หมวด ๑๐ แก้กระทู้ธรรม อ.จ.เขมจิตต์
ผญา…ตอบอาจารย์ จ. เขมจิตต์
อาจารย์ จ. เขมจิตต์เอย…
ฟังวาจาบ่อนบั้นอาจารย์หว่าภาษากลอน
มาฮำฮอนแล้วเป็นทุกข์อุกกะใจนำความเว้า
คึดเห็นมาพาใจเศร้าแนวคนเฮาเป็นลายต่าง
เดินกันคนละทางย่างหนีธรรมพุทธเจ้าลืมความเว้าที่กล่าวมา
คบกันเพียงพ้อหน้าจักสิหว่าแนวได๋
ความในใจของเขาบ่ออาจเดาเองได้
อย่าใส่ใจนำความเว้ามโนเฮาสิพล้อยด่าง
ความเว้าคนมีหลายอย่าง มีเว้าดีเว้าฮ้ายอย่าไปเตื้องต่อคำ
คือโบราณเผิ่นหว่า…
อย่าไปฟังความเว้าของคนมันเกินง่าย
มีเทิงหงายและคว่ำคำเว้าบ่อยู่ความ
เขาฮักเขากะย้องเขาซังเขากะด่า
แนววาจาปิ้นได้สมัยนี้ผัดแห่งหลาย
เป็นนำยุคที่เผิ่นหว่า…
ยุคต้นไม้ใบบ่อป่งยามฝน
กะย้อนคนเทียวตัดจนหว่าเป็นเขาหัวโล้น
บาดยามฝนเทลงให้จักป่าใสใบสิป่ง
เว้ากันแบบตรงตรงป่าบ่อเหลือเสือบ่อซ้นกะคนแท้เป็นผู้ทำ
กลายเป็นยุคขาดน้ำทามขาดป่านาขาดฝน
คนขาดธรรมนำปกจั่งก่อกวนเมืองบ้าน
ยุคคนพาลเป็นเจ้ายุคเสาเมืองถูกดูหมิ่น
ตกหว่างยุคคนลืมศีลดีแต่ปากหากเว้าได้แต่ใจเพี้ยนเปลี่ยนไป
ตกหว่างยุคภาคใต้ไฟโหมลุกลามเผา
ย้อนคนเขาเอนเอียงเบี่ยงคำสอนไปคนด้าน
สถานการณ์กะเลยแย่แปลจากดีไปเป็นชั่ว
คนหวาดกลัวทั่วแค้วนชาวแดนใต้จั่งผวา
ตกหว่างยุคน้ำจากฟ้าล้นอั่งเข้าถั่งโถม
หลังคาจมธาราย้อนป่าดงพงษ์พรรณไม้
ถูกทำลายไปเสียสิ้นเหลือแต่ดินสิ้นพรรณป่า
บาดฝนเทลงมาป่าบ่อมีอุ้มน้ำ ทามบ่อมีป่าไม้คนจั่งให้ซั่วแซว
มันหากเกิดขึ้นแล้วแนวยุคคนใจมัว
มีแต่หัวเบิ๊ดความคึดย้อนยึดติดตัณหากุ้ม
เปรียบดั่งซุมบัวในน้ำเกิดอยู่ในใต้ตมเน่า
เป็นอาหารปลาเต่าคือจั่งคนถูกตุ้มตัณหาหุ้มบ่อดี
ตกหว่างคนยุคนี้อยากมีหลื่นบรรดาศักดิ์
ย้อนบ่อจักความพอจั่งสอพลอหาทางได้
บ่อหว่าไผเด้อท่านกะคือกันอยากได้หลื่น
ฝืนความโลภบ่อได้ใจเลยเลี้ยวไปเกี่ยวโกง
เว้าโจ้งโจ้งแต่ใจคดบ่อมีหลัก
บอกหว่าเฮาจงรักภักดีบ่อมีเบี้ยว
ใจดวงเดียวถวายให้พ่อของไทยไผบ่อท่อ
คดหรืองอพอเว้าได้แต่ใจแท้ส่องบ่อเห็น
ตกหว่างคนสิเต้นเล่นขายไฟให้ไหม้พ่อ
ความบ่อพอย้อนอยากได้แหม่นไฟไหม้กะส่วนยอม
เว้าให้ต้อมหมายความหว่าคนลืมคุณ
คิดนำทุนเป็นหลักบ่อตระหนักดีชั่ว
เลยเมามัวแต่แนวได้เปรียบขายไฟให้ไหม้พ่อ
ถูกบ่อนอข้อนี่ผอวญข้าหว่าแถลง
ยุคต่อไปยุคใจคนสิแล้งย้อนแค้นคั่งนำเงินตรา
แสวงหาเงินคำมนุษยธรรมลืมเกลี้ยง
คิดแต่เพียงทางได้วิธีได๋กะตามอย่า
ขอแต่ได้เงินมาวิธีหาสิชั่วฮ้ายโสหาได้บ่อใส่ใจ
ยุคต่อไปปลาสิได้ไล่สวบแส่วกินแมวโพง
คนขี้โกงสิครองเมืองเรื่องวุ่นวายสิหลายล้น
ย้อนหมู่คนใจขี้ฮ้ายสิทำลายพวกเผ่า
เปรียบเต่าปลาอยู่น้ำสิไล่ปล้ำสวบแมว
ยุคตาเว็นคล้อยแล้วบ่อมีอ่วยคืนกลับ
อัสดงลงลับบ่อต่าวคืนมาแจ้ง
ยุคแห่งแสงพระธรรมเศร้าเพราะคนเฮาบ่อเตื้องต่อ
ลูกฆ่าแม่ตีพ่อหญิงข่มชายอ้ายน้องไฟสิต้องแผดเผา
ตกยุคคนมักเว้ามาพ้อพบบรรจบกัน
ปานฝนตกขี้หมูไหลคนจัญไรมาพ้อ
พวกสอพลอมักยอย้องเว้าพื้นโตโสความเผิ่น
ศีลข้อสี่ถูกเมินเว้าความจริงบ่อได้บาดยามเจ้ากล่าวขาน
ยุคของดินสิห่างบ้านสถานที่เคยอาศัย
ย้อนต้องไปหาเงินเมืองป่าปูนจนลืมบ้าน
ห่างเฮือนซานที่เคยซ้นห่างไกลคนไกลถิ่น
เปรียบคือดินห่างบ้านเฮือนซานซ้นแหม่นบ่อมี
ตกมาในยุคนี้กองไฟใหญ่บ่อมีสี
ลุกบ่อมีแสงเฮืองมีแต่เพียงความฮ้อน
เปรียบคือตอนโกธาฮ้ายไฟในใจสิครุกรุ่น
ความการุณสิมอดเกลี้ยงมีเพียงแท้ตั้งแต่สูน
ในหัวใจเจ้าสิวุ่นเคืองขุ่นโกธา
อุปมาคือกองไฟไหม้อยู่กลางตาเว็นแจ้ง
บ่อมีสีแสงได้ไหม้หัวใจคนให้หมุ่น
แตกเป็นจุณหมุ่นม้างทลายล้างห่างเพ
อีกอย่างหนึ่ง…เปรียบยุคคนมักเอ้มักแต่งแยงกระจก
แต่ทางในใจพอปานนารกฮกพอปานนาเฮื้อ
มันบ่อเหลือหยังแล้วแนวคนงามแต่ทางนอก
ปอกเข้าไปให้แข่นในแกนแท้ผัดเน่าเหม็น
เปรียบดั่งเช่นไฟบ่อฮุ่งจรุงสี
คงบ่อมีอัตถาประโยชน์หยังให้คนใช้
เป็นแต่เพียงไฟไหม้บ่อมีแสงประกายส่อง
คนยุคนี้เด้อพี่น้องสิเป็นบั้นจั่งกล่าวมา
แท้เด…อาจารย์ จ. เขมจิตต์เอย…ญาติโยมเอ้ย…
"อย่าแตกแยกกันเด้อ สงสารพ่อแน่"
ตกมาใยยุคนี้ หากมีเรื่องหลายกระแส
บ่อยากแวมาหา ย้านว่าเป็นไปลายม้วน
บทสมควรอันได๋เว้า จั่งสิเอามาเอ่ย
เขยวาจาตอนนี้ สิดีบ้างกว่าอยู่เฉย
....
ท่านทั้งหลายเอ้ย..
คันสินั่งเบิดเจ้ย เฉยอยู่ในมุมอับ
มัวนั่งหลับตามอง ส่องบ่เห็นการณ์บ้าน
แนวได้ฉันข้าวแล้ว เสียดายแนวข้าวเพิ่นใส่
บ่เว้าหน่อยกะเว้าหลาย วัดด้วยใจ ความถืกต้อง อย่ามองเพี้ยนเป็นอื่นไป