วันนี้ (๒๘ กค. ๕๕) รับนิมนต์จาก ผศ.ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ ไปบรรยายที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถนนวิภาวดี-รังสิต เพื่อบรรยายในหัวข้อเรื่อง "การจัดการความขัดแย้งแนวพุทธสันติวิธี" แก่นิสิตปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ รุ่นที่ ๒๐ จำนวน ๕๖ คน ซึ่งโครงการเป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

        ความขัดแย้งโดยเนื้อแท้เป็นได้ทั้ง "บุญและบาป" ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง และท่าทีที่มนุษย์และสังคมเข้าไปปฏิสัมพันธ์ ถึงกระนั้น กลุ่มคนจำนวนมากมองความขัดแย้งว่า "เป็นสิ่งไม่ดีและไม่ควรให้เกิดมีในสังคม" ทั้งที่จริงแล้ว ความขัดแย้งเป็นธรรมชาติของมนุษย์และสังคม ที่เกิดขึ้นในตัวเอง และสังคมตลอดเวลา

        การจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) มีแง่มุมที่สัมพันธ์กันทั้งการป้องกัน (Prevention) การเปลี่ยนผ่าน (Transformation) และ การแก้ไข (Resolution) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทและองค์ประกอบของความขัดแย้งในแต่ละช่วงขณะเวลาว่าควรจะใช้หลักการเช่นใดเข้าไปดำเนินการจัดการให้สอดคล้องและเหมาะสม

        ในเชิงลบ ศาสนาพุทธมองความขัดแย้งว่า "เป็นทุกข์" ซึ่งเกิดขึ้นจากสาเหตุหลัก (สมุทัย) คือ ตัณหา ทิฐิ และมานะ ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งก็สะท้อนแง่มุมเชิงบวก (กุศล) เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะความเห็นต่างทางความคิด และการแสดงออกของกลุ่มคนต่างๆ ที่อยู่ร่วมกันในสังคม อย่างไรก็ตาม ศาสนาพุทธได้สงวนพื้นที่ของความไม่ขัดแย้งเอาไว้ นั่นคือ "สภาวะของนิพพาน" ซึ่งเป็นสภาวะที่สุข สงบเย็นปราศจากตัณหา ทิฐิ มานะ

        ทางออกของความขัดแย้ง ศาสนาพุทธได้นำเสนอเอาไว้หลายมิติ เช่น แนวทางของอปริหานิยธรรมที่เน้นความสามััคคีปรองดองทั้งการประชุมที่พร้อมเพรียงกันเลิกทั้งก่อน และหลัง การให้เกียรติผู้ใหญ่และสตรี การยึดมั่นในวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงาม

        อีกทั้งหลักการสาราณียธรรมที่เน้นการปฏิบัติหลักธรรมที่ก่อให้เกิดการระลึกถึงกัน หรือเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันอยู่ตลอดเวลา โดยเน้นทั้งการคิด พูด และแสดงออกต่อกันด้วยเมตตา การแบ่งปันผลประโยชน์และความต้องการอย่างเท่าเทียม และทั่วถึง การปรับระบบ ระเบียบ ข้อกติกา หรือกฎหมายที่ใช้ร่วมกันในสังคมให้ทุกฝ่ายยอมรับ และปฏิบัติร่วมกันอย่างเสมอภาค และการสร้างเวทีเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับรู้ข้อห่วงใย ปรับทัศนคติให้เข้าใจกลุ่มคนอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการวางข้อระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับ ปฏิบัติได้ และอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี และเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์