สถานีความคิด :
กำลังใจ...เพื่อชีวิตที่ดีงาม
เพลง "กำลังใจ"
ศิลปิน "วงโฮป"
ในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเรา ย่อมจะมีทั้งความยากลำบากและความเรียบง่ายคละเคล้ากันไป บางครั้งก็อาจจะมีความสุขสดชื่นและสมหวัง ในขณะที่บางครั้งต้องรู้สึกอ่อนแอ เศร้าหมอง เหน็ดเหนื่อย ท้อแท้และสิ้นหวัง จนไม่คิดที่จะให้ชีวิตต้องดำรงอยู่ต่อไปอีก อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น
ในภาวะที่ชีวิตกำลังเกิดความท้อแท้ อ่อนแอ และทุกข์ระทมเช่นนั้น กำลังใจ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตต่างก็แสวงหาอยู่เสมอ เพื่อที่จะช่วยชุบชีวิตให้มีความกระชุ่มกระชวย มีพลัง และพร้อมที่จะโลดแล่นไปสู่หนทางข้างหน้าได้อย่างมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น
เมื่อมีความทุกข์หรือปัญหาใดๆ เกิดขึ้น จนทำให้เราเกิดความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและต้องการกำลังใจมาช่วย บุคคลคนแรกที่สามารถจะเอาใจช่วยและให้กำลังใจเราได้ ก็คือบุคคลที่อยู่ในกระจก อันหมายถึงตัวของเรานั่นเอง
เราควรที่จะมีความอดทน เข้มแข็ง และมีความกล้าหาญอยู่เสมอ ขอให้มองทุกๆ สิ่งรอบข้าง โดยมองว่าในโลกนี้ไม่ได้มีเราเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หากแต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่อยู่เป็นเพื่อนและคอยให้กำลังใจแก่เราอยู่ตลอดเวลา และในจำนวนผู้คนที่หลากหลายเหล่านั้น ไม่ใช่จะมีแค่เราเพียงคนเดียวที่กำลังประสบกับปัญหา หากแต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่พบปัญหาในชีวิตเช่นกับเรา ซึ่งแต่ละคนต่างก็ย่อมต้องดิ้นรน ฝ่าฟัน และแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้ด้วยตนเอง ถ้าหากว่าเรามีความเข้มแข็งพอ ไม่นานปัญหาทุกๆ อย่างก็คงจะผ่านพ้นไปด้วยดี
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากตัวเราเองแล้ว หากเราได้พบเห็นผู้อื่นที่เขากำลังมีปัญหาในการดำเนินชีวิตและต้องการกำลังใจ เราก็ควรที่จะเข้าไปช่วยเหลือโดยการให้ให้คำแนะนำและปลอบใจเขา เพื่อที่จะช่วยทำให้เขาได้มีความหวังและมีกำลังใจในการต่อสู้กับชีวิตมากยิ่งขึ้น
เราสามารถที่จะให้กำลังใจแก่คนอื่นได้ในทุกๆ เวลา โดยมีวาจาเป็นเครื่องมือเป็นสื่อนำทาง เพราะวาจาหรือคำพูดจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งความรัก ความหวังดีและความปรารถนาดีที่มีอยู่ทั้งหมด
การปลอบโยนและการให้กำลังใจกันใยามที่มีใครคนใดคนหนึ่งต้องมีความทุกข์หรือมีความไม่สบายใจขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ควรจะกระทำ เพราะจะเท่ากับเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่มหาศาลให้เกิดขึ้น ในฐานะที่จะช่วยทำให้ผู้คนเหล่านั้นเกิดมีความรู้สึกที่ดีๆ และมีความหวังในชีวิตมากยิ่งขึ้น
ท่ามกลางสภาพสังคมที่มีความหลากหลายและต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตให้รอดในปัจจุบัน เป็นเรื่องธรรมดาที่ย่อมจะต้องมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคน ทั้งนี้เพราะว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะสมบูรณ์ไปเสียหมดทุกอย่าง
เมื่อมีปัญหาหรือความผิดพลาดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม เราจึงไม่ควรที่จะเยาะเย้ยหรือซ้ำเติมกัน แต่ควรที่จะหาทางช่วยเหลือและพูดปลอบโยนให้กำลังใจกัน เพราะในสถานการณ์เช่นนั้น การปลอบโยน การเอาใจช่วย และการให้กำลังใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทุกชีวิตต่างก็ปรารถนาและต้องการ
ในยามที่คนเราต้องมีความทุกข์ความกังวลใจ เงียบเหงา เคว้งคว้าง ท้อแท้ และไร้ที่พักพิงทางจิตใจ หากมีใครสักคนเข้าไปพูดคุยปลอบโยนให้กำลังใจ ก็อาจจะทำให้เขาเกิดมีความเข้าใจในชีวิต ทำให้เขามีความรู้สึกที่ดี และมีความหวังในชีวิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความดีงามที่ทุกคนควรที่จะตระหนักและลงมือกระทำให้มากที่สุด
มีคำคมอยู่ 2 บท ที่มีความหมายที่กินใจและควรค่าแก่การนำไปคิดพิจารณา เพื่อเป็นแนวทางในการเสริมสร้างกำลังใจที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ตนเองและผู้อื่น
บทแรกกล่าวไว้ว่า “คำพูดที่ดีแม้เพียงคำเดียว สามารถดับความร้อนกระหายได้ดีกว่าน้ำแข็งตั้งหนึ่งกระติก” อธิบายความได้ว่า ในยามที่คนเราเกิดความเหน็ดเหนื่อยทางร่างกาย หรือร้อนกระหายขึ้น ถ้าหากได้น้ำเย็นๆ หรือน้ำแข็งสักแก้ว ก็จะสามารถช่วยดับความร้อนกระหายที่มีอยู่ให้บรรเทาลงไปได้ และเมื่อคนเราเกิดความทุกข์หรือความเดือดร้อนใจขึ้น เราคงจะไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการปลอบโยนให้กำลังใจกัน หากได้ฟังคนพูดให้กำลังใจด้วยคำพูดที่ดีๆ แม้เพียงแค่คำเดียว บางทีก็อาจจะดับความเร่าร้อนในใจและช่วยชุบชีวิตของผู้ฟังให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้เฉกเช่นเดียวกัน
คำคมบทที่สองกล่าวไว้ว่า “คำพูดที่ดีเพียงคำเดียว สร้างความอบอุ่นได้สามฤดูกาล” นั่นหมายความว่า ในยามที่มีใครคนใดคนหนึ่งเกิดความทุกข์ ความเหงา ว้าเหว่ หรือเกิดความเหน็บหนาวขึ้นในหัวใจ หากมีคนพูดสิ่งที่ดีๆ ให้ฟัง หรือปลอบโยนให้กำลังใจ ก็จะช่วยทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขึ้นอยู่เสมอ ไม่เฉพาะแค่เพียงขณะที่ฟังอยู่เท่านั้น หากแต่จะรู้สึกมีความอบอุ่นและเกิดกำลังใจขึ้นตลอดเวลา ในทุกๆ ครั้งที่ตนระลึกนึกถึง ไม่ว่าฤดูกาลจะผ่านพ้นไปกี่เดือนกี่ฤดูแล้วก็ตาม
คำพูดที่ดี มิใช่จะเพียงสร้างความหวังให้เกิดขึ้นกับผู้ฟังเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสื่อหรือสายใยที่จะถักทอมิตรภาพให้เกิดขึ้นมาในสังคมได้อีกด้วย รวมทั้งเป็นสื่อในการเสริมสร้างความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดขึ้นในทุกๆ สังคม ไม่ว่าจะเป็นในสังคมครอบครัว ที่ทำงาน หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด ประเทศชาติ และสังคมโลก
เลิกซ้ำเติมกันเสียทีเถิด แล้วเรียนรู้ที่จะให้ปลอบโยนให้กำลังใจกันบ้าง..... เพื่อสร้างสรรค์โลกของเราใบนี้ให้งดงามดั่งสรวงสวรรค์



ภาพประกอบทุกภาพนำมาจากอินเทอร์เน็ต
ในการทำ สิ่ง ใด ๆ กำลังใจ สำคัญที่สุด ...สวัสดีครับ
สวัสดีครับ คุณแว่นธรรมทอง
หากทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกันตลอดเวลา
สังคมเราคงจะงดงามและน่าอยู่มากขึ้นเยอะเลยนะครับ
สวัสดีครับ คุณ Sila Phu-Chaya
* คำคม 2 บท ที่ผมนำมากล่าวไว้ เป็นสุภาษิตของชาวจีนนะครับ
**คนที่คิดและปรารถนาดี มักจะพูดในสิ่งที่ดีๆ เสมอครับ
บุคคลคนแรกที่สามารถจะเอาใจช่วยและให้กำลังใจเราได้ ก็คือบุคคลที่อยู่ในกระจก (จริงที่สุดค่ะ)
สวัสดีครับ คุณ kunrapee
"อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน"
พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้นะครับ
คุณอักขณิชค่ะ.. กำลังใจมาป็นกองเลยค่ะ :-)) ขอบคุณค่ะ อืมม์..สมัยก่อนตอนเล็กๆ ก่อนจบชั้นประถม ที่โรงเรียนมีโครงการโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ควบคู่ไปด้วย จำได้ว่าได้เรียนกับ ท่านเจ้าคุณ พระราชญาญกวี วัดขันเงิน ท่านมาสอน พวกเราเป็นครั้งคราว เราชอบกันมาก ท่านเจ้าคุณสอนสนุก ตามประสาวัยเด็กสมัยนั้น และในที่สุดพวกเรา สอบผ่านได้เป็นเป็นนักธรรมชั้นโท/ เอก... ส่วนตัวเองนั้นได้ นักธรรมชั้นโท ก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายเป็นพิเศษ แต่คิดว่าเป็นพื้นฐานที่ดี เป็นเด็กไม่ห่างวัด..ซะเท่าไหร่ อิอิ...จำได้ว่าครั้งนั้น..มีวิชากระทู้ธรรมที่ต้องเรียน โดยมีกระทู้สอดรับตั้งแต่ขึ้นต้น ต่อมายกเหตุผลร่ายยาวประกอบ จนเมื่อจะจบก็ต้องมีกระทุ้สอดรับ...สำหรับกระทู้ธรรม อัตตา หิ อัตตนาโนนาโถ ก็ได้ยินกันบ่อยๆ พูดบ่อย.. แต่ไม่ได้เข้าใจความหมายลึกซึ้งอะไร เพิ่งจะมาใคร่ครวญกระทู้ธรรมะนี้มากขึ้น เมื่อไม่นานมา ก็ทำให้ได้เรียนรู้มากขึ้น และบันทึกของคุณอักขณิช ก็เป็นการช่วยสะกิด..เตือนได้เป็นอย่างดี ...ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์ kwancha
* ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ ผิกหวัง หรือสมหวังก็ตาม
** คนอื่นช่วยให้กำลังใจเราได้ในระดับหนึ่ง แต่คนที่ปลอบโยนและให้กำลังใจเราได้ดีที่สุด ก็คือ ตัวเราเองนะครับ