วินัยของคนไทย (และนักกีฬา)
การกีฬาสะท้อนสังคมได้มาก ชาติใดที่คนไม่มีวินัยย่อมยากที่จะเจริญ โดยเฉพาะวินัยการทำงาน
นักกีฬาไทยส่วนมากก็เหมือนคนไทยทั่วไปที่มักพร่องวินัยในการฝึกซ้อม (ซึ่งคือการทำงานของนักกีฬานั่นเอง)
ช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาประเทศได้ทุ่มทุนไปมากในการพัฒนาการกีฬา มีรร. กีฬา วิทยาลัยพลศึกษา คิดเป็นต่อหัวประชากรแล้ว น่าจะสูงที่สุดในโลก แต่ผลออกมาเราได้เหรียญรางวัลน้อยมาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไรเพราะก็รู้กันอยู่ว่าวินัยเรามีน้อย
ส่วนนักกีฬาบางคนพอประสบผลสำเร็จในการแข่งขัน ได้เงินอัดฉีดมาก (เช่น นักมวย นักเทควันโด นักยกนน.หญิง) แต่ก็เหลิง ปล่อยเนื้อตัวเละเทะ สำมะเลเทเมา ก็แข่งได้ครั้งเดียว ไม่สามารถฝึกซ้อมเพื่อแข่งในอีกสี่ปีข้างหน้าได้ ทั้งที่อายุอานามยังสามารถทำได้ ผิดกับนักกีฬาชาติอื่นๆ ที่เห็นบ่อยๆว่าแข่งกัน 4 ครั้งก็มี (16 ปี) แสดงว่าเขามีวินัยสูงจริงๆ
ของทุกอย่างมีข้อยกเว้น เพราะนักการเมืองบ้านเรามีวินัยสูงจริงๆ ฝึกซ้อมวิทยายุทธลงแข่งได้ตั้งแต่อาย ๒๕ จนแก่เฒ่าเหลาเหย่ ก็ไม่ยอมเลิก และแข่งชนะได้เหรียญทองทุกครั้งอีกด้วย
...คนถางทาง (๑ สค. ๒๕๕๕)
5 5 5 สุดท้ายมาตรงใจ ที่นักการเมืองไทย นะคะอาจารย์
น่าเศร้าที่กลายเป็น ธุรกิจผูกขาด แถมเป็นมรดกตกทอด ได้ด้วย
ฮาล่ะค่ะ ประเทศไทย วิกฤตินี้จะยั่งยืนยาว ไปแค่ไหนคะ อาจารย์
อาการหนักขึ้นทุกวี่วัน ใครนะจะมาเป็น ฮีโร่ กอบกู้ ดูแล้ว เฮ้อ :)
ใช่แล้วค่ะพี่คนถางทางคนเราถ้าคิดที่จะก้าวหน้าและอยู่ในวงการได้นานๆ ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นด้วยค่ะ ตรงต่อเวลาจัดระเบียบตัวเองให้ดีและที่สำคัญห้ามเสพสิ่งเสพติดทั้งหลาย
มันตรงกับคำที่ว่า "เหรียญทองที่ได้มาไม่ยากมาก แต่การที่จะรักษาไว้ นี่ซิยากยิ่งกว่า" รึป่าวคะอาจารย์
เฟลป์ นักว่ายน้ำ usa แข่งมาสมัยที่ ๔ แล้ว ยังได้เหรีญทองต่อเนื่อง ได้เหรียญที่ ๒๒ แล้ว
นักมวยคิวบา หลายคนต่อยหลายสมัย บางคนแชมป์สี่สมัย เช่น แอนเดอร์สัน (รุ่นยักษ์)
ส่วนไทย สมรักษ์ และ ฯลฯ สมัยเดียวก็อ้วนฉุแล้ว เงินหมด ต้องมาต่อยใหม่ ต้องเพิ่มรุ่นนน. ก็ตกรอบแรก