยไปขายตั้งแต่ตอนย่ำรุ่ง แม่จัดผักใส่เข่งให้ยกขึ้นตั้งบนศรีษะแล้วก็เดินไปจนถึงตลาดและขายหมดจากลูกค้าที่มีความสงสารช่วยกันซื้อสมัยนั่นก็ได้วันละ ๑๐๐ บาท นับว่ามากโขอยู่ เงินที่ได้ก็เป็นเหรียญทั้งหมด นอกจากซื้อในสิ่งที่แม่สั่งแล้วก็ซื้อผลไม้กลับบ้านและบางวันก็เหลือเงินกลับไปให้แม่ทั้งหมด...และเป็นความสุขตามประสาเด็กๆที่ทำมาตลอด

จนกระทั่งปัจจุบันนี้แม่ก็ยังทำหน้าที่นี้อยู่  ถึงแม้ว่าลูกๆจะโตมีครอบครัวกันไปหมดแล้ว และมีเงินเดือนจากลูกให้แล้ว แม่ก็ยังไม่วางใจแอบขายตลอด เพราะไม่อยากให้ทำแล้ว แม่บอกผักทุกอย่างในช่วงเทศกาลนั่นขายดีมีเท่าไหร่ไม่พอขาย ได้วันละ ๑,๐๐๐ บาทเชียวนะ  แม่ก็ยังเสียดายผักของแม่อยู่และแม่บอกว่าเราก็ไม่ได้ลงทุนอะไร    ของในสวน(เรียกว่าสวนสมรม)เราก็มีให้เก็บตลอดไป ไม่ต้องใช้ยาใดๆปลอดสารพิษด้วย เช่นสตอ ตำลึง มันปู โหรพา ใบกระเพรา ยอดกระถิน ใบมะขามฯลฯ

แล้วจะมาเล่าตอนต่อไปค่ะ