“หน้าที่ของเรา คือทำให้ขอบเขตความเมตตาของเราเปิดกว้างขึ้น ที่จะรวมเอาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและธรรมชาติทั้งหมดในความงามของมัน”

            นับตั้งแต่ได้ร่วมกิจกรรมร่วมกับกลุ่มมังสวิรัติอย่างเข้มข้น  ทำให้ตระหนักคุณค่าของอาหารมังสวิรัติ  และปรารถนาให้คนที่ใกล้ชิดได้ซึมซับความสำคัญของอาหารมังสวิรัติ  เฉพาะอย่างยิ่งลูกชายที่กำลังเป็นวัยรุ่นตะวันตก   จึงพยายามหาชักชวนให้ลูกลดการรับประทานเนื้อสัตว์  ทดลองทานอาหารมังสวิรัติ   ด้วยเห็นว่า  เด็กวัยรุ่นปัจจุบันรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์มาก  อาจด้วยค่านิยมการบริโภคอาหารข้ามวัฒนธรรมจากชาติตะวันตก   ซึ่งก็ได้ผลลูกชายเริ่มสนใจรับประทานอาหารมังสวิรัติในบางครั้ง  และเริ่มบอกต่อกลุ่มเพื่อนเกี่ยวกับอาหารมังสวิรัติ  

              แต่ก่อนที่จะทำให้ลูกเข้าใจยอมรับคุณค่าอาหารมังสวิรัตินั้น  ดิฉันต้องตอบคำถามของลูกชายที่ว่า “อาหารมังสวิรัติ  อาจไม่เหมาะสมกับวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต  เพราะอาจทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่ครบ”   เพื่อตอบคำถามของลูกชาย   ทำให้ต้องหาความรู้เรื่องอาหารมังสวิรัติมากขึ้น  เพื่ออธิบายให้ลูกชายและกลุ่มเพื่อนของเขาตระหนักว่า   มังสวิรัติ เป็นอาหารที่ดีต่อจิตใจและชีวิตของวัยรุ่นดังนี้

         มังสวิรัติเป็นพฤติกรรมละเว้นการกินเนื้อสัตว์   ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีผู้ละเว้นการกินเนื้อสัตว์กันมากขึ้น และมีคนเป็นห่วงสงสัยว่า “อาหารมังสวิรัติ” มีคุณค่าอาหารเพียงพอกับความต้องการของร่างกายของคนทุกเพศทุกวัยหรือไม่  

        เฉพาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจากวัยเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ และเป็นช่วงวัยศึกษาเล่าเรียน   หากได้รับสารอาหารครบทั้ง  5 หมู่ จะทำให้มีภาวะโภชนาการที่ดี ร่างกายจะเจริญเติบโตอย่างเต็มที่พัฒนาสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และมีสติปัญญาที่ดี   ดังนั้นหากรับประทานอาหารมังสวิรัติอย่างเหมาะสมก็จะส่งเสริมให้วัยรุ่นเกิดพัฒนาการที่ดีทั้งกายและจิต
            อาหารมังสวิรัติแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่   ประเภทที่ 1 การละเว้นการกินเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด กินแต่ธัญพืช ผัก ผลไม้ ไขมันและน้ำมันจากพืช ประเภทที่ 2 มังสวิรัติที่รับประทานนมได้ และประเภทที่  3 มังสวิรัติที่รับประทานนมและไข่ได้   ดังนั้นวัยรุ่นที่เป็นมังสวิรัติประเภทที่ 3  จะได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตมากที่สุด

            จากข้อมูลพบว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกหลายคนเป็นนักมังสวิรัติ  อาทิ  อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์  ซึ่งเชื่อว่า  “ไม่มีอะไรที่จะยังประโยชน์ให้สุขภาพของมนุษย์ และเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตอยู่บนโลกมากเท่ากับการวิวัฒนาการสู่อาหารมังสวิรัติ” ในคำกล่าวที่คล้ายกันนี้ เขาได้กล่าวว่า  “หน้าที่ของเรา คือทำให้ขอบเขตความเมตตาของเราเปิดกว้างขึ้น ที่จะรวมเอาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและธรรมชาติทั้งหมดในความงามของมัน”

                หรือ เซอร์ ไอแซ็ค นิวตัน “บิดาแห่งวิชาฟิสิกส์”   ,  ลีโอนาโด ดาวินชี่ และโทมัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์   ล้วนเป็นนักมังสวิรัติ   เขาบันทึกไว้ว่า “มังสวิรัติมีอิทธิพลทรงพลังเหนือจิตใจและการกระทำของมัน รวมไปถึงสุขภาพและความกระฉับกระเฉงของร่างกายเราจะยังคงเป็นคนป่าเถื่อน เว้นแต่ว่าเราจะหยุดทำร้ายสรรพสัตว์อื่นๆ ทั้งหลาย”

            อนึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้   ก็จะเข้าสู่เทศกาลเข้าพรรษา   หากเราจัดสรรวันเวลาบางครั้งในบางวัน  ลด ละเว้น  การกินเนื้อสัตว์  ก็ถือว่า  เป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น  จัดเป็นการสร้างกรรมดี พร้อมเสริมสร้างสุขภาพจากการบริโภคพืชผักที่หลากหลาย  ช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น และที่สำคัญการที่เราจะได้ตระหนักว่า  ธรรมชาติรังสรรค์ฟันของมนุษย์ใช่เพื่อการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นสำคัญ  .....