ฉลามหนุ่ม เงือกสาวไทย เราสองตนได้สิทธิ์ไปแข่งโอลิมปิกส์ ๒๐๑๒ แต่ในรอบคัดเลือกก็ทำเวลารั้งท้ายๆ ตกรอบแรกไป (อย่างน่าเสียดาย...ตามวลีเคยของข่าวกีฬาไทย)
ทั้งที่ทุ่มทุนจ้างโคชฝรั่งแสนแพง ส่งไปเข้าฝึกซ้อมในตปท. กันนานๆ ด้วยเงินภาษีเรามหาศาล
กีฬาว่ายน้ำของไทยเรานั้นน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะการคัดเลือกนักกีฬามีปัญหาเศรษฐกิจเข้ามาแทรกซ้อน กล่าวคือ ลูกคนมีเงินเท่านั้นที่จะมีสิทธิเป็นนักกีฬาชนิดนี้ได้ ส่วนลูกคนจนนั้นมีโอกาสน้อยมาก
ตรงข้ามกับมวยที่ลูกคนจนเท่านั้นมีสิทธิ ดังนั้นเราจึงได้เหรียญคะแนนจากมวยมาก ส่วนว่ายน้ำได้บ๊วยมาตลอด เพราะตามหลักสถิติเมื่อมีตัวเลือกน้อยก็ย่อมหาตัวเก่งได้ยาก
พอได้บ๊วย ก็ออกมาตีขลุมว่า ผลการแข่งไม่สำคัญ สำคัญที่สปิริตการแข่งขัน (ประจำ...ปลอบขวัญตัวเอง)
ส่วนจีนได้เหรียญว่ายน้ำ (โดยเฉพาะหญิง) มาก เราก็ไปให้เหตุผลกันแบบตื้นๆว่าเพราะจีนมีพลเมืองมาก มีตัวเลือกมาก (อ้าว แล้วทำไมอินเดียก็ไม่ได้สักเหรียญล่ะ)
ผมเองได้พยายามติดต่อสมาคมว่ายน้ำ ขอให้วางแผนคัดเลือกนักกีฬาด้วยหลักการวิศวกรรมศาสตร์ดังที่ผมเสนอ รวมทั้งให้คิดเองทำเองได้แล้ว เลิกเห่อจ้างแต่โคชฝรั่งเสียที (ดูอย่างจีนเขาบ้าง)
แต่พวกสมาคมพวกนี้ ยากส์ มันก็เหมือนพวกองค์กรวิจัยไทยน่ะแหละ เห่อแต่นอก มองคนไทยด้วยกันเองว่ากระจอก (อีเมล์ข้อเสนอของผมส่งไป มันยังไม่มีมารยาทตอบเลยว่าได้รับแล้ว )
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/487042
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/487462
...คนถางทาง (๑ สค. ๒๕๕๕)
น่าคิดนะครับ ถ้าเป็นคำแนะนำมาจากอาจารย์มหาวิทยาลัยบ้านนอก (อย่างอาจารย์และผม และคนอื่นๆ ที่เดินดินกินข้าวแกงเหมือนๆ กัน) นั้นไม่น่าสนใจ แต่ถ้าเป็นคำแนะนำมาจากต่างประเทศ (อย่างอาจารย์นี่ถ้าใช้หมวก NASA คนไทยจะชอบมาก) เผลอๆ อาจจะเป็นข่าว
ทำให้สงสัยว่าเขาไม่ได้สนใจความรู้ความคิดจริงๆ แต่เขาสนใจหมวกมากกว่า บ้านเราชอบหมวกมากกว่าคนใส่นั่นเอง
มาดูแนวคิดพี่คนถางทางค่ะไม่เจอกันหลายวัน เมื่อคืนตี3กว่าตื่นมาดูหลานแก้ว พงษ์ประยูรเอาชนะได้เข้ารอบต่อไปค่ะ มิเสียแรงที่ตื่นมาดู แต่มารยาทตอบกลับนี่หนูว่าคนไทยหลายๆคนต้องพัฒนานะคะถ้าอยากได้ความรู้และแนวคิดของผู้อื่นน่ะค่ะ