ผมปั่นจักรยานจากหอพักภายนอก มรภ.มุ่งสู่ร้านสะดวกซื้อภายใน มรภ. พบแม่บ้านท่านหนึ่ง เสียงทักทาย "สวัสดีค่ะ...."และตามด้วย "หนูออกจากคณะฯแล้วนะคะ" ผมแปลกใจและทำหน้าแปลกใจว่า "อ้าว..หรือ...ทำไมล่ะ" เสียงตอบรับคือ "ไม่มีอะไร ตอนนี้ไปอยู่ที่ห้องสมุดแล้ว" ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "ลาออกสองคน" แต่ผมก็ยังสงสัยว่าทำไมจึงลาออก ผมจึงคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ เพราะอยากรู้สาเหตุ อันหนึ่งคือการจะได้ข้อมูลเพื่อการเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงาน ผมถามตรงๆ ว่า "ขัดแย้งกับคนร่วมงานหรือ" สิ่งที่ได้รับคือ "เปล่าค่ะ" อืมมม  แล้วเรื่องอะไรล่ะ พอจะบอกได้ไหม แต่ก็ได้รับคำตอบว่า "ไม่มีอะไร แค่เหนื่อย" ผมอำในลำคอว่า "อืมมม เหนื่อยหรือ..ที่ไหนๆก็เหนื่อยทั้งนั้น" ผมถามต่อว่า "งานเยอะหรือ" ได้รับคำตอบว่า "งานเยอะด้วย เหนื่อยใจด้วย" ผมอำในลำคออีกว่า "อืมม เหนื่อยใจอะไร" คำตอบคือ "เบื่อ" ผมคิดในใจว่า "อ้าว เหนื่อยใจหรือว่าเบื่อ" สุดท้ายผมถามว่า "เหนื่อยใจอาจารย์หรือ" ผมได้รับคำตอบเสียงแข็งว่า "ค่ะ" (โปรดใช้วิจารณญาณเพราะเป็นการฟังความข้างเดียว) ผมจึงกล่าวออกไปว่า "อืมมม ก็ดี ถ้าทำแล้วหาความสุขไม่ได้ก็ต้องหาที่ที่ใช่ของตัวเอง" ผมคิดในใจเพิ่มขึ้นว่า "ระบบเจ้าขุนมูลนายก็อย่างนี้แหละ" และพิจารณาถึงสภาพที่เห็นพบว่า "อาจารย์บางคนจะกินข้าวเที่ยง ยังต้องให้แม่บ้านซึ่งอายุรุ่นราวคราวแม่ไปซื้อข้าวให้กิน...ทำกันจนเคยชิน"

   ผมปั่นจักรยานออกจากร้านสะดวกซื้อ มุ่งสู่โรงอาหารเพื่อซื้อข้าวไว้กินตอนเที่ยง พบพี่ท่านหนึ่ง คุยกันพอประมาณ และเรื่องหนึ่งที่เอ่ยถามคือ "ค่าน้ำที่หอพักเท่าไร ดูจะแพงนะ" ผมตอบไปว่า "ผมก็แปลกใจอยู่ เดือนที่ผมไม่ค่อยอยู่พัก โดยเฉพาะพฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่า ค่าน้ำสูงกว่าเดือนที่ผ่านมาซึ่งผมใช้ซักผ้าและอาบน้ำ โดยเฉพาะอาบน้ำทุกวัน บางวันสามรอบ (ผมจะอยู่ห้องพักช่วงค่ำ-เช้าเท่านั้น)" พี่ท่านนั้นเพิ่มเติมว่า "ผมก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ทั้งที่ผมก็ใช้คนเดียว..." ผมเสนอไปว่า "ผมกำลังคิดว่า ผมจะหยุดใช้ไฟสักเดือน เพื่อประเมินว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร" ท่านกล่าวว่า "จะอยู่ได้หรือ" ผมบอกว่า "ผมคิดว่าผมน่าจะอยู่ได้ แ่ต่ปัญหาคือ ผมต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยนี่แหละ" ผมเพิ่มเติมว่า "สัญญาเช่าบอกว่าเดือนละ ๒,๘๐๐ บาท แต่ตอนออกบิลทำไมเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ที่เหลือนอกนั้นเป็นค่าโน้นค่านี้และค่าส่วนกลาง ดูมันแปลกๆ" พี่ท่านนั้นบอกว่า "อ้าว...ก็เขาเลี่ยงภาษีไง ถ้าค่าเช่าสูงก็ต้องใช้ภาษีสูง ใครๆ เขาก็ทำกันอย่างนี้แหละ" ผม..."อืมมม นี่เป็นความรู้ใหม่ของผมนะ คนมีอันจะกินเขาทำกันอย่างนี้นี่เอง แต่ผมตั้งใจแล้วว่า ครบ ๖ เดือนก็คงต้องย้ายอีก (คนเกิดปีหนูไม่ค่อยพอใจกับที่อยู่อาศัย) เพราะหนวกหูเสียงรถมาก แต่ผมก็อยากพิสูจน์นะ เกี่ยวกับค่าน้ำค่าไฟเนี่ย เฉลี่ยรายหัวหรือว่ามิเตอร์ตัวจริง" พี่ท่าน "ก็น่าลองนะ เพราะผมก็รู้สึกแปลกใจ และเราก็แปลกใจเหมือนๆกัน" จากนั้น ท่านเดินเข้าคณะเกษตรฯ ส่วนผมปั่นจักรยานต่อ ก่อนมานั่งบันทึกเก็บไว้ สิ่งหนึ่งที่ได้เช้านี้คือ

   ก. คนเหมือนกัน อย่าจู้จี้กับเขาเสมือนเขาเป็นข้าทาส

   ข. การเลี่ยงภาษีของชาวบ้านชาวเมืองอีกประการหนึ่ง สำหรับคนสร้างหอพักเพื่อเช่า