Reji Harada เขียนเรื่อง "ทำไมจึงพูดโกหก"
ไว้ในหนังสือ Jibun wo migaku tame n shini-gaku
หรือ "โลกนี้ไม่เศร้า เมื่อเราเข้าใจตัวเอง"
ที่แปลโดย มุทิตา พานิช และ มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์
หน้า ๑๖ - ๑๗ ดังนี้
ทำไมจึงพูดโกหก
- "การหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง" อันเกิดจาก
ความอวดดีและกลไกป้องกันตัวเอง -
คนเรามักเผลอพูดโกหกในสถานการณ์ต่าง ๆ
แม้คำว่า "โกหก" จะเป็นคำเดียวสั้น ๆ
แต่ก็มีหลายประเภทและมีลักษณะที่แตกต่างกันไป
การโกหกเพื่อให้ตัวเองดูดีเป็นตัวอย่างการโกหกที่พบบ่อย
คนเราอยากจะถูกมองว่าเป็นคนที่ดีเลิศอยู่เสมอ
จึงโกหกเพื่อแสดงให้ตนดูดีกว่าความเป็นจริง
นี่คือ สิ่งที่มาจากความรู้สึกอวดดีอย่างรุนแรง
การพูดเกินจริงเพื่อให้ตัวเองดูดี เชื่อมโยงกับการยกระดับตนเองให้สูงขึ้นด้วย
จะว่าเป็นสิ่งไม่ดีก็ไม่เชิง ยกเว้นถ้าความรู้สึกอวดดีนั้นนำหน้าไปมาก
การโกหกเป็นการทำให้คนอื่นแสดงความสนใจต่อเราได้
โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่ก็จะทำให้เรายิ่งโกหกมากขึ้นเรื่อย ๆ
กรณีที่แย่ที่สุด คือ การตระหนักรู้น้อยลงว่าตัวเองกำลังโกหก
จนพูดเรื่องที่ไม่จริงออกมาโดยไม่รู้ตัว
ถึงขั้นนี้การโกหกจะกลายเป็นโรคที่ชื่อว่า "โรคโกหกตัวเอง"
ความจริงกับจินตนาการจะปะปนกันจนแยกไม่ออก
นอกจากนี้ยังมีการพูดโกหกเพื่อปกป้องตนเอง
อย่างเช่น เมื่อผิดนัดก็อ้างเหตุผลที่ดูสมเหตุสมผลให้เห็นว่าตัวเองถูก
ทั้งที่จริงแล้วสาเหตุที่มาสายคือตัวเองตื่นสาย
แต่บังเอิญรถไฟมาช้านิดหน่อยด้วย
เลยใช้เป็นข้ออ้างว่า "มาสายเพราะรถไฟมาช้า"
นี่ืคือพฤติกรรมที่เรียกว่า "การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง"
ซึ่งเป็นกลไกป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง
ในกรณีที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
เราก็จะโกหกเพื่อให้เรื่องดำเนินไปในทางที่ตัวเองได้เปรียบ
หรือเป็นการป้องกันภัยล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ
การโกหกส่วนใหญ่นั้น คนโกหกจะรู้ตัว แต่ที่โกหกโดยไม่รู้ตัวก็มี
นอกจากนั้นคนที่โกหกโดยไม่รู้สึกผิดก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก
............................................................................................................
"การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง" ของกลไกป้องกันตนเอง
กลไกป้องกันตนเองเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
เพื่อปกป้องตนเองจากภัยคุกคาม
กลไกป้องกันตนเองมีหลายชนิด และ "การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง"
ก็เป็นพฤติกรรมหาข้ออ้างที่ดูสมเหตุสมผลเพื่อให้เห็นว่าตนถูกต้อง
โดยทั่วไปคนที่มีสำนึกของความเป็นปัญญาชนมักใช้วิธีนี้
............................................................................................................
ผมมองเห็นเด็ก ๆ กำลังพยายามโกหก
เรื่อง ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากโครงการฯ อยู่
เช่น การทำเวรทำความสะอาดหอพัก, การทำเวรทดแทนการกลับบ้าน ฯลฯ
ทำให้ผมต้องพยายามศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อย
จึงได้ความรู้เบื้องต้น เรื่อง การโกหก ดังที่กล่าวมาข้างต้น
"การแก้ไขปัญหาเชิงจิตวิทยา" คงจะำนำเสนอในบันทึกต่อไป
หากท่านมีข้อแนะนำใด ๆ เรียนเชิญลงในความคิดเห็นได้เลยนะครับ
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
............................................................................................................
ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...

ฮะระดะ, เรจิ. โลกนี้ไม่เศร้า เมื่อเราเข้าใจตัวเอง Pawpaw Poroduction. แปลโดย มุทิตา พานิช และ มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ How-To อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๕.
When I was young(er), I played basket ball, football, etc. I learned to 'lie' - to make moves that confuse opponents. The better I lied, the more successful I was - at winning games.
When I was old(er), I played at work, monitoring, motivating, bitching, ... I learned to 'lie' - to make actions that look important and successful. The better I lied, the more successful I was - at advancing my career.
When I am now, I live. I am learning to say all truth - this confuses people around me The more I am truthful, the better I feel - at peace.
;D
การโกหกบางครั้งที่ทำเพราะต้องการให้คนฟังรู้สึกดีขึ้น มากกว่าการพูดความจริง
คนโกหก มักมีเหตุผลเสมอ
และถ้ามี. ความรัก มาเกี่ยวข้อง
ต้องมีคำว่า อภัย. ให้กัน และกันตลอดเวลา... เลยเชียวแหละค่ะอ. เทวดา
มาสายเพราะรถติด - อันนี้ใช้บ่อยค่ะ แม้ไม่ชอบรอคนอื่นแต่ให้คนอื่นรอรับได้มากกว่านิดนึง :)
เท่าที่ได้สัมผัสมาคนบางสัญชาติโกหกเป็นวัฒนธรรมค่ะ ทำได้แบบเนียนมากๆ เลย ทำไม่ได้ก็บอกว่าไม่มีปัญหา คงเพื่อให้เรารู้สึกสบายใจ (ในตอนประชุม แต่เจียนตายตอนส่งงาน) เลยถามเขาไปว่าสังเกตมาหลายครั้งแล้วนะทำไมต้องโกหกกันด้วยในหลายๆ เรื่อง เขาตอบว่าจากที่ที่เขามา มันเป็น culture มันเป็นเรื่องปกติ อึ้งไปหลายวันค่ะ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานกับคนกลุ่มนี้ยกใหญ่
แต่ไม่มีพวกเขา เราจะกลายเป็นคนหูเบา มีคนคอยให้ "ฟังหู-ไว้หู" มันสมดุลดีค่ะ อิอิอิ
เปรียบเทียบได้เห็นภาพและชัดเจนมากครับ คุณ sr ;)...
ขอบคุณมากครับ สันติภาพและอิสระเสรีเหนืออื่นใดครับ
ด้วยอาชีพความเป็นความตายด้วยมั้งครับ คุณ ชลัญธร ;)...
จริงหรือครับ นางฟ้า
ชาดา ;)...
แล้วนางฟ้าจะให้อภัยผมไหมล่ะครับ ???
อาจารย์ ...ปริม pirimarj... มองโลกได้สมดุลครับ ;)...
ขอบคุณมากครับ
ทัศนะของอาจารย์นพลักษณ์ ๙
Sila Phu-Chaya น่าสนใจเสมอครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...