วันภาษาไทย คนไม่ค่อยรู้จัก โดยเฉพาะ วัยรุ่น แต่ถ้าถามว่ารู้จักวันวาเลนไทน์ หรือเปล่า ไม่มีเด็ก หรือวัยรุ่นคนไหนจะไม่รู้

สำนวนไทยชวนให้สีบ ๑

ผีซ้ำด้ำพลอย

 

 

      ปลายเดือนกรกฎาคม ของทุกปี คือวันที่ ๒๙ กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทย โดยมาก วันภาษาไทย คนไม่ค่อยรู้จัก โดยเฉพาะ วัยรุ่น แต่ถ้าถามว่ารู้จักวันวาเลนไทน์ หรือเปล่า ไม่มีเด็ก หรือวัยรุ่นคนไหนจะไม่รู้

          เพื่อให้เห็นความสำคัญของวันภาษาไทย เดือนกรกฎาคมนี้มี วันภาษาไทยของชาติ จึงขอบันทึกเรี่องราวเกี่ยวกับภาษาไทย  โดยเสนอสำนวนไทย สัก ๕ สำนวน บันทึกแรก คือ “ผีซ้ำด้ำพลอย”

         “ผีซ้ำด้ำพลอย”  สำนวนนี้ มีความหมายว่า ถูกซ้ำเติมเมื่อพลาดพลั้งลงหรือเมื่อคราวเคราะห์ร้าย

          เมื่อแยกสำนวน ผีซ้ำ กับ ด้ำพลอย ผี ทุกคนรู้ นะครับ ผมไม่ชอบเลย สมัยเป็นเด็ก กลัวมาก  แต่ไม่เคยเห็น ในอดีตคนจะโดนผีหลอกมากอาจเป็นเพราะสมัยเก่ารุ่นปู่ย่าตายาย มักจะได้ยินว่าผีหลอกตรงนั้นตรงนี้ จนมีตำนาน แม่นาคพระโขนง ผมว่าสมัยก่อน ไม่มีไฟฟ้า ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด  ตามท้องถนนหนทางมืด เห็นอะไร ไม่ชัด ด้วยความเชื่อของคนไทย เชื่อเรื่องภูติผีปีศาจอยู่แล้ว ก็เหมาว่า เป็นผีหลอกในสิ่งที่มองไม่ชัด ปัจจุบันไม่ค่อยมี เพราะความเจริญไฟฟ้าสว่างไสว ผีคงกลัว คงมีแต่คนนี่แหละหลอกหลอนอยู่ทุกวันน่ากลัวกว่าผีเสียอีก

          เมื่อครั้งผมเรียนอยู่ชั้นประถม ไปดูภาพยนตร์ เรื่อง ตุ๊กตาผี จำดาราแสดงไม่ค่อยนานแล้วได้จะเป็น อัมรา อัศวนนท์ กับ ลือชัยหรือเปล่าไม่ทราบ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณหมอเลี้ยงผีดิบ ตัวเอก ผีดิบชื่อ ไอ้พุ่ม บ้านนางเอก มีตุ๊กตาหัวจุก จะมีวิญญาณเด็กสิงสถิตอยู่จึงเรียกตุ๊กตาผี ผีไอ้พุ่มจะกลัว นั่นเรื่องราวของหนัง

        พอภาพยนตร์เลิก ก็กลับบ้าน ทางเข้าบ้านก็ต้องผ่านศาลเจ้า (ศาลหลักเมือง) หลังศาลเข้าขุดพบ ไหใส่กระดูกคนโบราณ ว่าไปก็คือที่ตรงนั้นเป็นป่าช้าเก่า ปัจจุบันเป็นที่สร้างธนาคารกรุงไทยเจริญแล้ว แต่ตอนนั้นเข้าเลี้ยงหมู ทางเดินจึง เป็นซอกเล็ก ๆ ไฟก็ไม่มี พอถึงหลังศาลเจ้า ก็วิ่ง ชนไม้ ชนคอกหมูบ้าง  เด็กโตกว่าเขาก็ร้องล้อเด็กเล็กกว่าว่า ไอ้พุ่ม เพื่อนผมเป็นผู้หญิง สายตาเขามองขึ้นไปบนต้นมะพร้าว แล้วเขาก็กรีดร้อง วิ่งไม่ออก ฉี่ราดเลยครับ “ผีหลอก ๆ” ร้องเสียงหลง จนได้ยินถึงพ่อ แม่บนบ้าน ลงมารับ ผมเองเคยวิ่งชน น้าผู้หญิ่ง เวลาวิ่งก็ใช้มือ คลำทางก่อน บังเอิญ ชนกันกับน้า ไปคล้ำและกำหน้าอกเข้า ต่างคนต่างร้อง ด้วยความตกใจ ก็ไม่ว่าอะไร เป็นเด็ก ไม่ได้ตั้งใจ และเป็นญาติกันด้วย ได้แต่ ขำ กัน

          ตื่นเช้า ไปสำรวจตรงบริเวณต้นมะพร้าว มันเป็นเถาของต้นบวบหอม ขึ้นปกคลุมกลางต้นมะพร้าว ต้นมะพร้าวจะไม่ตรง เอนนิดหน่อย ดูแล้วคล้ายคนกำลังปีนต้นมะพร้าวไม่มีผิด ผมจึงสรุปว่าเพื่อนผมที่ร้องว่าโดนผีหลอกบนต้นมะพร้าว ก็คือ เถาบวบนั้นเอง

          คำว่า ด้ำ คนรุ่นใหม่ ไม่รู้ความหมาย ผมจึงไปเปิดพจนานุกรม ให้ความหมายไว้ สองอย่าง

     ด้ำ ๑ เป็นคำโบราณ หมายถึง ด้าม ด้ำ

     ด้ำ ๒ เป็นคำนาม หมายถึง ผีเรือน ดังนั้นเมื่อรวมกัน ผีซ้ำด้ำพลอย สำนวนนี้จัดเป็นประเภทคำซ้อน เพราะ  ด้ำ มีความหมายว่า ผี ด้วย

      คำซ้อน จะมีลักษณะ ประการหนึ่งคือ มีความหมายร่วมกัน ลักษณะคำ ซ้อน มีหลายลักษณะ ตรงกันข้าม เช่น ดำขาว สูงต่ำ เป็นต้น อีกลักษณะหนึ่งก็คือ ความหมายร่วมกัน เช่น พัดวี ข่มเหง ผีซ้ำด้ำพลอย อีกลักษณะ ก็คือ จัดอยู่พวกเดียวกัน เช่น เล่นหูเล่นตา หู ตา อวัยวะ ส่วนเดียวกัน ปากคอ เป็นต้น

          ผีซ้ำด้ำพลอย ถูกผีหลอกแล้ว ผีเรือนยัง เอาด้วย  สำนวนนี้จึงนำมาใช้ ในความหมายที่ว่า  “ถูกซ้ำเติมเมื่อพลาดพลั้งลงหรือเมื่อคราวเคราะห์ร้าย” สวัสดีครับ