กฎหมายล้มละลายระยะ 3 ปี จะเห็นว่ามีทั้งมุมดี มุมร้าย มุมดี ก็คือถ้าหากต้องล้มละลายเพราะพิษภัยเศรษฐกิจโลกมาทำให้ล้มละลาย ก็น่าเห็นใจ แต่ถ้าพวกขี้โกงหวังล่างไพ่หลังโกง ก็วอดวายกันได้เหมือนกัน ตรงนี้คงไปต้องดูอัตราการโกงแบบนี้ต่อปีว่ามีการโกงกันเพื่มมากขึ้น ๆ หรือไม่

เพื่อให้เข้าใจวิธีการอ่าน ที่นำเสนอนี้ หากยังไม่อ่านตอนที่ 1 ขอความกรุณากลับไปอ่านมาก่อนนะครับ

คำให้สัมภาษณ์ของสวัสดิ์  หอรุ่งเรื่อง  ต่อ  จากตอนที่ 1 >

เงิน 1,000 บาทต่อวันพอหรือไม่ พอ เพราะเข้าออฟฟิศ ดื่มกาแฟของออฟฟิศ เที่ยงกินข้าวที่ออฟฟิศบริษัทจ่ายอีก ออกจากบ้านน้ำมันรถบริษัทเติมให้ แต่คุณเห็นผมไปกินที่โรงแรม 5 ดาว 6 ดาว บอกตรง ๆ ไปเอ็นเตอร์เทรนแขก ปกติพวกเราทุกคนชอบกินของชอบ  ไม่ได้ชอบกินของแพง  บางครั้งก่อนกลับบ้านโทรไปสั่งเด็กให้ไปซื้อก๋วยจั๊บที่เยาวราชมาให้(กู)ชาม ถูกหรือไม่

 จริงของท่าน  คนชอบกินอะไร ไม่ใช่อยู่ที่ถูกหรือแพง เช่น กินหูฉลามถ้วยเป็นพัน  สู้กินปลาเค็มหลังเขียวแห้งตัวเดียว  1 บาท  ก็ไม่ได้ เพราะเคยกินมาตั้งแต่เด็ก

@ชีวิตไม่ได้ฟุ้งเฟ้ออย่างที่คนข้างนอกเห็น ใช้ชีวิตธรรมดา

 ใช่ ผมแต่งตัวอย่างนี้ กางเกงซื้อมา 10-20 ปียังใส่อยู่ได้ ตัวไม่ได้โตขึ้น

@คุณสวัสดิ์มีส่วนผลักดันให้กฎหมายล้มละลายของไทยดีขึ้น

 กฎหมายล้มละลายมีตั้งแต่ปี2483 ถ้าไปอ่านแล้ว 70 ปีที่แล้วเราไม่โทษกันกฎหมายฉบับนั้นเท่ากับตายทั้งเป็นถ้าล้มละลาย เพราะมีกฎหมายเล็ก ๆ อีกเป็นร้อยฉบับที่คนล้มละลายห้ามทำเต็มไปหมดแม้กระทั่งห้ามเป็นวุฒิสภา ห้ามเป็นนักการเมือง

เห็นไหมครับ กฎหมายในอดีต แรงมาก แล้วใครมาเปลี่ยนกฎหมาย ท่านสวัสดิ์ก็เป็นเบื้องหลังคนหนึ่ง  ตามคำบอกของท่านถัดไป

@ คนล้มละลาย จะต้องสูญเสียทุกอย่าง แม้แต่บ้านตัวเอง

ใช่ครับ กฎหมายล้มละลายควรจะเขียนมากกว่านี้ว่า ถ้ากรณีแบบนี้แบงก์ยึดได้ แต่ต้องให้เจ้าของบ้านคนนั้นเช่าต่อในราคาที่เป็นไปได้ แล้วเปิดโอกาสให้ซื้อกลับ ไม่อย่างนั้นเสียหาย เพราะไม่ใช่จะขายบ้านได้ทันที ขโมยรื้อบ้าน รื้อรั้ว แล้ว ปัญหาสังคม หากต้องถูกออกจากบ้าน

(1) เพราะฉะนั้นกฎหมายสำหรับบุคคลธรรมดา ที่ผมเขียนไว้ ถ้าเป็นหนี้ต่ำกว่า 2 ล้านบาทห้ามฟ้องล้มละลาย แต่ตอนหลังต่อรองมาเหลือ 1 ล้านบาท อย่างผมนิติบุคคล ผมบอกว่า การล้มละลาย วัฒนธรรมไทยมันแย่ บริษัทไปกู้เงินมีทรัพย์สินพอเพียง แต่ว่าต้องให้เราค้ำประกันส่วนตัวด้วยหมด มันไม่แฟร์ ตั้งแต่มีระบบแบงก์ใช้วิธีนี้ไม่แฟร์กับลูกหนี้ แต่ว่ามันมาเป็นอย่างนี้แล้ว (2)โดยเฉพาะถ้าหากบริษัทนั้นเป็นของครอบครัวเราถือหุ้นยังมีเหตุผลแต่ว่าบริษัทนี้หลังจากนั้น เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วแต่เจ้าของเดิมยังค้ำประกันอยู่ คุณคิดอย่างไร

 (1) ท่านสวัสดิ์ ที่รู้กันท่านเป็นนักธุรกิจ  ทำไมถึงบอกว่าท่านไปเขียนกฎหมายล้มละลาย    อ่านต่อ ๆ  แล้วจะมีคำตอบครับ

 (2) ดูเหมือนว่าท่านจะพูดว่า ถ้าบริษัทเป็นของครอบครัวไปเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว  เจ้าของยังต้องตามไปค้ำประกันเงินกู้ด้วย  แต่ที่ผมไปค้นมาจากที่นี่ http://cedi.bu.ac.th/article/setfamilybiz)   เขาบอกว่า เจ้าของสามารถกู้เงินมาลงทุนได้ โดยไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน

@ต้องเข้าปิ้งไปด้วย

ผมโดนลักษณะนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร   อันนี้ผมยกกรณีของผมส่วนตัว การแก้กฎหมายลัมละลายผ่านมาด้วยดีถึงวันนี้ มองในภาพรวม บุคคลที่ล้มละลายแล้วถ้าไม่เขียนให้ชัดเจน ชั่วชีวิตคุณไม่ได้เกิดเลย แต่นี่ล้มละลายเพียง 3 ปี ทั้งหมดต้องขอบคุณท่านอาจารย์ไพศาล กุมาลย์วิสัยประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้

@ เอาเข้าจริง กฎหมายล้มละลายไทยดีขึ้นพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เอื้อต่อลูกหนี้ขึ้นเรื่อย ๆ

ครับ ผมล้มละลาย 3 ปี เราต้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษามันเป็นวัฒนธรรมมา อันนี้ผมรับได้ กรณีคนไปฆ่าคนตายติดคุกไป 20 ปี แล้วออกมาสังคมเราเรียกร้อง ให้โอกาสเถอะเขาใช้กรรมแล้ว ให้รับเขาเข้าทำงาน แต่คนล้มละลายในอดีตเขียนไว้ ทำงานไม่ได้ มันใช้ไม่ได้

ล้มละลายได้  3   ปี   แต่ราชกิจจานุเบกษา  บันทึกและเก็บไว้ยาว เป็นประวัติศาสตร์นะครับ 

เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องหาโอกาสให้คนเหล่านั้นได้เกิดใหม่  ตายครั้งหนึ่งก็พอแล้ว ต่อไปนี้ อะไรที่ไม่มีเงิน จะไม่ซื้อแล้ว อะไรที่เกินกำลัง จะไม่ซื้อแล้ว โอกาสเกิดใหม่ 3 ปีล้างไพ่

แรก ๆ จริง ๆ เขียนไว้ให้ล้มละลายเพียง 1 ปี โดยให้มีการโหวตลับ เพราะวุฒิในรุ่นผม

ทำไมถึงท่านไปแก้ไขได้ ก็เพราะท่านรวย และเก่งด้วย จึงมีการให้ไปเป็นวุฒิสมาชิก  

มีทั้งข้าราชการพลเรือน และข้าราชการทหาร ตำรวจ เห็นด้วยกับเรา แต่เวลาโหวตสว่าง เกรงใจรัฐบาล ในที่สุดชนะโหวตลับเรียบร้อย แต่นายชวน หลีกภัยนายกรัฐมนตรีเบรกคุยกับอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ ขอเลื่อนไปคราวหน้า พวกผมบอกว่าไม่ได้ เพราะรัฐบาลบอกว่า ถ้ากฎหมายเหล่านี้ไม่ผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) บอกว่าเสียหายมาก ต้องผ่าน ถ้าอย่างนั้นขอเลื่อนเอาวาระอื่นขึ้นก่อน

ตรงนี้พอจะทำให้เห็นว่านักธุรกิจ มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลไหมครับ

นักการเมืองที่ว่าแน่ ก็ยังต้านไม่ได้  เห็นไหม ๆ

ท่านขอเชิญเราไปคุยหลังสภาห้องนายกรัฐมนตรี มีคุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ,คุณสุทัศน์ เงินหมื่น 1 ปีขอเพิ่มเป็น 5 ปีได้หรือไม่ พวกกรรมาธิการเข้าไปบอกไม่ได้ อาจารย์ไพศาล กุมาลย์วิสัย เข้าไปด้วย ท่านเก่งกฎหมาย และเป็นรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ด้วย ท่านเลยต่อรอง จาก 5 ปี เหลือ 3 ปี

กฎหมายล้มละลายเหลือ 3 ปี  ล้างไพ่  นายก ก็ทานกรรมาธิการไม่ได้  และกรรมาธิการอยู่ภายใต้การควบคุมของใคร ทำไมนักการเมืองใหญ่คุมให้เป็นไปตามความคิดเห็นของตัวเองไม่ได้ ก็ต้องคิดดู

และยังตัดออกอีก  2 มาตรามีรายละเอียด ถ้าหากปลดจากการล้มละลายจะต้องขอความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ก่อน ซึ่งชาติหนึ่งเจ้าหนี้ก็ไม่ให้ปลด และอีกมาตราขอยื่นต่อศาลว่า เห็นด้วยหรือไม่ ที่เราจะพ้นการล้มละลาย เราบอกอาจารย์ไพศาลเก่งขอตัด 2 มาตรานี้ได้ และต่อรองเหลือล้มละลายเพียง 3 ปี พี่ชวนก็ยอมนี่คือ เบื้องหลังออกมาเบ็ดเสร็จ 3 ปี นับตั้งแต่ศาลสั่งให้ล้มละลาย

กฎหมายล้มละลายผมคิดว่าวุฒิสมาชิกรุ่นผมทำถูกแล้ว ต้องคิดง่าย ๆ บางคนมาด่าพวกนี้ล้มแล้วรวย แกล้งล้ม ผมบอกดูถูกกูไปหน่อยแล้ว คนเราสังคมที่อยู่ได้ ณ วันนี้ทุกคนอยากอยู่อย่างผู้มีเกียรติทุกคน  ถ้า คิดอย่างนั้น เดินออกนอกบ้านก็ไม่ปลอดภัย ผมบอกกับเพื่อนผมว่า ระวังถูกขอทานเตะเอา

กฎหมายล้มละลายระยะ 3 ปี จะเห็นว่ามีทั้งมุมดี  มุมร้าย มุมดี ก็คือถ้าหากต้องล้มละลายเพราะพิษภัยเศรษฐกิจโลกมาทำให้ล้มละลาย  ก็น่าเห็นใจ  แต่ถ้าพวกขี้โกงหวังล่างไพ่หลังโกง ก็วอดวายกันได้เหมือนกัน ตรงนี้คงไปต้องดูอัตราการโกงแบบนี้ต่อปีว่ามีการโกงกันเพื่มมากขึ้น ๆ หรือไม่

 จบตอนที่ 2 ครับ

โปรดรอตอนที่ 3