บันทึกหลังๆ ของผม...เมื่อผมกลับไปอ่านอีกหลายครบ...ส่วนใหญ่เป็นการเขียนบันทึกส่วนตัวตนเองอย่างมาก...

จนอดเกรงใจกัลยาณมิตรทุกท่านที่เข้ามาอ่านบันทึก...ว่าได้ประโยชน์อะไรจากบันทึกของผมบ้าง?

หรือผมเขียนบันทึกราวกับเขียนบันทึกเรื่องส่วนตัวแต่ให้คนส่วนรวมอ่าน

 

วันเกิดที่ผ่านมาของผม....เป็นช่วงเวลาที่งดงามอีกวันหนึ่งของผม...ถึงแม้ผมจะพยายามทำตัวปกติไม่บอกให้ใครรู้...

แต่ก็มีใครหลายๆ คน นับนิ้วรอ...ให้ของขวัญ...และอวยพรวันเกิดล่วงหน้า...

ผมเพียงต้องการไปไหว้พระและทำบุญตอนเช้าๆ....คุยกับหลวงปู่สั้นๆ กับข้อคำถามที่โง่เขลาเบาเบาของผม...

ย่องไปกราบเท้าแม่...สำนึกรู้คุณที่แม่และเตี่ยมอบชีวิตที่งดงามให้ผม...โอบกอดแม่จากด้านหลัง...เพราะแม่ชอบนอนท่าตะแคงขวา…ขอไออุ่นและความมั่นใจจากแม่

 

ผมจำได้ดีว่า...แม่ร้องไห้กับเรื่องราวของผมครั้งสุดท้าย...ตอนเมื่อผมจบมอหก...

ผมสอบทุนเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน (หมออนามัย) หลักสูตร 2 ปีได้...เป็นนักเรียนทุนด้วยนะครับ

ค่าเทอมรู้สึกว่าน่าจะไม่ได้จ่าย...ค่าหอ และอาหาร 3 มื้อฟรี...ได้เงินเดือนๆ ละ 600 บาท...จบแล้วบรรจุเป็นข้าราชการ

ปีนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) รับ 12 คน..ผ่านสอบได้คนที่ 11

เป็นเรื่องฮือฮาและกล่าวขานมากในชุมชนบ้านผม...ถึงแม้เป็นหลักสูตรอนุปริญญา (ปลากระป๋อง)...ก็ตาม

 

ตามจริงแล้วผมน่าจะได้ไปเรียน...วนศาสตร์...แถวบางเขน เพราะผมสอบติดที่นั่น...แต่ผมไม่มีโอกาสได้ไปเรียน เพราะครอบครัวไม่มีเงินมากพอที่จะให้ผมไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ

ตอนวัยรุ่น...(รวมถึงตอนนี้ด้วย)...ผมชอบต้นไม้...ป่าไม้...เพราะความเป็นธรรมชาติและมีสีสันให้ชีวิต....อาจจะเงียบเหงาบ้าง...(ตอนนั้น...ผมชอบคุยกับต้นไม้...กับนก...) แต่ความสงบ สร้างสุขและปัญญาให้ผมบ้างพอสมควร...ผมมีอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ป่า...ยังอดกังขาว่า...ชีวิตของยุคลูกชาย-ทิมดาบตอนเขาโต...เด็กรุ่นนี้มีอุดมการณ์เหมือนเด็กในรุ่นก่อนแตกต่างกันหรือไม่?

 

กลับมาเรื่องเรียนหมออนามัย...ผมไม่รู้เลยว่า...หน้าตาสถานีอนามัยอะไรเป็นเช่นไร...รู้เพียงว่า...จบแล้วต้องไปทำงานที่หมู่บ้าน...รักษาพยาบาลเล็กๆ น้อยๆ...ฉีดวัคซีน...สร้างส้วม...

ทาง สสจ.ให้ผมและผู้ปกครองไปเซนต์สัญญา...เขาบอกว่า...รุ่นที่หนึ่ง....ส่งไปเรียน 6 คน...ในเดือน มิ.ย. ส่วนผมสอบได้ที่ 11 ผมต้องไปเรียนรุ่นสอง...เดือน ธ.ค.

ระหว่างรอไปเรียนอีก 6 เดือนข้างหน้า....ผมจะนั่งรอไปเรื่อยๆ คงไม่ดี...พอดีมีญาติๆ ไปทำงานเป็นเด็กเสริฟ์ที่พัทยา...ผมเลยขอเขาไปทำงานด้วย....เพราะคงจะได้เงินซื้อเสื้อผ้า สมุด ปากกา และของใช้เมื่อตอนไปเรียน

และความฝันอีกอย่างของผม คือ การได้ไปนั่งเขียนบทกวีริมทะเล...น่าจะทำให้ผมมีงานเขียนในบันทึก...และคำพูดที่ครูภาษาไทยบอกกับผมเสมอๆ ในตอนเรียนมัธยมว่า...ครูอยากให้เธอเป็นนักกวี...ครูจะรอซื้อหนังสือที่รวบรวมบทกวีของเธอ

 

ถึงแม้จะเป็นครอบครัวที่ไม่มีเงิน...แต่เตี่ยและแม่...ไม่อยากให้ผมไปเลย...เพราะผมอยู่บ้านตลอดๆ ไม่เคยจากไปบ้านไกล...และแสงสีศิวิไลซ์ของพัทยา...จะทำให้ผมมั่วสุมอบายมุขหรือไม่?

แม่อดกังวลกับคำพูดของคนอื่นไม่ได้ว่า...พัทยา...เป็นแหล่งมั่วสุม..ขายตัว...ติดเหล้า...ติดยา....และการใช้ชีวิตที่เสเพล...มากกว่าพัทยา...ที่มีทะเล..และวิถีชีวิตของผู้คนที่งดงาม

คืนที่จะเดินทางไป...ผมเข้าไปโอบกอดแม่ด้านหลัง...แม่หันหลังให้ผม...ผมรู้ว่า แม่สะอึกสะอื้นร้องไห้...ผมรู้สึกว่า บาปจังที่ทำให้แม่ร้องไห้และเสียใจ

ผมไหว้แม่บนแผ่นหลัง...แม่ไม่ได้รับไหว้...มีเพียงบอกว่า...ดูแลตนเองให้ดี...และปลอดภัย...อย่าลืมส่งข่าว....

ผมจำได้ว่า...ผมเดินทางจากจะสุดตาของผม...ผมยังเห็นแม่นั่งเหมือนรูปปั้นเช่นนั้น....ไม่ไหวติง

และนั่นคือ...ความทรงจำที่ผมทำให้แม่ร้องไห้กับผมครั้งสุดท้าย...

 

ถึงแม้วันนั้นที่ผ่านมาด้วยดีกับประสบการณ์ชีวิตของผม...ถึงมันไม่ตรงกับวันเกิดของผม...แต่ผมจำมันได้ดี

วันเกิดของผมปีนี้...แม่มีโอกาสเป่าเค้กกับผม...แม่ออกจากโรงพยาบาลและมาอยู่บ้านแล้ว

ผมเคยหดหู่มากมาย...เมื่อวันเกิดของผม...ต้องจัดอยู่ในโรงพยาบาล...ยามแม่ป่วยบ้าง...ตอนทิมดาบแรกเกิดที่มีปัญหาบ้าง...และยามเตี่ยไม่สบาย....

แต่แม่คือแรงบันดาลใจของผมจริงๆ ...ยามมีปัญหา...หดหู่...แม่ทำให้ผมไม่จมกับมันมากมาย

ด้วยคำพูดของแม่...เล็กๆ น้อยๆ...ความดีจะทำให้ให้เราพ้นทุกข์นะลูก....

แม่ทำให้โลกทั้งใบของผม...มีสีสันและความคิดสร้างสรรค์

 

เช่น...ก่อนวันเกิดของผมล่วงหน้าหนึ่งวัน...

พี่ๆ น้องๆ ที่อนามัยชวนไปทานหมูกระทะ...หลังจากเราทำงานหนักกันมา

แต่ก็แอบจัดงานวันเกิดให้ผม....

ผมเห็นพนักงานที่เอาถ่านไฟมาเติมให้เรา...มือข้างหนึ่งมีถ่าน...อีกข้างหนึ่งมีกระชอนและผูกมัดด้วยตะเกียบ

ผมมองแบบสร้างสรรค์...และแอบคุยกับ R2R และนวัตกรรมง่ายๆ อย่างนี้

แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์...ที่ผมชอบคิดประจำว่า

ถ้าชีวิตของผม....ไม่มีความคิดสร้างสรรค์...ชีวิตคงไม่มีสีสันแน่นอน

 

ขอบพระคุณแม่....ที่ทำให้ผมได้ลิ้มรสและดูดดื่มกับชีวิตในด้านที่งดงามมากมาย

เป็นชีวิตที่สร้างความหมายและนัยยะให้กับผมเอง...กับความสุขและความทุกข์ที่เกิดขึ้น

ขอบคุณที่ทำให้ผมมีโอกาสบอกเล่าเรื่องราวความทุกข์ของตนเอง

และแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่น

 

ผมรู้ซึ้งดีว่า...เมื่อมีแม่อยู่...จิตวิญญาณของผมจะกระเด็นกระดอนไปทิศทางไหน?

หรือเมื่อไม่มีแม่อยู่....จิตวิญญาณของผมจะกระดอนกระเด็นไร้ทิศทางอย่างไร?

เพราะจิตวิญญาณของผมครึ่งหนึ่งอยู่กับแม่.....