สงบ เงียบ งาม ท่ามกลางเมือง ณ วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว - The Buddha Tooth Relic Temple and Museum (BTRTM)


สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นและดับไปเหมือนเปลวดวงประทีปนี้ แต่ผู้ถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมไม่ปรากฎอย่างนั้น ความเป็นอยู่แม้เพียงชั่วขณะเดียวของผู้เห็นพระนิพพาน ย่อมประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ตั้ง 100 ปี ของผู้ไม่เห็นพระนิพพานนั้น - พุทธพจน์

หากจะนึกถึงวัดจีนในสิงคโปร์ หนึ่งในนั้นคงจะต้องเป็นวัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว หรือ The Buddha Tooth Relic Temple and Museum (BTRTM) ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่แถบไชน่าทาวน์ สถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์ถังที่โดดเด่น ประณีตและสวยงาม ชักชวนให้ผู้ที่ผ่านไปมาทั้งชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย

...

...

วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุเขี้ยวแก้วหรือพระทาฐธาตุ ที่ได้ถูกอัญเชิญมาจากเมือง Mrauk U (มรัค อู) ประเทศเมียนมาร์ พระธาตุเขี้ยวแก้วนี้ได้ถูกค้นพบเมื่อปี 1980 โดยท่านจักรปาลา เจ้าอาวาสของวัด Bandula ที่มีชื่อเสียงในเมืองมรัค อู ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเมียนมาร์

ท่านจักรปาลาได้ค้นพบพระธาตุเขี้ยวแก้วนี้ ขณะที่ท่านนำลูกศิษย์ขึ้นไปบูรณะซ่อมแซมเจดีย์ที่หักโค่นลงมาหลังเกิดแผ่นดินไหวที่ Bagan Hill ท่านได้ค้นพบพระทันตของพระพุทธเจ้าประดิษฐานภายในเจดีย์ที่หักพัง พระธาตุเขี้ยวแก้วถูกบรรจุในภาชนะที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์และยังได้พบกับพระธาตุอื่น ๆ ของพระพุทธเจ้า ณ ที่นี้ด้วย

ท่านจักรปาลาเก็บพระธาตุเขี้ยวแก้วไว้บูชากว่ายี่สิบปี จนกระทั่งในปี 2001 ที่ท่านได้พบกับ Ven Shi Fazhao ขณะนั้น Ven Shi Fazhao ท่านกำลังเป็นเจ้าอาวาสวัด Golden Pagoda Buddhist Temple ตั้งอยู่ที่ Old Tampines Road

ท่าน Ven Shi Fazhao เป็นหัวหน้าคณะที่ไปนมัสการพระธาตุเขี้ยวแก้วที่เก่าแก่อีกองค์หนึ่งที่ค้นพบกว่า 200 ปีมาแล้วที่วัด Bandula และขณะเดียวกันก็นำเงินบริจาคไปสมทบทุนสร้างหอแสดงนิทรรศการพระธาตุเก่าแก่ของวัดซึ่งกำลังขาดทุนทรัพย์ในการก่อสร้างอีกด้วย เจ้าอาวาสทั้งสองรู้สึกถูกชะตากันเป็นอันมากตั้งแต่แรกพบ

ในช่วงต้นปี 2002 ท่านจักรปาลาได้เดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์ตามคำนิมนต์เชิญของ Ven Shi Fazhao และเยี่ยมชมวัด Golden Pagoda Buddhist Temple และ Metta Welfare Association ซึ่งเป็นหน่วยงานการกุศลที่ตั้งขึ้นโดย Ven Shi Fazhao เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบทุกข์

ประทับใจในความเมตตาและจริยาวัตรของ Ven Shi Fazhao ท่านจักรปาลาได้มอบพระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่เก็บไว้กว่ายี่สิบปีแก่ Ven Shi Fazhao ในเดือนสิงหาคม ปี 2002 เพื่อให้ชาวสิงคโปร์และชาวพุทธทั่วไปได้สักการะบูชา ท่านจักรปาลาสนับสนุนให้ Ven Shi Fazhao สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุเขี้ยวแก้ว ท่านจักรปาลาได้ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบสี่เดือนหลังจากนั้น

The Buddha Tooth Relic Temple and Museum นี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2005 ใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปีกว่า โดยใช้เงินทุนเป็นจำนวนประมาณ 62 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (1 เหรียญ ~ 24 บาท) วัดนี้ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนได้ไปสักการะบูชาและเยี่ยมชมตั้งแต่ปี 2007

ประตูทางเข้าไปภายในวัดเรียกว่า Mountain Gate ที่ประตูวัดจะมีรูปปั้นเทพร่างกายกำยำ หน้าตาโหดเหี้ยม เฝ้าประตูขวาซ้ายที่ชื่อว่า Heng กับ Ha คอยอารักขาวัดอยู่ เรียกว่า Heng Ha Dharma Protectors (ผู้คุ้มกันพระธรรม) นอกจากนี้ผู้คุ้มกันพระธรรมนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้เตือนสติชาวพุทธให้หมั่นรักษาปกป้องจิตใจของตนจากกิเลสทั้งหลายด้วยการหมั่นปฏิบัติธรรมโดยระลึกอยู่เสมอว่าตนจะไม่หยุดทำสงครามกับกิเลสจนกว่าจะชนะมันได้

...

...

ประตู หลังคาและเพดาน สร้างตามแบบฉบับจีนโบราณใช้การเข้าลิ่มในการยึดโยงวัสดุก่อสร้างเข้าไว้ด้วยกันโดยไม่ใช้ตะปู

ส่วนกระเบื้องตรงหลังคานั้นเป็นกระเบื้องในแบบของญี่ปุ่นที่ได้รับการออกแบบและมีกรรมวิธีการผลิตพิเศษให้มีความแข็งแรงและกันน้ำ เพื่อให้เหมาะสมกับภูมิประเทศของสิงคโปร์

...

...

เมื่อผ่านประตูใหญ่เข้ามาจะเป็นห้องโถงที่เรียกว่า "BTRTM Hundred Dragons Hall" (ห้องโถงมังกรร้อยตัว) ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจต่างๆ ที่นี่มีพระศรีอริยะเมตตรัยในอิริยาบทประทับนั่งเป็นประธาน พระประธานองค์นี้ได้ถูกแกะสลักมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง (Juniper Tree) ซึ่งมีอายุกว่าพันปีเป็นงานศิลปกรรมมจากไต้หวัน

...

BTRTM Hundred Dragons Hall

กำแพงด้านข้างทั้งสองด้านของ "BTRTM Hundred Dragons Hall" มีพระพุทธรูปรูปแบบจีนในซุ้มองค์เล็กอยู่โดยรอบ และพระพุทธรูปเหล่านี้จะอยู่ในอิริยาบทต่างๆกัน รอบๆ ซุ้มพระพุทธรูปจะมีพระพุทธรูปขนาดเล็กมากอยู่โดยรอบอีกชั้นหนึ่ง พระพุทธรูปแต่ละองค์จะมีหมายเลขกำกับอยู่ ซึ่งก็คือรหัสที่เจ้าของผู้บริจาคเงินสร้างจะได้รู้ว่าพระพุทธรูปของตนอยู่ที่ไหนของวัด ถัดจากพระพุทธรูปขึ้นไปจะมีมังกรทองอยู่โดยรอบฝาผนังซึ่งเป็นที่มาของชื่อห้องโถง

...

...

...

...

พระประธาน

...

หนังสือสวดมนต์ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับการสวดมนต์หมู่

ทางด้านหลังของ Hundred Dragons Hall จะเป็นห้องโถงเล็กเปิดออกไปยังอีกด้านของ China Town เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์พระอวโลกิเตศวร (กวนอิม) ซึ่งนั่งเป็นประธานและมีองครักษ์ขนาบข้าง

บนกำแพงในห้องโถงเล็กนี้มีเทพของชาวจีนปางต่างๆ รายล้อมอยู่รอบๆ และรอบๆ เหล่าเทพนี้มีเทพองค์เล็กๆ รายล้อมเหมือนกับที่เห็นด้านนอก

...

...

...

...

วันที่ฉันไปไหว้พระเห็นมีผู้คนเดินทางมาสักการะมากหน้าหลายตา บางคนจุดเทียนประทีปมาวางไว้บนแท่น บางคนคงมาขอพร ในขณะที่ใครบางคนอาจจะมาบนบานให้สิ่งที่ปรารถนาบังเกิดเป็นความจริง

...

...

ชั้นที่ 2-3 ของวัดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงโบราณวัสถุที่สำคัญของพระพุทธศาสนาและของวัด เช่น ธรรมะและคำสอนของพระพุทธองค์ที่เป็นคัมภีร์ พระธาตุจากที่อัญเชิญมาจากที่ต่างๆ และพระพุทธรูปจากทั่วเอเชีย เป็นต้น ชั้นที่สองก็ยังมีห้องสมุดเล็กๆ ให้อ่านหนังสือธรรมะอีกด้วย

สงบ..เงียบ..งาม

...

...

พระพุทธรูปที่แสดงให้ชม

ชั้นที่ 4 เรียกว่าเป็นที่ตั้งแสดงพระเขี้ยวแก้ว ที่นี่นักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาติให้ถ่ายรูป แต่เดินดูรอบๆห้องได้

พระเขี้ยวแก้วประดิษฐานอยูในสถูปเล็กๆ ภายใต้สิ่งที่เหมือนกระโจมสีทอง และมีกระจกใสกั้นไม่ให้ผู้ใดเข้าไปภายในได้ ยกเว้นพระชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น ว่ากันว่ากระโจมนั้นสร้างจากทองคำล้วนๆ กว่า 500 กิโลกรัม

ด้านหนึ่งของห้องโถง จัดให้เป็นสถานที่ที่ผู้เลื่อมใสสามารถมานั่งสมาธิได้ ณ ที่นี้จะมีพระชาวจีนมานั่งให้ศีลให้พรอยู่ตลอดเวลา

ชั้นบนสุดของอาคาร เป็นที่ตั้งของเจดีย์พระพุทธรูปหมื่นองค์ หรือ Ten Thousand Buddhas Pagoda บนผนังโดยรอบมีพระพุทธรูปขนาดเล็กหนึ่งหมื่นองค์ประดิษฐานอยู่ โดยมีสวนไม้ดอกสวยๆ อยู่รายรอบ ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ ในลักษณะเป็น roof garden อยู่ภายในกำแพงสี่เหลี่ยม ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นป่าเล็กๆ ในเมืองใหญ่

...

ตรงกลางด้านในของชั้นบนสุดจะมีกงล้อมนต์ตามแบบของธิเบต หรือ Vairocana Buddha Prayer Wheel ตั้งอยู่

กงล้อมนต์นี้เดิมคือชั้นหนังสือธรรมะแบบหมุน เพื่อให้ง่ายในการค้นหาหนังสือเล่มที่ต้องการ ต่อมาได้กลายเป็นกงล้อมนต์เพื่อให้คนที่อ่านหนังสือไม่ออกได้หมุนกงล้อ ซึ่งก็จะเหมือนกับได้ท่องและสวดมนต์จากหนังสือเช่นกัน

...

สำหรับผู้ที่นั่งล้อเข็ญก็สามารถไปเยี่ยมชมนมัสการกงล้อมนต์ได้เพราะมีราวช่วยสำหรับรถเข็น

 

 

...

แสงประทีปริบหรี่ในโถแก้วที่จุดอยู่ในห้องโถงเล็กของวัด ชวนให้นึกถึงแสงประทีปดวงหนึ่งที่ช่วยให้พระกีสาโคตมีเถรีได้บรรลุพระอรหัตผลเมื่อสองพันกว่าปีก่อน  เมื่อพระนางถือเอาดวงประทีปเป็นอารมณ์กรรมฐานว่า “สัตว์โลกก็เหมือนแสงประทีปนี้ มีเกิดขึ้นและดับไป แต่ผู้ถึงพระนิพพานไม่อยากเป็นอย่างนั้น” 

ขณะนั้นพระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณ ด้วยพระเมตตาอันยิ่งใหญ่จึงทรงแผ่รัศมีไปปรากฎประหนึ่งว่าพระองค์ทรงประทับตรงหน้าของนางแล้วตรัสว่า “อย่างนั้นแหละโคตมี สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นและดับไปเหมือนเปลวดวงประทีปนี้ แต่ผู้ถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมไม่ปรากฎอย่างนั้น ความเป็นอยู่แม้เพียงชั่วขณะเดียวของผู้เห็นพระนิพพาน ย่อมประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ตั้ง 100 ปี ของผู้ไม่เห็นพระนิพพานนั้น”

เมื่อสิ้นสุดพุทธดำรัส พระนางก็บรรลุพระอรหัตผล แล้วดำรงตนเคร่งครัด ยินดีเฉพาะผ้าไตรจีวรที่มีสีหม่นหมอง จนพระศาสดาประทานแต่งตั้งพระเถรีในตำแหน่งเอตทัคคะในฝ่ายผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง

 

ธรรมรักษาทุกท่านค่ะ

 

ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา

๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕

 

Ratana Sutta - Imee Ooi

โดย Ven Shi Fazhao

หมายเลขบันทึก: 495496เขียนเมื่อ 21 กรกฎาคม 2012 00:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 กรกฎาคม 2012 08:33 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (35)

เคยไปแล้วค่ะ  สวยงามมากนะคะ  ขอบคุณที่นำภาพสวยๆมาให้ชม เสอนได้ไปนมัสการด้วยเลยค่ะ  เป็นบุญตามากเลยค่ะ

เคยไปกราบพระพุทธรูปและเยี่ยมชมที่นี่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..งดงามไม่รู้ลืมค่ะ..

สวัสดีครับคุณปริม เป็นบันทึกที่ประณีตมากๆ ครับ ก็ทึ่งทุกครั้งที่ได้อ่านนะครับ อัศจรรย์ของการรู้ ทำให้เราเที่ยวอย่างสนุกมิรู้เบื่อ อ่านแล้วพาลนึกไปว่า คุณปริมจะไปทางธรรมเลยนะ ..ยังนึกว่าจะทำอย่างไรน้าให้ตนเองมีพลังแบบนี้บ้างน่ะครับ ขอบคุณบันทึกดีๆ นะครับ :)

อยากไปแอ่วที่นั่นจังเลย

แต่ไม่มีค่าเครื่องบินอ่ะ 555

น่าเลื่อมใส ศรัทธา พุทธศาสนา ณ. ที่ใดก็เจริญรุ่งเรือง..สวัสดีครับ

สวัสดีครับ

สวยทั้งข้างนอก ข้างใน (ถ่ายภาพละเอียดด้วย) การตกแต่งข้างใน ก็ประณีตมาก น่าไปจัง...

สวัสดีค่ะครูอ้อย

วัดนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแก่คนต่างชาติตามวัตถุประสงค์ของ Tourism board เลยค่ะเพราะตั้งอยู่ตรงใจกลาง Chinatownพอดี

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่

เป็นบุญเหลือเกินค่ะที่ได้ไปกราาบนมัสการพระพุทธรูปที่นี่ค่ะ สุขสงบในวันหยุดค่ะพี่ใหญ่

ขอบคุณมากค่ะ :)

ร้อยเรียงอย่างสวยสดงดงามครับ ภาพก็สวย เพลงก็เพราะ ชื่นชมจริง ๆ

เนื้อหาที่คิดว่าชอบ ก็คือ “อย่างนั้นแหละโคตมี สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นและดับไปเหมือนเปลวดวงประทีปนี้ แต่ผู้ถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมไม่ปรากฎอย่างนั้น ความเป็นอยู่แม้เพียงชั่วขณะเดียวของผู้เห็นพระนิพพาน ย่อมประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ตั้ง 100 ปี ของผู้ไม่เห็นพระนิพพานนั้น”

ชอบ แต่ยังไม่เป็นผู้ที่เห็นพระนิพพานครับ

อิ่มเอมกับบันทึกที่มากด้วยคุณค่านี้จังเลย

เป็นศิลปะการชวนมองและน้อมคิดพิจารณาผ่านภาพถ่าย รวมทั้งเป็นมัคคุเทศน์นำชมที่ให้ความรอบรู้ ได้รู้จักผู้คนที่มีบทบาทสำคัญ จิตใจกว้างขวางต่อการสรรสร้างดีเพื่อเพื่อนมนุษย์ และเห็นความสัมพันธ์กันของโลกกว้าง ขอบคุณมากเลยครับ ผมได้ไปมาแล้ว แต่ดูอีกทางภาพถ่าย ผ่านสายตาและการถ่ายทอดของ ดร.ปริม ก็เพลิดเพลินใจได้อีกอย่างมากครับ

..เลิศล้ำ..เจ้าค่ะ..ยายธี...

น้องปริมค่ะ เป็นบันทึกที่อิ่มใจ..ทั้งภาพและเรื่อง ยังกะได้กลับไปร่วมสัมผัสบรรยากาศดีดี ในสถานที่รวมศรัทธาอีกครั้ง ...ขอบคุณค่ะ :-))

สวัสดีค่ะคุณเพชร,

จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตคือการได้ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์แล้วปฏิบัติเพื่อพัฒนาตัวเองค่ะ ตอนนี้เพิ่งเริ่มเรียนรู้เหมือนเด็กอนุบาลเลยค่ะ อ่านท่องจำเป็นบางส่วนที่ง่ายๆ แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติด้วยความเข้าใจจริงค่ะ

หวังว่าเวลาคงยังไม่หมดไปเสียก่อนและจะมีบุญได้ปฏิบัติค่ะ ช่วยลุ้นหน่อยนะคะ ;)

ขอบคุณมากค่ะ

  • ขอบคุณในความงามอันลึกซึ้งและตรึงตาตรึงใจครับ
  • ปณิธิ ภูศรีเทศ

สวัสดีค่ะคุณพี่อักขณิช

ตอนนี้มีโลวคอสแอร์ไลน์บินจากเมืองไทยมาสิงคโปร์เยอะค่ะ ถ้าวางแผนดีดี จองเนิ่นเนิ่นในช่วงโปรโมชั่นบางทีค่าตั๋วถูกกว่าเชียงใหม่ - กรุงเทพอีกค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์แว่นธรรมทอง

ในที่ที่มีศรัทธา มีคนตั้งใจจริง ที่นั่นศาสนาก็รุ่งเรืองค่ะ ที่สิงคโปร์นอกจากพุทธศาสนาแบบนิกายมหายาน ก็มีชาวพุทธจำนวนมากเช่นกันที่เลื่อมใสพุทธศาสนาแบบบ้านเราค่ะ ที่นี่จึงมีทั้งวัดไทย วัดพม่า วัดศรีลังกา ค่ะ แต่ละวัดก็จะมีศรัทธาต่างจำนวนกันไปแล้วแต่ความศรัทธาค่ะ

ปริมไปกราบพระทุกวัดที่กล่าวมาเลยค่ะ ;)

ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์

สวัสดีค่ะคุณธ.วัชชัย

ใช่ค่ะเท่าที่ได้ไปวัดจีนมาในสิงคโปร์ วัดนี้มีการตกแต่งที่สวยและประณีตมากที่สุดค่ะ และสถานที่ตั้งก็สะดวกกับการไปเยี่ยมชมมากค่ะ ถ้ามีโอกาสเชิญมาเยี่ยมเยียนค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะท่าน ศน.ชัด บุญญา

ขอบคุณมากค่ะ ปริมก็ชอบพุทธพจน์นี้ค่ะและทุกครั้งที่อ่านเรื่องราวของพระเอตทัคคะทั้งหลาย ปริมปิติเสมอกับพระเมตตาคุณของพระพุทธองค์และดีใจไปกับท่านเหล่านั้นด้วยที่ได้รับความเมตตาจากพระองค์เสมอ

ปริมเองยังไม่ได้ออกเดินทางสู่หนทางพระนิพพานเลยค่ะ ชอบแต่รู้ว่าอยู่ไกลลลลลลมากกกกกกค่ะ ;)

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ชยันต์

ยินดีที่ท่านอาจารย์อิ่มเอมในความศรัทธาในพุทธศาสนาที่สัมผัสได้ผ่านบันทึกนี้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

 สวัสดีค่ะคุณปริม...

...ภาพทุกภาพสวยงามค่ะแต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่คือเรื่องราวธรรมะส่งท้ายค่ะ.

...เมื่อครั้งที่มีโอกาสได้ไปกราบพระธาตุของแม่ชี ที่วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร เมื่อประมาณ10 ปีที่แล้วทำให้ตื่นเต้นมากค่ะที่ได้รับรู้ว่าแม้ยุคปัจจุบันก็ยังมี"อรหันต์" ที่เป็นผู้หญิง.

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิรัตน์,

คงเพราะจินตนาการที่จำติดใจเวลาอ่านหนังสือค่ะ โดยเฉพาะหนังสือธรรมะ พระสูตร มีการเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยเยอะมากและสิ่งที่เปรียบก็เป็นสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติค่ะ เวลาเห็นสิ่งพวกนี้ก็จะนึกได้ถึงเรื่องราวที่อ่านก็เลยถ่ายรูปมา เป็นความสุขอย่างยิ่งค่ะท่านอาจารย์ ต่อไปถ้าได้อ่านมากขึ้น ศึกษามากขึ้นคงจะสนุกกว่านี้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณยายธี,

อิอิ...เขินจังเลยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะพี่อาจารย์ kwancha,

นอกจากจะเป็นแหล่งรวมศรัทธาของชาวพุทธแล้ว ชาวอื่นๆก็ได้มีโอกาสมาชื่นชม เรียนรู้ เปิดใจสู่พุทธศาสนาแบบมหายานด้วยค่ะ

แล้วจะมีครั้งต่อไปอีกเมื่อไหร่คะพี่อาจารย์...อิอิอิ ถ้ามาเที่ยวบอกด้วยนะคะ จะไปสวัสดีค่ะ ;)

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ปณิธิคะ

ด้วยความยินดีค่ะ เพราะชอบจึงแบ่งปันสิ่งที่ชอบค่ะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะท่านอาจารย์

สวัสดีค่ะคุณน้อย

แม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็ปฏิบัติได้และได้ผลดีค่ะถ้าตั้งใจจริง

ปริมดีใจกับคุณน้อยด้วยที่ได้ไปกราบพระธาตุของอรหันต์ค่ะ เป็นบุญแท้เชียว

ดีใจที่คุณน้อยชอบเรื่องราวปิดท้ายค่ะ ตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนถ่ายภาพแล้วค่ะ

ฝันดีค่ะคุณน้อย ;)

วันนั้นไปทำบุญ ไหว้พระ เลยขอนำบุญมาฝากกัลยาณมิตรทุกๆท่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ ;)

แม้วัดอยู่ท่ามกลางตัวเมือง...รถรา...ที่แสนวุ่นวาย...แต่ภายในวัด...งดงาม...สุขสงบมากอย่างประหลาด...ด้วยบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในวัด...และในใจผู้คนที่ศรัทธาครับ....คุณปริมสบายดีนะครับ

สวัสดีค่ะคุณหมออดิเรก,

ขอบคุณกำลังใจ และดอกไม้ช่อโตจากคุณหมอนะคะ ปริมจะต้องไปพรวนบันทึกเก่าๆ อันทรงค่าของคุณหมอบ้างค่ะ จะต้องเป็นผู้อ่านที่ดีบ้าง

ปริมสบายดีค่ะ หวังว่าคุณหมอและครอบครัวจะสบายดีเช่นกันนะคะ

รักษาสุขภาพค่ะ

ราตรีสวัสดิ์นะคะ :)

ฟังเพลงประกอบภาพ ดูมีมนต์ขลังดีจังค่ะน้องปริม ขอบคุณมากๆที่นำมาแบ่งปัน หวังว่าในโอกาสข้างหน้า คุณพี่อาจได้ไปสักครั้ง

 

งดงามมากเลยนะครับคุณปริม

ขอบคุณบันทึกดี ดี ที่เขียนให้อ่านนะครับ

  • สวยงาม ล้ำเลิศ ศิลปประเสริฐ ให้ตรึงใจ

สวัสดีค่ะคุณ kunrapee

เพลงประกอบคือบทสวดบทรัตนสูตร เป็นบทที่ว่าด้วยคุณค่าและอานุภาพแห่งพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ กล่าวถึงพระสูตรที่พระพุทธเจ้าประทานแก่ชาวเมืองไพสาลี เมื่อคราวประสบวิกฤตการณ์ต่างๆ เนื้อหากล่าวถึงคุณพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจอันเกษม และเน้นคุณธรรมที่สามารถน้อมมารำลึกถึงและปฏิบัติตามได้ คือลดละกิเลสตัณหาให้จางคลายไปโดยลำดับ โดยนำเอาพระคุณที่อยู่ในพระรัตนตรัยมาเป็นแนวทางและเป้าหมายในการปฏิบัติ โดยที่เขาเอาบทสันสกฤตมาใส่ทำนองค่ะ

ปริมซื้อแผ่นซีดีมาใส่ไว้ในรถ เปิดฟังตอนขับรถให้ความรู้สึกเย็นๆ สงบๆ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี

ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนกันเช่นเคยนะคะ

สุขสันต์วันอาทิตย์นี้นะคะ

สวัสดีค่ะคุณสามสัก

หากมีโอกาสเชิญมาเยี่ยมชมนะคะ งามมากค่ะ

ขอบคุณค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี