คิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ...

สวัสดีที่รัก  วันนี้เรามาเรียนรู้เพื่อเข้าใจชีวิตกันเถิด  ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า  สิ่งที่เราพูดเราคิดต่อไปนี้อาจผิดก็ได้นะ  ทำไมละ  เพราะว่า  ความคิดของคนเรามีผิดมีถูกละสิ  ดังนั้นโปรดอย่าพึงเชื่ออะไรง่าย ๆ จนกว่าจะคิดพิจารณาให้ครบถ้วนกระบวนความแล้วจึงตัดสินใจนะครับ

(  ยูมิกับนิสิต ป. โท  สาขา  ไทยคดีศึกษา รุ่นปี 2555  )

        เราเคยสงสัยหรือไม่ว่าโลกนี้มีความเป็นมาอย่างไร ก็สงสัยละสิ   ฉันจะเล่าให้เธอฟังอย่างนี้ว่า...เดิมทีโลกนี้เป็นกลุ่มควันเหมือนเมฆหมอกออกมาจากดวงอาทิตย์ด้วยแรงหมุนยิ่งไกลจากดวงอาทิตย์มากเท่าไรก็เย็นลง ๆ กลายเป็นก้อนกลม ๆ เมื่อมีดาวหางผ่านมาใกล้เลยสาดน้ำใส่พื้นผิวกลายเป็นน้ำที่ห่อหุ้มเปลือกก้อนกลม ๆ อันนี้

 

        ต่อมามีแผ่นดินโผล่ขึ้นมาพ้นน้ำเป็นแห่งแรกในก้อนกลม ๆ นี้ที่ฉันเรียกว่าดินแดนหิมพานต์ ( ดินแดนชมพูทวีป หรือ สวนเอเดน )  แล้วต่อมามีมนุษย์ต่างดาว ร่างกายโปร่งมีแสงลอยไปในอากาศได้ ( อาภัสระ ) เหาะผ่านมาเป็นกลุ่มกำลังเหาะผ่านก้อนกลม ๆ ที่ลอยตัวอยู่ในอวกาศนี้ แล้วได้กลิ่นหอมของดินจึงชวนกันลงมากินดิน  ส่งผลให้

 

แสงในตัวดับและเกิดตัวตนใหม่เป็นสิ่งหยาบเหมือนดินที่วิวัฒนาการมาเป็นเนื้อหนังของเธอและฉันนี่ละ

        ฉันจึงชวนคุยเรื่องราวของมนุษยศาสตร์ซะเลยนะ    เพื่อจะได้รู้เข้าใจในกระบวนทัศน์พื้นฐานในการเข้าใจคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์  คุณธรรมจริยธรรมและสุนทรีภาพของชีวิตมนุษย์ไงละ

 

        เธอถามว่า เรียนรู้ไปทำไม  ตอบได้ว่าเพื่อส่งเสริมให้คนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  และให้เข้าใจว่าตนเองรู้อะไรดี  อะไรควรทำ  อะไรไม่ควรทำ  เอกจริงสินะ  ชีวิตคนเรามีไว้เพื่ออะไร  ความดี / ชั่ว / สุข / ทุกข์ คืออะไร  มีต้นเหตุมาจกไหน  อย่างไร  เราจะหลุดพ้นจากกองทุกข์และพบความสุขสมหวังนั้นได้อย่างไร 

 

        เธอคงรู้นะว่าในสายมนุษยศาสตร์นี้เกี่ยวข้องกับคนเราโดยตรงเลยละ  เช่น  สายภาษา  วรรณคดี  การดนตรี  ปรัชญา  ศาสนา  ศิลปะการครองชีวิต ฯลฯ  เป็นต้น  อย่าลืมว่าคนกับมนุษย์นะไม่เหมือนกัน  ( man , Humanities )  ทีนี้เรามาตอบคำถามชีวิตคนเรากันเถิด

 

1 . ชีวิตนี้คือสิ่งใด  ตอบได้ว่า  คือส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มารวมกันเข้า  กลายเป็นรูปทรงที่เห็นจับต้องได้  แต่ตัวตนแท้จริงไม่มี  เช่น รถ มีล้อ  มีกระจก  มีตัวถัง  เอามาประกอบกันเข้ากลายเป็นรถ  แต่จะชี้ไปที่ล้อว่ารถก็ไม่ใช่เพราะนั่นสมมุติว่าเป็นล้อของรถ  เป็นต้น ในภาษาพระเรียกว่า  กองแห่งขันธ์ 5 ที่มีการเชื่อมโยงด้วย อายตนะ 6        ถ้าเธอสนใจโปรดกรุณาอ่านเพิ่มเติมตามที่ฉันเก็บมุมคิดมานี้ก็จากหนังสือพุทธธรรมของท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์  ( ป.อ. ประยุตฺโต ) นะครับเป็นหนังสือที่มีคุณค่าต่อชีวิตเรามาก

     สำหรับขันธ์ 5 มีย่อ ๆ ดังนี้

1 ) รูป  ( Corporeality ) คือ  ภาวะรูปธรรม  ร่างกาย  สสาร  พลังงานฝ่ายวัตถุ  และคุณสมบัติ  พฤติกรรมของสรรพสิ่ง

2 ) เวทนา ( Feeling , Sensation ) คือ  ความรู้สึกที่เกิดจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 และทางจิตใจ

3 ) สัญญา  ( Perception ) คือ  การกำหนดได้หมายรู้  จดจำได้

4 ) สังขาร  ( Mental  Formations )  คือ  สิ่งปรุงแต่งจิตให้ดี /ชั่ว  อะไรควรทำ / ไม่ควรทำ

5 ) วิญญาณ ( Consciousness )  คือ ความรู้แจ้งทางอารมณ์ , ทางจิตใจ

2 . ชีวิตเป็นอย่างไร  ตอบได้ว่า เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์  คือ การเกิดขึ้น  การดำรงอยู่  และการเสื่อมสลายไป

3 . ชีวิตเป็นไปอย่างไร  ตอบได้ว่า  เป็นสิ่งอิงอาศัยกันและกันจึงคงอยู่ได้ในวงจรนี้คือ  อวิชชา , สังขาร , วิญญาณ , นามรูป , สฬายตนะ , ผัสสะ , เวทนา , ตัณหา , อุปาทาน , ภพ , ชาติ , ชรามรณะ  อย่างนี้ , เป็นไปตามกฎแห่งกรรม เป็นต้น

4 . ชีวิตควรให้เป้นอย่างไร  ตอบได้ว่า 

เป็นไปอย่างความสุขสงบเย็น  เห็นได้นิพพาน , เย็นกายเย็นใจ

 

5 . ชีวิตควรเป็นอยู่อย่างไร  ตอบได้ว่า  ควรเป็นไปตามทางสายกลาง  มีกัลยาณมิตร  เดินตามทางมรรค 8  ดังนี้

หมวดปัญญา 1 . สัมมาทิฏฐิ        ความเห็นชอบ

                      2 . สัมมาสังกัปปะ  ความดำริชอบ

หมวดศีล        3 .  สัมมาวาจา      พูดชอบ

                     4 . สัมมากัมมันตะ  ทำชอบ

                     5 . สัมมาอาชีวะ    เลี้ยงชีพชอบ

หมวดสมาธิ   6 . สัมมาวายามะ  พยายามชอบ

                     7 . สัมมาสติ         ระลึกชอบ

                     8 . สัมมาสมาธิ     ตั้งจิตมั่นชอบ

สิ่งนี้ละที่รัก เธอคือเส้นทางชีวิตของคนเราเส้นทางหนึ่งที่ควรสนใจใฝ่รู้เพื่อนำมาปฏิบัติ  สิ่งเหล่านี้ที่ฉันเลือกเดินทางเส้นนี้และบอกฝากเธอให้เรียนรู้นะ  ฉันเดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ววันนี้  ฉันเดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นแล้วฉันก็เดินทางมาถึงจุดเริ่มต้นของตนเองอีกครั้งในวันนี้  ก่อนอำลากันไป  อย่าลืมนะ  ฉันยังรักเธอ ยังคิดถึงเธออยู่ที่รัก  ฉันอำลาละ ด้วยเมตตาธรรม.

.............................

บรรณานุกรม

พระธรรมปิกฎ ( ป. อ. ปยุตฺโต ) . ( 2546 ) . พุทธธรรม .  กรุงเทพ ฯ :

        โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย .