วันนี้ไปตรวจตาตามนัด.. หลังจากต้องหยอดตามานานกว่าเดือนครึ่ง ซึ่งวันนั้นอาจารย์หมอบอกว่าเป็นต้อลม (ถ้าท่านผู้อ่านงง เข้าไปอ่านบันทึกแรกได้ที่นี่นะคะ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/491205)
ต้องโทรไปจองคิวล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่ต้องรอนาน วันนี้นั่งรอประมาณ ๑๕ นาทีก็ได้ตรวจแล้วค่ะ.. บอกเล่าอาการไปว่า.. ยังมีน้ำตาไหลเรื่อยๆ ไหลออกมาเอง ไม่เคือง-ไม่ขัด-ไม่แสบตา รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เช็ดน้ำตาจนตาซ้ายช้ำไปหมด รำคาญมากค่ะ เวลาทำงาน.. ถ้าทำหน้าที่ดมยาสลบจะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะเราเช็ดน้ำตาเองได้ แต่ถ้าต้องเข้าเป็น Scrub nurse (พยาบาลส่งเครื่องมือผ่าตัด) จะต้องให้ผู้ช่วย ช่วยเช็ดน้ำตาให้เป็นระยะ เมื่อวานเข้าช่วยผ่าครรภ์คลอด ต้องให้ช่วยเช็ดน้ำตา ๓ ครั้งกว่าจะเสร็จผ่าตัด
หลังส่องกล้องตรวจ อาจารย์หมอให้หยอดยาชา เพื่อล้างท่อน้ำตา (ใช้เข็มเล็กๆดันน้ำยาสีเหลืองๆเข้าไปที่ท่อน้ำตาอยู่บริเวณหัวตา น้ำยาที่ล้างจะไหลออกมาทางจมูก รู้สึกขมคอเล้กน้อย) อาจารย์หมอบอกว่าท่อไม่ตัน เดี๋ยวจะถอนขนตาที่คล้ายๆจะแยงตาออกสัก ๕-๖ เส้น เจ็บค่ะ น้ำตาไหลพรากเลย (อาจารย์หมอแถมถอนขนตาขวาให้ด้วย.. ไม่ได้อยากให้แถมซะหน่อย) และเปลี่ยนยาหยอดตาเป็น Efemoline eye (เป็นยาที่มีส่วนผสมของ Steroid และ Vasoconstriction มีข้อบ่งใช้สำหรับ Conjunctivitis จากการแพ้ (Allergy), Keratitis จากการแพ้) นัดต่ออีก ๑ เดือน แล้วแนะนำเหมือนเดิมคือหลีกเลี่ยงแสง ลม เฮ้อ.. ยากจังเลย
kunrapee ตระหนักแล้วว่า "ตา" เป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานมากที่สุด (ดั่งคำว่า.. ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา จะรู้ค่าก็ต่อเมื่อเกือบจะสูญเสียไป) เราใช้สายตากว่า ๑๘ ชม.ต่อวัน น่าสงสารตาเป็นที่สุด วันนี้เลยไปหาข้อมูลมาฝากค่ะ
เทคนิคการโฟกัส สำหรับการพักสายตา
- มองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่าง หรือมองออกไปไกลๆ จากงานที่อยู่ตรงหน้าเท่าที่จะสามารถทำได้
- วัตถุที่คุณมองนั้นควรอยู่ห่างจากคุณอย่างน้อย ๒๐ ฟุต
- เคลื่อนสายตามองไปรอบๆ และมองไปที่สิ่งอื่นๆ หรือวัตถุอื่น ๆ บ้าง
- ย้อนกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
- ทำซ้ำตามวิธีนี้บ่อย ๆ ในวันทำงานของคุณ
การปิดฝ่ามือ เพื่อพักสายตา
- ทำมือเป็นลักษณะรูปถ้วยปิดรอบดวงตา วางพักมือบนโหนกแก้ม (หลีกเลี่ยงการกดลงบริเวณลูกตา)
- ประสานมือไขว้ไว้เหนือดั้งจมูกเพื่อบังแสงสว่าง
- หลับตาลงประมาณ ๑๕ วินาที แล้วให้หายใจเข้า หายใจออกลึกๆ
- เปิดฝ่ามือ แล้วลืมตาขึ้น
การป้องกันการเกิดต้อลมและต้อเนื้อ
- ระวังอย่าให้โดนลม แสง ฝุ่น ควัน รวมทั้งควันบุหรี่ โดยใส่แว่นกันแสงและลม โดยเฉพาะผู้ขับขี่จักรยานยนต์ควรใช้หมวกนิรภัยที่มีแผงบังลม
- หลีกเลี่ยงไม่ให้ตาสัมผัสกับรังสีอัลตร้าไวโอเลต จะช่วยลดความเสี่ยงได้ เมื่อออกนอกบ้าน ควรสวมแว่นกันแดดที่ป้องกันรังสียูวี-เอ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ และป้องกันรังสียูวี บี ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕ ใช้แผ่นกรองแสงสำหรับคอมพิวเตอร์
- ให้พักสายตาเป็นพักๆ หรือล้างหน้า-ตา เมื่อรู้สึกแสบตา
- หากผู้ที่เป็นต้อลมหรือต้อเนื้อแล้ว ให้หมั่นตรวจดูก้อนเนื้อ หากมีอาการอักเสบแดง หรืองอกเกือบเข้าแก้วตาดำ บดบังการมองเห็น ให้รีบไปพบแพทย์
รักษาสุขภาพตา พาชีวิตสดใส..ขอให้กำลังใจค่ะ..
ขอบคุณค่ะ
เรื่องของสายตาสำคัญมากๆ
ขอบคุณพี่ใหญ่มากๆค่ะ สำหรับดอกไม้และกำลังใจ..
ช่วงนี้พยายามใช้สายตาครั้งละไม่นานค่ะ
แสงจากหน้าจอก็เป็นอีกสาเหตุ ที่มีผลต่อดวงตา
เรียนคุณหยั่งราก ฝากใบอย่างที่บอกแหละค่ะ
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา กว่าจะรู้ค่าก็ต่อก็เมื่อ เกือบจะสูญเสียสิ่งนั้นไป
แหม เรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
อย่าให้เสียไปเลย ไม่อย่างนั้น.......
ใช่ค่ะอาจารย์โสภณ
ดวงตาเป็นสื่อของดวงใจ ห้ามเสีย ห้ามหาย ห้ามขาด.. เด็ดขาด
เก็บความรู้ไว้...มีประโยชน์มากค่ะ ตาล้าบ่อยมาก
ใช่ค่ะคุณหมออ้อ เราต้องพักสายตาบ่อยๆ เพื่อชลอความชรา อุ๊ยไม่ใช่เพื่อพักสายตาค่ะ
เลย ๑ เดือนมา ๒ สัปดาห์ ได้ฤกษ์ไป F/U ตาอีกครั้ง (หยอดมาเดือนครึ่งก็ไม่มีอะไรดีขึ้น น้ำตายังไหล และไหลมากขึ้นเมื่อเจอแสงจ้าๆ เช็ดตาจนแสบขัดตาไปหมด อุตส่าห์เช็ดเบาๆแล้วเชียว)
กะว่าจะไปเป็นครั้งสุดท้าย (ก็มันไม่ดีขึ้นนี่นา) อาจารย์หมอบอกว่า.. งั้นเอายาแก้อักเสบ (Doxycyclin) ไปทานใหม่ + ยาหยอดป้องกันตาแห้ง (SYSTANE® Lubricant Eye Drops) หยอดสี่เวลา อีก ๒ สัปดาห์กลับมาดูอีกครั้งนะครับ
เฮ้อออออ รึว่า เคยทำกรรมอะไรไว้นะ ???