sim
นางสาว สิรินุช ต่ายจันทร์

แนวทางการพัฒนาชุดกิจกรรมในยุค ICT


แนวทางการพัฒนาชุดกิจกรรมในยุค ICT

สิรินุช     ต่ายจันทร์

นิสิตปริญญาโทชั้นปีที่ 2

สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

ชุดกิจกรรมเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาอย่างหนึ่ง  ที่รวบรวมสื่อ  กระบวนการ  และกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ชุดกิจกรรมยังเป็นนวัตกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหา ทำให้สามารถแก้ปัญหาทางการศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนได้  เป็นการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่องผสมผสานสาระการเรียนรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนและสมดุลกัน ปลูกฝังคุณธรรมค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ซึ่งครูส่วนมากนิยมนำชุดกิจกรรมมาใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเรียนการสอน จากการศึกษาพบว่าชุดกิจกรรมมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีการนำความการหน้าทางด้าน ICT มาประยุกต์ใช้กับชุดกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักเรียน

ชุดกิจกรรมหรือชุดการสอนใช้ชื่อเรียกต่างกัน เช่น ชุดการสอน หรือชุดการเรียนสำเร็จรูป ชุดกิจกรรม ซึ่งเป็นชุดทางสื่อประสม ใช้สื่อต่างๆ หลายชนิดเป็นองค์ประกอบ เพื่อก่อให้เกิดความสมบูรณ์ในตนเองที่จัดขึ้นประกอบสำหรับหน่วยการเรียน ซึ่งมีนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความหมายไว้ต่างๆ กันดังนี้

               บุญเกื้อควรหาเวชได้ให้ความหมายของชุดการสอนหรือชุดกิจกรรม ว่าเป็นสื่อการสอนชนิดหนึ่งของสื่อประสม (Multi-media) ที่จัดขึ้นสำหรับหน่วยการเรียน ตามหัวข้อ เนื้อหา และประสบการณ์ของแต่ละหน่วยที่ต้องการให้ผู้เรียนได้รับ โดยจัดเอาไว้ เป็นชุดๆ แล้วแต่ผู้สร้างจะทำขึ้น ช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้สอน เกิดความมั่นใจที่พร้อมจะสอน

               ผศ.ดร.ระพินทร์โพธิ์ศรี ได้ให้ความหมายของชุดกิจกรรมไว้ว่า ชุดกิจกรรม คือ สื่อการสอนที่ประกอบไปด้วยจุดประสงค์การเรียนรู้ที่สะท้อนถึงปัญหาและความต้องการในการเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ และกิจกรรมประเมินผลการเรียนรู้ที่นำมาบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

               วิชัยวงษ์ใหญ่ ได้ให้ความหมายของชุดกิจกรรมไว้ว่าชุดกิจกรรมเป็นระบบการผลิตและการนำสื่อการเรียนหลายอย่างมาสัมพันธ์กันและมีคุณค่าส่งเสริมซึ่งกันและกันสื่ออย่างหนึ่งอาจใช้เพื่อเร้าความสนใจ สื่ออีกอย่างหนึ่งใช้เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงของเนื้อหาและสื่ออีกอย่างหนึ่งอาจใช้เพื่อก่อให้เกิดการเสาะแสวงหา อันนำไปสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้งและป้องกันการเข้าใจความหมายผิด สื่อการสอนเหล่านี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สื่อประสม นำมาใช้ให้สอดคล้องกับเนื้อหา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากความหมายที่กล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า ชุดการสอนหรือชุดกิจกรรม คือ การนำเอาสื่อประสมที่มีการวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ และมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับเนื้อหาวิชามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ชัดเจน มีเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ซึ่งทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

               ในด้านของการพัฒนาชุดกิจกรรมใช้หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับชุดการเรียนการสอน  (ชุดกิจกรรม) แนวคิดพื้นฐานที่นำมาใช้ในการสร้างชุดกิจกรรม ประกอบด้วยแนวคิดหลัก 5 ประการ ดังนี้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์, 2525. หน้า 119– 120)

               แนวคิดที่ 1ทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล ได้นำหลักจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ใน

การเรียนการสอนโดยคำนึงถึงความถนัดความต้องการและความสนใจของผู้เรียนเป็นสำคัญความแตกต่างระหว่างบุคคลมีหลายด้านคือ สติปัญญาความสามารถความสนใจความต้องการร่างกายอารมณ์เป็นต้นในการจัดการเรียนการสอนวิธีการที่เหมาะสมที่สุด คือ การจัดการสอนเป็นรายบุคคลหรือการสอนตามเอกัตภาพการศึกษาโดยเสรีการศึกษาด้วยตนเอง

               แนวคิดที่ 2ความพยายามที่จะเปลี่ยนการสอนจากเดิม ที่ยึดครูเป็นแหล่งความรู้ มาเป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนด้วยการใช้ความรู้จากสื่อการสอนแบบต่างๆซึ่งได้จัดให้ตรงกับเนื้อหาและประสบการณ์ตามหน่วยการสอน การเรียนด้วยวิธีนี้ครูจะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนเพียงหนึ่งในสามของเนื้อหาทั้งหมดอีกสองส่วนผู้เรียนจะศึกษาด้วยตนเองจากสิ่งที่ผู้สอนได้เตรียมไว้ในรูปของชุดกิจกรรม

               แนวคิดที่ 3การใช้โสตทัศน์อุปกรณ์ ในรูปของการจัดระบบการใช้สื่อการสอนมาช่วยสอน และใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน จึงเป็นการผลิตสื่อการสอนแบบประสมให้เป็นชุดกิจกรรม เพื่อเปลี่ยนจากการใช้สื่อเพื่อช่วยครูสอนมาเป็นการช่วยผู้เรียน

               แนวคิดที่ 4ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน และนักเรียนจากสภาพแวดล้อม เดิมเด็กนักเรียนเป็นฝายรับความรู้จากครู ไม่มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นต่อเพื่อน ๆ และครู จึงขาดทักษะการแสดงออกและการทำงานเป็นกลุ่ม จึงได้มีการนำกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ประกอบกิจกรรมด้วยกัน จึงนำมาสู่การผลิตสื่อออกมาในรูปของชุดกิจกรรม

               แนวคิดที่ 5การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ โดยยึดหลักจิตวิทยาการเรียนรู้มาใช้โดยจัดสภาพการณ์อกมาเป็นการสอนแบบโปรแกรม คือ ระบบการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียน

   - ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเอง

   - ได้ทราบว่าการตัดสินใจหรือการปฏิบัติงานของตนเองถูกหรือผิดอย่างไร

   - ได้รับการเสริมแรงที่ทำให้นักเรียนภาคภูมิใจ

   - ได้เรียนรู้ไปทีละขั้นตอนตามความสามารถและความสนใจของตนเอง

จากแนวคิดเกี่ยวกับการผลิตชุดกิจกรรมนี้จะเป็นแนวในการผลิตชุดกิจกรรมที่มี

คุณภาพเป็นมาตรฐานทั้งทางด้านเนื้อหากิจกรรม การจัดสภาพแวดล้อม และเป็นแนวคิดที่คำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ และสนองตอบต่อความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง

การนำชุดกิจกรรมมาใช้ในระบบการศึกษาพอที่จะกล่าวได้ 5 ประการดังนี้

1. ต้องนำทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยจะต้องคำนึงถึงความต้องการความถนัดและความสนใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ

2. ต้องเปลี่ยนวิธีการสอนจากครูเป็นสำคัญให้นักเรียนเป็นสำคัญ

3. ใช้สื่อการสอนที่ทั้งครูและนักเรียนร่วมกันผลิตขึ้นมาโดยมีแนวคิดว่าเปลี่ยนจากสื่อเพื่อช่วยครูสอนเป็นสื่อเพื่อช่วยผู้เรียน

4. เพิ่มการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนเปลี่ยนแนวการสอนจากทิศทางเดียวเป็นหลากหลายทิศทางรวมทั้งมีการระดมทรัพยากรจากชุมชนท้องถิ่นเข้ามาใช้ในกิจกรรมมาช่วยในการทำกิจกรรมและพยายามจัดกิจกรรมให้ออกนอกห้องเรียน

5. เปิดโอกาสให้นักเรียนกำหนดแนวทางในการเรียนการประเมินผลโดยใช้จุดมุ่งหมาย

ปลายทางที่ต้องการพัฒนาเป็นหลัก  (บุญเกื้อควรหาเวช.2545 : 92)

            ดังนั้นจึงมีการนำความรู้ทางด้าน ICT มาใช้ในกระบวนการสร้างชุดกิจกรรมให้มีความน่าสนใจ และผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามความต้องการ อาทิเช่น

การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอนที่ได้รับการกล่าวถึง (บุปผชาติ ทัฬหิกรณ์ และคณะ 2544: 24) ได้แก่

1. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-Assisted/Aided Instruction) หรือ CAI

2. คอมพิวเตอร์จัดการเรียนการสอน (Computer-Managed Instruction) หรือ CMI

3. การเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer-Based Instruction) หรือ CBI

4. การฝึกอบรมด้วยคอมพิวเตอร์  (Computer-Based Training) หรือ CBT

การผสมผสานร่วมกันระหว่างการปฏิรูปการศึกษากับการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (นิรชราภา ทองธรรมชาติ และบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ 2545: 35-36) ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้แบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาจารย์ผู้สอน สถานศึกษา บริษัทต่าง ๆ เริ่มนำ
เนื้อหาวิชาการความรู้สาขาต่าง ๆ มาพัฒนาและเผยแพร่ในรูปแบบของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และนำเสนอผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้การจัดระบบการเรียนการสอนด้วยสื่อและเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต สามารถจำแนกได้ 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

                        1. Web Based Learning

                        2. E- Learning

ชุดกิจกรรมมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความน่าสนใจและมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันได้มีการนำ ความรู้ทางด้าน ICT มาประยุกต์ใช้ในการสร้างชุดกิจกรรมเพื่อดึงดูดความสนใจและนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เช่นชุดการเรียนแบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหรือชุดการเรียนผ่านเครือข่ายเวิลด์ไวต์เว็บ  ที่เรียนทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมักเรียกกันว่า E-Learning

            ชุดกิจกรรมเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน อีกทั้งนักเรียนที่เรียนโดยชุดกิจกรรมจะเป็นเด็กที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น มีความรับผิดชอบนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และชุดกิจกรรมเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

แหล่งอ้างอิง

 

ชัยยงค์พรหมวงศ์. (2525). เทคโนโลยีทางการสอนและการศึกษา.นนทบุรี: มหาวิทยาลัย

สุโขทัยธรรมาธิราช.

นิรชราภา ทองธรรมชาติและบุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ( 2545)  สร้างสื่อ e กรุงเทพฯ: UNION  PRINT&DESIGN

บุปผชาติ ทัฬหิกรณ์และคณะ. (2544). ความรู้เกี่ยวกับสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

บุญเกื้อควรหาเวช. (2530). นวัตกรรมการศึกษา.กรุงเทพฯ: เจริญวิทย์การพิมพ์.

(2542). นวัตกรรมการศึกษา.กรุงเทพฯ: ภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

บุญเกื้อ ควรหาเวช.  นวัตกรรมการศึกษา.  พิมพ์ครั้งที่ 6.  กรุงเทพฯ : เอสอาพริ้นติ้ง, 2545.

ระพินทร์โพธิ์ศรี.(2545). วิจัยในชั้นเรียน.(เอกสารประกอบการอบรม).หน้า 1

คำสำคัญ (Tags): #media
หมายเลขบันทึก: 493510เขียนเมื่อ 5 กรกฎาคม 2012 00:19 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 กรกฎาคม 2012 00:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี