468. มองพ่อผ่าน Theory U

Theory U ตอนที่ 9

ผมอยากเขียนเรื่องราวเล่าว่า..ทำไมผมถึงไม่สูบบุหรี่ครับ..เริ่มเลยครับ

ผมเองเติบโตมา พ่อบอกว่าพ่อมีบุญมากๆ..ที่ได้ลูกอย่างผม..พ่อบอกเคยดุผมครั้งเดียว..แล้วก็ไม่เคยต้องดุเลย...ผมอยู่โคราช..แต่เรียนเก่งไปเข้าเตรียมอุดมได้....เอ็นก็ไม่มีปัญหา..ชิลล์..ไปจบวิศวะลาดกระบัง..ไปเรียนเมืองนอกก็ง่าย..ไม่มีใครต้องดิ้นรนอะไรกับผม..ผมลุยเอง ไปเอง..บินไปคุย ไปสัมภาษณ์เมืองนอกเอง..งบประมาณจำกัด..แต่ก็บริหารลงตัว.เรียนจบเอก..กลับมาเมืองไทย..ก็ตรงเวลาเป๊ะ...ครับ..ชีวิตมีชื่อเสียงแต่เด็ก..โตมาก็มีชื่อเสียง..มีรายได้ดี ครอบครัวดี..ชีวิตพุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ..

....

เอาหล่ะ แล้วเกี่ยวอะไรกับบุหรี่หล่ะ..ใจเย็นครับ
....

เอาหล่ะผมจะพาท่านผ่านทางเดินของ U-theory ครับ เนื่องจากช่วงนี้สอนเรื่อง U-theory และ Dialogue เลยทำเป็นตัวอย่างให้นักศึกษาเขาได้ดูครับ

    

DOWNLOADING past pattern

หมายถึงการดึงประสบการณ์นอดีต มาตัดสิน

ผมเองมี "มายาคติ" ตลอดมาว่ามันบังเอิญนะ..พ่อแม่เราก็เก่งนะ..แต่เราก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เหมือนกัน..เราเป็นอภิชาตบุตร..เราคงทำบุญมาใดีในอดีตชาติ..พ่อแม่ไม่ได้สอนอะไรมาก..โดยเฉพาะเกี่ยวกับอาชีพอาจารย์ การเป็นที่ปรึกษา..เคยถึงกับคิดว่า "พ่อแม่เรามีบุญนะ ที่ได้ลูกอย่างเรา"

SUSPENDIND

seeing with fresh eyes...ห้อยแขวน...หยุด..ฟัง..หยุดตัดสิน

มีวันหนึ่งนั่งฟังแม่..ทำอะไรคล้ายๆ Dialogue นี่แหละ..ผมชอบสอนอะไรใหม่ๆ..แต่ก็พยายามฝึกกับตัวเองก่อน..แม่เล่าให้ฟังว่า.."รู้ไหม..พ่อน่ะดีมากๆนะ..แต่ก่อนสูบบุหรี่..เพราะเป็นป่าไม้ ต้องเข้าป่าเป็นเดือนๆ..ยุง เรือดไร เยอะ..ต้องสูบบุหรี่..ไล่ยุงด้วย.. พ่อสูบบุหรี่เพราะอาชีพเลย..แต่กลับบ้าน พ่อจะไม่สูบให้ลูกเห็น..พ่อจะแอบไปสูบไกลๆในสวน..พอพ่อตำแหน่งสูงมากขึ้น ตอนลูกอยู่ป. 1.. พ่อก็เลิกสูบไปเลย" 

ผมเห็นเลย.

REDIRECTING

Sensing from the field

โอ...นี่พ่อทำขนาดนี้เลยเหรอ...ผมรู้สึกเลย ที่ผมคิดว่า..ผมทำบุญมาดี..นี่ใช่..แต่ผมทำบุญมาดี..จนมีบุญได้มาเป็นลูกพ่อต่างหาก..พ่อทำตัวอย่างให้เห็น เป็นคนดีให้ลูกดู..ไม่แปลกที่ผมไม่ติดบุหรี่..ถึงแม้จะเคยสูบตอนเรียนวิศวะ..เพราะรู้สึกเข้ม และเท่ห์ดี..แล้วก็เลิก สูบไม่นาน..ไม่ติดครับ..ไปเมืองนอกช่วงแรกก็สูบเพราะเพื่อนสนิทสูบ ...เหงา และหนาวเลยสูบแต่ไม่กี่เดือนก็เลิก...เรื่องนี้ทำให้ผมฉุกคิดหลายเรื่อง..ถึงพฤติกรรมในชีวิต..เราชอบทำอะไรเป็นตัวอย่าง..จะสอนยังต้องทำเป็นตัวอย่างให้ดู...ไปถึงเรื่องครอบครัว..ไม่ทะเลาะกัน..ก็เพราะ..ไม่เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน..รู้จักวางแผนสร้าง..มีบ้านตั้งแต่สามสิบเอ็ด..ย้อนกลับไปดู...เฮ๊ย..พ่อแม่ทำเป็นตัวอย่างให้ดูหมดเลย..

....

ผมไม่ได้เก่ง ไม่ได้ดีแต่เกิดครับ..ผต่ผมได้อิทธิพลจากตัวอย่างดีๆ..ของพ่อกับแม่..เรื่องบุหรี่..นี่ชัด..เพราะพ่อครับ..เชื่อเลย...ตอนนี้รักพ่อมากครับ..มีบุญมากที่ได้เป็นลูกพ่อ...

PRESENCING  Connecting to the Source

เป็นขั้นตอนการตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า "ตัวตนเราคือใครกันแน่" "งานของเราคืออะไร"

ชัดแล้วครับ..ตัวตนของผมมีส่วนหนึ่ง..ส่วนใหญ่ด้วยซ้ำที่ผมได้เรื่องราวได้ตัวอย่างดีๆ จากพ่อ...

งานของผมคืออะไร....ผมมีลูกสาวครับ..งานของผมคือการดูแลให้เขาเป็น "อภิชาตบุตร"...ไม่สูบบุหรี่ เป็นคนดี.

Crytallizing

Visioning and Intension

ตกผลึกครับ..ด้วยการตั้งวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ใหม่

ผมเองจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูกสาวครับ..ในทุกเรื่อง


PROTOTYPING the new by linking head heart hand เป็นขั้นตอนที่เราต้องพัฒนา "รูปแบบ" ความสัมพันธ์ใหม่..ที่ปราศจากมายาคติเดิมด้วยการเชื่อมโยงสมอง หัวใจ และการลงมือทำจริงเข้าไป....

ตอนนี้ไม่พยายามสอนลูกสาวอย่างเดียว..ทำตัวเป็นตัวอย่าง..อยากสอนอะไร พยายามกำจัดนิสัยเสียด้านนั้นของตัวเอง..คิดเลย ก่อนสอนตัวเองดีหรือยัง..

ตอนนี้คิดง่ายๆ..คนเราทำงาน "ต้องสร้างระบบ" เป็นตัวอย่างลูกเรื่องการสร้างระบบคิด..ส่วนเรื่องชีวิต..เรา "สร้างบุญ" ครับ..เก่งแค่ไหน.ถ้าไม่หม่ั่นสร้างบุญฌโอกาสพลาด เพราะราคะ โทสะ โมหะสูง เจอมาหลายคน..ครับ..คอรบครัวดี ฐานะดีแต่ต้น..สร้างระบบมาดี..แต่ไม่สร้างบุญ..พอแก่..กิ๊กมาเลย..บ้านแตก..น่าเศร้าครับ..

 

Performing by operating from the whole

ทำจริงแล้วครับ..เอารูปแบบความสัมพันธใหม่จากขั้นตอนที่แล้ว มาปฏิบัติต่อกัน มาสานต่ออย่างสร้างสรรค์

ตอนนี้พยายาม "ขัดเกลาตัวเอง" "ฟังคนอื่น" "ฟังลูก" มากๆ...ครับ..

จะขัดเกลาตัวเองไปเรื่อยๆ..กำลังจะออกกำลังกายเป็นตัวอย่างลูกครับ..และก็ตอนนี้..จะ "ฟัง" เป็นตัวอย่างลูกครับ...

 

....

และสุดท้าย...ฝากถึงทุกคน..

"ทำดีให้ลูกเห็น..เป็นคนดีให้ลูกดูนะครับ.."

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (17)

ศิรินธร ไทเมืองพล
IP: xxx.19.66.163
เขียนเมื่อ 

น.ส.ศิรินธร ไทเมืองพล 535740347-2 Ex.17 sec.3

U-theory ตอน “ไม่เคยทนฟังสามีตัวเองพูดนานขนาดนี้มาก่อนเลย” Downloading ตั้งแต่รู้จักกันมา 7ปีกว่า ในความรู้สึกคือมองแฟนเหมือนเพื่อนมากกว่า เคยคิดว่าทำไมแฟนเราไม่เก่ง ไม่หล่อ บ้างนะ ไม่เป็นผู้ชายบ้างานบ้างหล่ะ คุยกันปรึกษากันซักพักก็จะเริ่มมีแนวทางเป็นของตัวเอง ไม่เคยจะเชื่อฟังหรือคล้อยตามอาจจะคล้อยตามบ้างแบบแอบๆเนื่องจากกลัวเสียฟอร์ม^” Suspendind

จนมาได้เรียนวิชา AI ทำ Dialogue ก็เลยคิดว่าคนที่เราไม่สามารถทนฟังได้ถึง 10 นาทีนี่แหล่ะ ลองดูซิ๊ จะอึดอัดแค่ไหนถ้าเราไม่ได้สวนตอบ บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไปดูเค้านิ่งมาก ตั้งใจมาก เหมือนมีอะไรในใจอัดอั้นมานาน พูดได้นานมาก จะเล่าคร่าวๆให้ฟังนะค่ะ เค้าบอกว่าชอบเล่นบาสมาก เมื่อตอนเป็นเด็ก พ่อบอกว่าปอดไม่ค่อยแข็งแรง ก็เลยพาไปวิ่งรอบสนามบาส วันละ 10 รอบ ตั้งแต่อนุบาลเลย (โหดมาก) ส่วนพ่อก็จะเล่นบาสกับเพื่อนๆคอยดูตลอด และเป็นคุณครูสอนให้เล่นบาสคนแรก พ่อจะเคร่งครัดเรื่องการออกกำลังกายมาก จนทุกวันนี้แกก็ยังไปวิ่งแทบทุกวัน ทำให้ผมได้ไปแข่งบาส ทั้งระดับโรงเรียน เขต เยาวชนแห่งชาติ ก็เคยมาแล้วนะ แต่ด้วยความเกเร รักสนุก เลยไปไม่ถึงทีมชาติ

ช่วงที่จบมาก็ทำงาน 2 แห่ง ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความแตกต่างกัน บริษัทแรกคือ ขายสินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรม เช่น ม่านPVC,เครนยกของ,ช่องโหลด ฯลฯ สนุกดีครับ อยู่ที่นี่ไม่ค่อยกดกันเท่าไหร่แต่เงินได้น้อยครับ จนมาวันหนึ่งพ่อก็ฝากฝังให้ไปทำงานเป็นเซลส์ยา คือว่าบ้านขายยา พ่อก็เลยอยากให้ทำด้านนี้ครับ ก็ได้เข้าบริษัทไทยนครพัฒนา ได้วิ่งเขต อุดร หนองคาย เลย สกลนคร หนองบัวลำภู เป็นงานที่ท้าทายมาก และวัฒนธรรมขององค์กรนี้ก็อยู่แบบพี่แบบน้อง เคารพผู้ใหญ่ รุ่นพี่จะสอนเรื่องมารยาทการคุยกับเถ้าแก่ร้านยาว่าควรวางตัวอย่างไร ไม่ควรเปิดการขายทันที หากคนมาซื้อของในร้านยาเยอะก็ช่วยเค้าขายไปก่อน อย่ารีบร้อน ได้อะไรหลายอย่างครับเป็นบริษัทที่ดีมากครับ ก็ทำงานมาได้สามปีกว่า มีเหตุต้องได้ออกครับ เพราะที่บ้านไม่มีใครช่วย แล้วแม่ก็ต้องไปผ่าตัดหัวเข่า จึงต้องออกจากงานกลับมาช่วยที่บ้านขายยาอยู่บ้านซักพักก็แต่งงานครับ คบกันมา7ปีกว่าแล้วครับ ตลอดระยะเวลาที่คบกันมาแฟนผมเค้าเป็นคนน่ารัก ใจกว้าง มองโลกในแง่ดี เป็นคนมีน้ำใจ เมื่อก่อนผมเป็นคนไม่แคร์ใคร ก็เริ่มซึมซับความมีน้ำใจของแฟนมาบ้าง ตอนนี้ก็อยากจะทำอะไรเพื่อแฟน อยากจะเลี้ยงดูเค้าให้ได้ อยากเห็นเค้ามีความสุข สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือพยายามทำงานให้ดีที่สุด เก็บเงินให้มากขึ้น ประหยัดมากกว่าเดิม ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้ใช้ตังค์เลยครับเก็บอย่างเดียว แต่ก็มีบ้างพาแฟนออกไปกินข้าวนอกบ้านครับเดี๋ยวเธอจะเครียด แนวคิดนี้ผมก็ได้มาจากคุณพ่ออีกต่อหนึ่ง พ่อผมจะมีบัญชีแบ่งให้ลูกให้เมียตลอด ให้เป็นเงินเก็บนะ ไว้ใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น จนถึงปัจจุบันพ่อผมก็ยังโอนเงินเข้าให้กับทุกคนตลอดไม่เคยขาด ขนาดบางเดือนเงินหมุนในร้านไม่พอ พ่อบอกว่าขอยืมเงินในบัญชีก่อนนะเดี๋ยวให้คืน ทั้งที่เป็นเงินของพ่อเองแท้ๆ ในอนาคตผมก็จะทำตามอย่างพ่อ และก็จะตอบแทนบุญคุณของท่านต่อไป ปัจจุบันเราก็เคยคุยกันนะครับว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองบ้าง แล้วโอกาสก็มาถึง คือรุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกันเค้าอยากให้เรามาเป็นหุ้นส่วนของร้านบา บี คิว ฮัท อยู่ตรงถนนรื่นรมย์ครับ(บุฟเฟ่หมูกระทะ) เป็นร้านที่มีมานานแล้ว มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว ซึ่งเราก็กำลังมองหาธุรกิจประเภทนี้พอดีเลย จึงนัดเจอรุ่นพี่คนนี้เพื่อคุยรายละเอียด แกก็เล่าถึงปัญหาสำหรับตัวแกเองว่าไม่สามารถมาคุมร้านได้ทุกวันเพราะยังต้องทำงานที่เดิมด้วย ส่วนปัญหาที่ร้านคือ อีก1เดือนจะไม่มีผู้จัดการดูแลร้านแล้ว จะทำให้ระบบงานเสียได้ ไม่มีคนคุมร้าน ลูกน้องก็ทำงานตามสั่ง เรื่องความสะอาดก็จะหายไป ตอนนี้แกก็กำลังปรับปรุงร้าน แต่ปัญหาคือไม่มีคนคุมงาน แกได้พาไปเดินดูรอบๆร้านแล้วบอกว่า พี่ว่ามันอยู่ได้นะ อาหารเราอร่อย แล้วพี่ก็กำลังปรับปรุงร้านมันต้องดีขึ้นแน่นอน ผมก็กลับมาคิดกับแฟนว่าเราจะทำยังไงดีจะลองมั้ย ก็คุยกันว่าถ้าจะทำก็ต้องทำจริง ทำให้ดีที่สุด ช่วยกันนะ แต่หลักๆก็ต้องเธอนะไปเป็นผู้จัดการร้าน งานหนักจะทำได้มั้ย แฟนผมเค้าก็ตอบกลับมาว่า ทำงานหนักก็เพื่ออนาคต ก็ต้องสู้กับมัน งั้นเราต้องศึกษางานนี้แล้วหล่ะ เราก็เลยเริ่มจากงานบริการของพนักงาน คือไม่ค่อยสนใจลูกค้า ทำงานช้า เกี่ยงงานกันทำ ไม่ยิ้มแย้ม ทำงานไม่เป็นทีม มันเป็นปัญหาที่ร้านอาหารทั่วไปจะต้องเจอ แต่จะรับมือกันอย่างไร ส่วนผมเองก็ขอเวลาศึกษาระบบเดิม ว่าเป็นอย่างไร อันไหนดีก็ทำตาม อันไหนไม่ดีก็ต้องปรับเปลี่ยนไป จะพยายามหาจุดบกพร่องและแก้ไขให้ได้ครับ Redirecting

พอได้ฟังอย่างนี้แล้ว เห็นได้ถึงความพยายามของเค้าที่ต้องการจะเป็นผู้ให้ มากกว่าที่จะเป็นผู้รับ มองกลับมาดูตัวเองแล้ว ทำไมเรารอรับอย่างเดียวเลย งั้นเอาใหม่นะ เราต้องเป็นผู้ให้บ้าง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  เรามาช่วยกันทำดีกว่า เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ได้มาจากความภาคภูมิใจของเราสองคน จะได้อวดลูกอวดหลานได้ว่า เราสร้างมันมากับมือของเราสองคนเลยนะ

Presencing

ตัวตนของฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของแฟน เป็นน้ำมันหล่อลื่น  ที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  เป็นเพื่อนคู่คิด พร้อมที่จะเผชิญปัญหาร่วมกัน

งานของฉันคือ ดูแลสามี แบ่งเบางานสามี และเตรียมตัวเป็นแม่ที่ดีค่ะ Crytallizing

ฉันอยากจะช่วยแบ่งเบางานของสามีค่ะ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพนักงานในร้านค่ะ

Prototyping

รูปแบบที่อยากจะทำร่วมกัน ในเรื่องที่ยังไม่เคยทำมาก่อนค่ะ คือ การเป็นผู้จัดการร้านอาหาร ซึ่งต้องบริการลูกค้าเองด้วย และต้องดูแลเรื่องภายในร้านทั้งหมด ต้องสร้างระบบที่ดีไม่ซับซ้อน พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติตามได้  โดยปฏิบัติให้ดูเป็นแบบอย่างให้ลูกน้องเห็นว่าทำได้จริงและมันเป็นผลดีกับเรานะ

Performing

ตอนนี้พยายามเรียนรู้งานให้มากขึ้นค่ะ ลงมือทำให้มากขึ้น ตั้งใจฟังคนอื่นพูด ฟังความคิดเห็นของคนรอบข้าง

ตั้งใจทำงาน ขัดเกลาตัวเองไปเรื่อยๆ เริ่มจากยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายลูกค้าในร้าน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับพนักงานค่ะ^

ศิรินธร ไทเมืองพล
IP: xxx.19.66.163
เขียนเมื่อ 

อ.ภิญโญค่ะ ไม่ทราบว่าหนูทำถูกต้องรึปล่าค่ะแล้วก็ไม่ทราบว่าแนบไฟล์รูปยังไงค่ะทำไมหนูคลิกที่ browse แล้วระบบไม่แนบไฟล์รูปให้เลยค่ะ

คุณศิริมาครับ เนื้อหา ถูกต้องแล้วครับ..ถ้าเอารูปขึ้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ

เขียนเมื่อ 

u-thuery 535740418-5 เริ่มต้นจากการที่เราได้พูดคุยกับใครบางคนถึงแม้ว่าเวลาเพียงน้อยนิดก็ทำให้เราเข้าใจอะไรได้มากพอสมควร ในความคิดของเรา ก็เป็นคนหนึ่งล่ะที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงพอสมควร รู้สึกว่า ความกล้า(แต่ไม่บ้า) จะมีอยู่เต็มสายเลือด เรากล้าในสิ่งที่ถูก และเหมาะสมกล้าในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเราทำได้ และมีความอาสา และความเผื่อแผ่ ตามมาติด ๆ ฉะนั้น จึงเป็นที่รับใช้ของคนที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หน่วยงานเราเป็นหน่วยงานราชการ เราได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานนางหนึ่ง ประมาณปีว่า ๆ เธออายุน้อยกว่าเรา 3 ปี แต่ตำแหน่งงานเธอ อาวุโสกว่าเรา แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากมาย ช่วงแรกเรารู้จักพูดคุยกับเธอธรรมดา แต่เธอพยายามจะบอกว่า เธอมีขั้นเหนือกว่าเราให้เรานอบน้อมกับเธอบ้าง มีหลายครั้งเธอพยายามให้เราช่วยงานด้านเอกสาร ซึ่งเป็นคนละส่วนของงานเราแต่ก็ต้องช่วยเป็นบางโอกาส ซึ่งเธอทำแบบนี้กับคนอื่นไม่ได้ แต่พอคนอื่นไว้วารให้เธอช่วย เธอบอกว่า งานของเธอมากมาย ไม่มีเวลาไปช่วยคนอื่นหรอก แม้แต่งานข้างนอกเธอยังไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมเลย ถ้าวันไหนต้องทำงานตรงกับวันหยุดเธอก็จะบอกว่าราชการหยุด เสาร์- อาทิตย์ ไม่ทำหรอก ใครอยากมาก็มาเลย ถ้าไม่ได้เบี้ยงเลี้ยงก็จะไม่มา แม้แต่ผู้ใหญ่มาจาก รม จากกระทรวงค่ให้เธอช่วยจัดแจงเรื่อง เครื่องดื่ม ดูแลแขก เธอก็ไม่เห็นความสำคัญเลย เธอบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เสริ์ฟน้ำเป็นหน้าที่ของแม่บ้าน เธอเป็นคนมัธยัสถ์มาก ทั้งเรื่องอาหารการกิน และเรื่องการแต่งกาย หรือว่าเธออยู่แบบพอเพียง(มองในแง่ดี) แต่ที่ได้ยินเพื่อน ๆ กลุ่มในทำงานพูดว่าที่บ้านของเธอฐานะดีมาก มีธุรกิจไร่อ้อย เป็น หลายร้อยไร่ รถพ่วง รถสิบล้อ ไม่มีที่จะจอด ได้กำไรในการขายอ้อย แต่ละปีเป็นเงิน 7 หลักนะ แต่ทำไมเธอถึงได้งกขนาดนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสนั่งคุยกับเธอหลังจากพักรับประทานอาหารกลางวัน ด้วยกัน 2 คน เพราะคน อื่น ๆ ไปกินข้าวข้างนอก 10 นาทีแรก เธอจะพูกแต่เรื่องตลก ขบกัน ไม่เป็นจริงเท่าไหร่ พอเราเปิดประเด็นเรื่องงานขึ้น เธอก็ระบายให้เราฟัง ส่วนงานของเธอมีเธอรับผิดชอบเพียงคนเดียว supendinng
ทำเองทุกอย่างทั้งผู้ช่วย และหัวหน้าอยู่ในคนเดียวหมดเลย แต่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ เคยขอให้หัวหน้าหาผู้ช่วยให้ ก็ได้รับคำตอบว่า งานมีนิดเดียว จะเอาคนมานั่งให้รกสำนักงานทำไม เธอก็ทำมาหลายปี อย่างนี้ แล้วนะ ก็ทำต่อไปซิ ไม่เห็นจะยากเลยงานก็ไม่หนักหนา อะไร ทำคนเดียวก็น่าจะได้ นี่คือคำตอบของเจ้านายที่เธอได้รับ และเธอก็ไม่ไว้วารให้ใครมาช่วย ถึงแม่ว่างานจะยุ่งแค่ใหน ก็ทำด้วยตัวเอง บางวันกลับบ้าน 3 ทุ่ม ทั้ง ๆ ที่งานเลิก สี่โมงครึ่ง กลับถึงบ้านต้องดูแลลูก สอนการบ้าน ทำทุกอย่าง เธอเป็นลูกสาวคนโตของที่บ้าน มีน้องชายคนเดียว แต่งงาน แยกบ้านอยู่แล้ว เธออยู่กับพ่อแม่ และลูกสาววัย 6 ขวบ ก่อนหน้าหนี้เธอเป็นความหวังของพ่อกับแม่ ที่เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบ มีงานที่ดี รับราชการ ละสืบต่อธุรกิจ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป......แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เธอเล่าให้ฟังว่าเธอแต่งงานกับชายหนุ่มคนไทยเชื้อสายจีน อาชีพค้าขาย คบกันสมัยที่ไปบรจุตอนแรก และแยกครอบครัวมาอยู่เพื่อสร้างฐานะของตนเอง แต่ว่าพ่อกับแม่ของเธอต้องการให้กลับมาอยู่ช่วยดูแลงานที่บ้านเพื่อสืบทอดธุรกิจ เธอจึงตัดสินใจย้ายตัวเองและสามี มาอยู่ทึ่บ้านเกิดตามเจตนารมณ์ ของ ผู้มีพระคุณ ครอบครัวเธอเป็นครอบครัวที่ขยัน อดทน ทำงานเก่ง และเธอก็เก่ง ไม่แพ้ผู้ชาย เช่นกัน แต่สามีเธอเป็นเชื้อสายจีน ถนัดด้านค้าขาย ไม่ค่อยชอบใช้แรงกายในการทำงาน ไม่ถึงปีเธอก็คลอดลูกสาวน่าชัง ให้ได้ชมเชย เพียงไม่ถึง 3 เดือน ที่ลูกสาวจะได้มีพ่อ และ แม่ พร้อมหน้าพร้อมตากัน สามีเธอโทรมาจากอำเภอ บอกว่าต้องการเงินสด 300,000 บาท ด่วนมากต้องทำธุระสำคัญ เธอต้อง ทิ้งลูกให้อยู่กับ ยาย เพื่อขับรถ มาเบิกเงินที่ธนาคาร ให้กับสามีเธอ เมื่อพบหน้าสามี ที่หน้าธนาคาร เพียง 2 นาทีที่ยื่นเงินตามที่เขาต้องการให้ สามีบอกว่าต้องรีบไป โดยที่ไม่ทันสังเกตอะไร เขาก็จากไปตั้งแต่วินาทีนั้น จนถึงวันนี้ลูกสาวอายุ 6 ขวบ แล้ว ทั้งแม่ทั้งลูก ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อเลย เขาหายไปใหน ไปกับใคร เขาจะกลับมาไหม ทำไมเขาทำกับหนูกับลูกอย่างนี้
See with fresh eyes .................เราถึงบางอ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วเริ่มรู้สึก sensing from the filed น่าสงสารเธอนะ น่าเห็นใจ ลูกสาวกำพร้า พ่อตั้งแต่ อายุ 3 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ เราจะไม่มีความคิดแบบเดิกับเธออีก...letting it go ลองมองดูคัวเองว่าเป็นอย่างไร ....who is my self เราก็ตั้งใจทำงานในหน้าที่เราให้ดีอยู่เสมอ เพื่อว่าไม่อยากให้เป็นภาระกับคนอื่น แต่ถ้ามีเวลาว่าง ก็จะไปช่วยงานของส่วนอื่นบ้าง ตามเหมาะสม...........what is my job Letting come เธอยังเล่าต่อว่า ถึงแม้ที่บ้านจะมีฐานะดี....มีธุรกิจใหญ่โต แต่ก็เป็นเงิน ของ พ่อ กับ แม่หมดเลย นะคะ พี่รู้หรือเปล่า ตั้งแต่ วันที่สามีหนูหนีออกจากบ้าน หนูทั้งเจ็บ ทั้งอาย สงสารลูก มาก พ่อกับแม่ ต่อว่าสารพัด ญาติพี่น้อง ไม่อยากคุยด้วย ชาวบ้านนินทา ทั้งอำเภอ หนูไม่กล้าออกจากบ้าน นอกจากมาที่ทำงาน ไม่กล้าไปเจอะเจอเพื่อน ๆ หรือแม้แต่คนรู้จัก ก็ไม่กล้าพูดคุย เหมือนตัวประหลาดที่ต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวด
เธอบอกว่าเธอชอบบุคลิกของเรา เธออยากมั่นใจในทุกอย่าง อย่างที่เราเป็น แต่เธอก็ไม่กล้า Prototyping the new linking head heat harm........................เราได้แนะนำเธอว่า เรื่องที่ผ่านมา ก็ อย่านำมาคิดให้รกสมอง ผ่านมาแล้ว ก็ผ่าน ไป เริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย คิดว่า คนอื่น เขาก็อาจจะมีปัญหามากว่าเรา แต่เขายังอยู่ได้ ทำใจให้สบาย ตั้งใจดูแลลูกดีกว่า โตขึ้นเขาจะได้เข้มแข็งเหมือนแม่ อย่าอ่อนแอให้ลูกเห็น ...แล้วเราก็ช่วยเธอ หอบเอกสาร กองใหญ่ ไปจัดวางบนตู้อย่างสวยงาม และเปิดเพลง ฟัง อย่างสบายใจ ช่วงจะเลิกงาน เธอมาช่วยเราถ่ายเอกสานงานด่วน ที่เจ้านายอยากได้ด้วย ....เราจึงชวนเธอว่า พรุ่งนี้มีกิจกรรมที่อำเภอ นายให้ไปทำโรงทาน เราไปช่วยแจกน้ำกันดีไหม 10 โมง นะเจอกัน Performing by operating from the whole......เช้าวันต่อมาเธอมาช่วยตักน้ำแข็ง อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เราดีใจจังเธอมาตามคำชวนของเรา ซึ่งปกติเธอจะไม่กล้าทำอย่างนี้เลย.....

เขียนเมื่อ 

ตอนแรกที่เข้าเรียนวิชาAI...อาจารย์ให้นั่งฟังคนข้างๆพูดประมาณ 30 นาทีโดยไม่ให้ไม่ถามอะไรเลย เราก็รู้สึกแปลกแล้ว..จะให้ฟังใครก็ไม่รู้มาพูดอะไรให้ฟัง เราก็เลยคิดว่าจับคู่กับเพื่อนดีกว่า..แบบว่าสบายใจได้เมาท์กันในห้องเรียนแต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพื่อนเราดันไปเลือกจับคู่กับคนอื่นซะนิ เคว้งเลยเราสงสัยต้องต้องตั้งใจฟังซะแล้ว............30 นาทีผ่านไปไหวเหมือนโกหกแทบไม่เชื่อว่าเวลาผ่านไปเร็วมากมีความรู้สึกว่าอยากฟังอีกยังมีหลายสิ่งที่เราควรฟังพี่คนนี้พูดเพราะ 30 นาทีที่ผ่านมา..รู้มั้ยว่าเราเกิดไอเดียใหม่ๆขึ้นมาหลายอย่างและทำให้เราเริ่มอยากที่จะลงมือทำซะที บางทีการฟังสิ่งที่คนอื่นอยากจะพูดก็ไม่ได้แย่เสมอไป..ในทางกลับกันถ้าฟังดีๆมีประโยชน์กับเราอีก....แต่ต้องรู้จักปรับปรุงประยุกต์ให้เหมาะกับตัวเองล่ะ

 ก่อนหมดคาบเรียนอาจารย์ก็ให้การบ้าน นั่นคือ....ฟังใครพูดก็ได้ 30 นาทีแล้วก็มาประยุกต์ให้เหมาะกับตัวเอง  เอาแล้วไง!!!ตอนนั่งเรียนในห้องกับตอนส่งงานเหมือนกันซะที่ไหน   เวลาผ่านไปไหวเหมือนโกหกผ่านมา 3 วันต่อมายังคิดอะไรไม่ออก เริ่มต้นไม่ถูก   ในที่สุดคนสุดท้ายที่เราคิดถึงก็คือคนในครอบครัว  คนนั้นคือ พ่อเราเอง สิ่งที่เราได้ฟังจากพ่อ หลายเรื่องเราก็เอามาปรับปรุงตัวเราบางเรื่องจะคาดไม่ถึง เราจะเล่าเรื่องที่เราฟังพ่อพูดผ่านมุมมอง U-theoryนั่นคือ

  1. Downloading past pattern...การดึงประสบการณ์ในอดีต มาตัดสิน "ลูกข้าราชการ" เมื่อได้ยินคำนี้นึกถึงอะไร เราก็นึกถึงพ่อเรานะสิ...ใช่แล้วเราเป็นลูกข้าราชการ สมัยเป็นเด็กจะย้ายโรงเรียนบ่อยมากกกก เลื่อนชั้นทีย้ายที บางครั้งอยู่ได้เทอมเดียวก็มี แต่เราไม่ได้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยเลยกลับรู้สึกว่า..ตัวเองเท่ห์ซะอีก!! คงเป็นเพราะตอนเด็กเวลาไปโรงเรียนพ่อเรามักจะขับรถของข้าราชการไปรับ-ส่งละมั่ง ลองนึกภาพรถกระบะตอนเดียว สีเหลือง ใส่หลังคารถ บนหลังคารถมีไฟไซเรน ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงรถของกรมทางหลวง ใช่แล้ว!!พ่อเรารับราชการกรมทางหลวง ฉนั้นบางครั้งเพื่อนๆหรือคุณครูในโรงเรียนอาจจะเห็นรถบรรทุก 6 ล้อ สีเหลือง สลับกับรถกระบะสีเหลือง จอดอยู่หน้าโรงเรียนเพื่อรอรับลูกสาวตัวอ้วน...ครั้งนึงจำได้ว่า..พ่อขับรถของข้าราชการ..กระบะ..สีเหลือง..ไปส่งเราที่โรงเรียน แล้วพ่อก็ถามขึ้นมาว่า " อายเพื่อนมั้ยที่นั่งรถหลวงมาโรงเรียน " เราก็มองหน้าพ่อแบบงงๆแล้วตอบพ่อว่า " ทำไมต้องอาย..เท่ห์ดี มีพ่อขับรถมารับ-ส่งถึงหน้าตึกเรียน คนอื่นเดินทั้งนั้น " แล้วพ่อก็ไม่พูดอะไรเลย ทุกวันนี้เรารู้สึกภูมิใจพ่อเรามาก เราอยากบอกพ่อว่า "ตั้งแต่อดีตที่พ่อเป็นนายช่าง ต้องขับรถของกรมทางหลวงรับ-ส่งลูก กระทั่งปัจจุปัน พ่อเป็นผู้อำนวยการแขวงการทาง มีรถประจำตำแหน่ง มีรถส่วนตัว มีรถให้ลูกสาวตัวน้อยคนนี้ ไม่ว่าพ่อจะมีหน้าที่การงานตำแหน่งอะไร หนูภูมิใจในตัวพ่อเสมอและหนูรู้สึกดีใจกับพ่อที่เห็นพ่อประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน"
    ปัจจุปันพ่อมีตำแหน่งเป็นผู้บริหาร ในทางตรงข้ามเราซึ่งเป็นลูก ทำงานเป็นพนักงานบริษัท ไม่มีตำแหน่งหัวหน้างานพ่วง แถบจะไม่มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงานเลย เราคิดอยู่เสมอว่า เราทำให้พ่อขายหน้า ลูกคนขับรถพ่อยังสอบได้ข้าราชการเลย ด้วยความที่เราไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องอาชีพการงานทำให้เราไม่ค่อยอยากกลับบ้าน เพราะกลัวจะมีคนถามว่าทำงานอะไร ทำที่ไหน เงินเดือนสูงมั้ย สิ่งที่เหล่านี้ทำให้เราไม่ค่อยได้เจอพ่อ ไม่ได้ดูแลอยู่ใกล้ชิด ทำให้เราไม่กล้าที่จะคุยกับพ่อเรืองปัญหาต่างๆกลัวพ่อเสียใจ จนกระทั่งเข้าเรียนวิชาAI คนที่เราควรฟัง ควรดูเป็นตัวอย่าง ทำไมไม่เป็นพ่อเราล่ะ ในเมื่อเราไม่กล้าพูดกับพ่อเรื่องงานของเราให้พ่อฟัง เราก็ลองฟังเรื่องงานของพ่อที่ทำให้พ่อประสบความสำเร็จ เผื่อบางครั้งเราจะได้นำสิ่งที่เราได้ยินจากพ่อมาใช้ในหน้าที่การงาน 2.SUSPENDIND…..seeing with fresh eyes...ห้อยแขวน...หยุด..ฟัง..หยุดตัดสิน บางครั้งสิ่งที่เรากังวล อาจทำให้เรามองข้ามเรื่องดีๆหรือเรื่องที่มีประโยชน์กับตัวเราไปก็ได้ เราก็เหมือนกันกว่าจะลืมสิ่งที่กังวลไปได้ทำให้เราเสียเวลาในการทำงาน เพราะมัวแต่กังวลทั้งๆที่สิ่งที่พ่อพูดให้ฟังนั้นมีประโยชน์กับเราในอนาคตทั้งนั้น จริงอยู่ในตอนแรกพ่อจะอบรมสั่งสอนเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เวลาผ่านไปได้ไม่กี่นาทีพ่อก็เล่าเรื่องการทำงานให้ฟัง เริ่มต้นจากเป็นนายช่างโยธา ข้าราชการ ซี 2 ผ่านอะไรมาบ้าง กว่าได้เป็นผู้อำนวยการแขวงการทาง ควรปกครองลูกน้องแบบไหนเพราะพ่อก็เริ่มต้นจากการเป็นลูกน้องเหมือนกัน ทุกคนทุกตำแหน่งมีความสำคัญต่อองค์กรทั้งสิ้น
    แล้วเราก็ได้เห็นมุมมองของผู้บริหารจากพ่อของเราเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เราเลือกที่จะมองในมุมมองของเราด้านเดียว นั้นคือด้านของผู้ใต้บังคับบัญชา ในด้านของลูกน้องที่ปฏิบัติตามคำสั่ง สิ่งที่พ่อพูดทำให้เราได้มองเห็นภาพของการบริหารงาน บริหารคนมากขึ้น พ่อบอกว่า คำว่า “หัวหน้า” ก็คือคนที่ออกหน้ารับก่อน ไม่ว่าจะเรื่องความดีความชอบ คนเป็นหัวหน้าก็จะได้รับก่อน ถึงแม้ว่าเป็นผลงานของลูกน้องก็ตาม ในทางกลับกัน ถ้าลูกน้องทำผิดโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม “หัวหน้า” ก็จะต้องรับโทษก่อนลูกน้อง พ่อบอกว่าลูกน้องทำงานผิดเสียหายไปเยอะ พ่อก็ถูกหัวหน้าเรียกไปต่อว่าเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เรามีความรู้สึกว่าเราถูกเอาเปรียบโดยหัวหน้า เหมือนประมาณว่า เราถูกขโมยความดีความชอบ แต่เมื่อฟังพ่อพูดเรื่องลักษณะการทำงานแล้ว ทำให้เรารู้สึกเข้าใจโลกของการทำงาน ต่อไปนี้เราควรเริ่มมองปัญหาต่างๆในมุมมองของคนอื่นบ้าง ไม่มองเฉพาะด้านของเราด้านเดียว อีกทั้ง ความรู้สึกไม่กล้าที่จะปรึกษาพ่อ เพราะพ่อจะไม่สบายใจนั้น กลับกลายเป็นว่าหลังจากฟังพ่อพูดแล้ว เราก็มีความรู้สึกเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้ง คือ อยากเล่นกับพ่อ อยากอยู่ใกล้ๆ อยากพูดเรื่องราวต่างๆที่เราไปเจอมาให้พ่อฟัง อยากขอคำปรึกษาคำแนะนำ
  2. who is myself?...what is my work? จริงๆแล้วคนเราก็แปลกมักจะกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ตัวเราเองก็เหมือนกัน มองโลกอยู่มุมเดียว การที่เราได้ฟังพ่อพูดทำให้เราได้รู้ว่าเราไม่ควรกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น....แถมดีซะอีก เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่จะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงลักษณะของการทำงานที่พ่อพูดให้ฟังกลับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับการทำงานของเราด้วย
  3. Prototyping the new by linking head heart hand
    หลังจากที่คุยกะพ่อทำให้เรา เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาว่า การทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้นควรที่ปฎิบัติตนให้เหมาะสม ไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเอง นั้นคือ “ รู้จักมองหลายๆมุม .” ทำให้เราเข้าใจคนอื่นหรือเพื่อนร่วมงานได้มากยิ่งขึ้น การฟังพ่อเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังทำให้เรารู้เหมือนเด็ก...ต่อไปนี้เราอยากดูแลพ่อให้มากกว่านี้ เราคิดว่าต่อไปนี้ ถ้าวันไหนไม่มีเรียน เราจะพยายามกลับบ้านไปนั่งคุยกับพ่อและแม่อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก้อยังดี
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ค่ะ..ส่งช้าไปนิดนะค่ะ..

นายสมชัย ทวีทรัพย์
IP: xxx.183.239.106
เขียนเมื่อ 

นายสมชัย ทวีทรัพย์ 545740132-4

สิ้นเชื่อสาว

วันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้พาเพื่อนสาวของผมไปทานอาหารกลางวัน มันจึงเป็นโอกาสดีที่ผมจะได้ใช้ “U theory” ในการสนทนาครั้งนี้

Downloading past pattern

ลักษณะทางกายภาพของเพื่อนสาวของผมคนนี้  มีรูปร่างเป็นสาวสวย  ตัวไม่สูงมากหนัก บุคลิกดี  ในขั้นของการรับรู้ระดับ Downloading past pattern ของผมจึงคิดว่าเพื่อนสาวของผมคนนี้จะต้องเป็นคนที่เปราะบาง

Suspenind

จากนั้นพวกเราก็ได้สนทนากันในระหว่างการรับประทานอาหาร  สาวน้อยของผมคนนี้ก็ได้เล่าเกี่ยวกับการชีวิตการทำงานของเธอ  ที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ ตำแหน่งหน้าที่ของเธอก็คือ “ตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจของธนาคาร ธกส” (ธนาคาร ธกส คือธนาคารที่ทำงานให้กับรัฐบาล หรือเรียกง่ายๆว่า รัฐวิสาหกิจ และลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือเกษตรกรที่อยู่ในพื้นรับผิดชอบ) เธอก็เล่าเรื่องหน้าที่ของเธอที่เธอต้องทำทุกวันก็คือการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มาต่อติดขอสินเชื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร  และในขั้นตอนก่อนที่เธอจะปล่อยสินเชื่อก็ต้องประเมินสินทรัพย์ของลูกค้าก่อน เธอก็บอกว่าในขั้นตอนนี้เธอต้องออกไปตามท้องไร่ท้องนาเพื่อจะไปประเมินที่ดินและสินทรัพย์ของลูกค้า เธอก็เล่าต่อว่าต้องตากแดดและต้องไปตามที่กันดาน  บางแหล่งรถก็เข้าไปไม่ถึง  “ผมก็ถามเธอว่าถ้าเธอไม่ต้องออกพื้นที่จะได้ไหม” เธอก็ตอบมาว่า ไม่ได้นี้คือหน้าที่ของเธอที่เธอต้องรับผิดชอบ

Redirecting

จากที่ผมได้ฟังเธอเล่าในเรื่องดังกล่าว ผมก็ตะลึงในความสามารถของเธอและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเธอ  ที่มันตรงข้ามจากรูปลักษณะภายนอกของเธออย่างสิ้นเชิง

Presencing

จากนั้นผมก็ได้กลับมาพิจารณาตัวเอง  สิ่งที่ได้จากการพิจารณาตัวเองของผม คือ ผมคือนักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิชาบริหารธุรกิจ และหน้าที่ของผมก็คือการเรียนหนังสือ

Crytallizing

ต้องนี้ผมคือนักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิชาบริหารธุรกิจ และหน้าที่ของผมก็คือการเรียนหนังสือ ดังนั้นผมจึงเกิดเจตนารมณ์ที่จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด คือการตั้งใจเรียน  อย่างเช่นเพื่อนสาวของผมมีความรับผิดต่อหน้าที่การงานของเธอ

Phototyping

ต้องนี้ผมก็เลยต้องใช้เวลาให้กับการเรียนมากขึ้น เช่น ให้เวลาอ่านหนังสือมากขึ้น,เตรียมร่างกายก่อนวันที่ไปเรียนให้พร้อมที่สุด

Performing by operating from the whole

ต้องตั้งใจเรียนให้เป็นนิสัย

U-Theory ตอน หญิงเหล็ก ผมได้ฟังเรื่องราวของคุณแม่มาตั้งแต่เด็กๆ จากคนรอบข้าง ญาติพี่น้องบ้าง ผมรู้สึกว่าผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้ฟังเรื่องราวและประสบการณ์ดีๆ จากผู้หญิงที่รักเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องการช่วยพ่อแม่ทำงาน ผมฟังเรื่องราวต่างมาตั้งแต่เด็กจนโตก็ยังไม่เคยเบื่อครับ ซึ่งหญิงเหล็กที่ผมหมายถึงก็คือคุณแม่ผมเองครับ Downloading ท่านเริ่มเล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนแม่อยู่ต่างอำเภอยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะฉะนั้นทำอะไรก็ตามจะต้องทำให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน แม่ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อที่จะมารอรับหนังสือพิมพ์ไปขายที่สถานีรถไฟเพราะถ้าไปรอรับหนังสือพิมพ์ช้าคนอื่นก็เอาไปขายแม่ก็จะไม่ได้เงินมาใช้และแม่ต้องขายให้หมดก่อนไปโรงเรียนด้วย หลังจากเลิกเรียนแม่ก็จะไปช่วยคุณยายขายของที่ตลาดและกลับมาอาบน้ำเพื่อทบทวนบทเรียนก่อนนอน วันเสาร์และวันอาทิตย์ก็จะไปยืมหนังสือมาอ่าน แม่ไม่มีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เหมือนเด็กสมัยนี้หรอก จนถึงวันหนึ่งที่ทางบ้านพอมีเงินทุนที่จะลงทุนทำธุรกิจ แม่จะบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าจะทำอะไรก็ตามจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีแผนสำรอง ตรงต่อเวลาและที่สำคัญต้องเป็นคนดีซื่อสัจสุจริต จนถึงวันหนึ่งที่พ่อของลูกจากไปด้วยโรคร้าย แม่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกทั้งสี่คนโดยลำพังคนเดียวกว่าสามสิบห้าปี แม่คิดได้อย่างเดียวว่าแม่ต้องสู้ ท้อได้แต่อย่าถอย ถึงแม้ว่าจะโดนทำร้ายแต่ก็ต้องไม่โดนทำลาย แม่ถึงมีทุกวันนี้ได้ เคยสังเกตไหมว่าทำไมพนักงานส่วนใหญ่ทำงานกับแม่มาเกินสิบปีเพราะแม่เอาใจใส่และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่พนักงาน ตั้งแต่เล็กจนโตที่แม่เลี้ยงลูกมาทุกคน แม่รู้เสมอว่าลูกๆ แต่ละคนเป็นยังไง ลูกก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นเด็กเกเรมาก่อน เที่ยวก็เก่ง เรียนก็ไม่เอาไหน ไม่เอาไหน ติดเพื่อนมาก มีเรื่องปวดหัวมาให้แม่อยู่เสมอแต่แม่ไม่เคยบ่นเคยว่า จนมาถึงวันหนึ่งที่ท่านตัดสินใจที่จะส่งลูกไปเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างประเทศเพราะคิดว่าถ้าจบมัธยมปลายไปแล้วอนาคตคงไม่รอด อยากให้ไปเจอสิ่งใหม่ๆ ที่แม่ไม่สามารถสอนได้ แต่แม่ก็ภูมิใจที่ลูกชายคนสุดท้องที่ไม่เอาไหนจะกลับกลายมาเป็นผู้เป็นคนได้ แม้กระทั่งทำงานทุกวันนี้แม่ก็ยังต้องสอนลูกอยู่จนกว่าแม่จะเห็นว่าลูกทำได้แล้ว" SUSPENDIND พอฟังแล้วผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งที่มีคุณแม่คอยห่วงใย ใส่ใจในอนาคต ณ ตอนนั้นผมเข้าใจว่าผมทำตัวแย่มากจนต้องส่งไปดัดนิสัยต่างประเทศเลยเหรอ สิ่งที่ผมจะทำได้ต่อจากนี้คือเรียนให้จบและสืบทอดธุรกิจที่แม่สร้างมากว่าสามสิบห้าปีนี้จนถึงลูกหลานและให้ท่านได้พักผ่อนเต็มที่ตามที่ต้องการ REDIRECTING คุณแม่ของผมทำให้ผมมากขนาดนี้ ถ้าไม่ตอบแทนบุญคุณก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ ผมเป็นคนเรียนไม่เก่งครับแต่ก็จะสู้ไม่ถอยเพื่อทำให้คุณแม่ว่าลูกคนนี้ทำได้ PRESENCING งานของผมคือเป็นคนดีและทดแทนบุญคุณพ่อแม่ครับ CRYSTALLIZING ผมจะสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณแม่ในทุกเรื่องครับ PROTOTYPING ผมเป็นคนหนึ่งครับที่ชอบเสนอแนวคิดการทำงานที่แตกต่างจากเดิมให้แก่องค์กรและพยายามนำมาใช้แทนการทำงานแบบเดิมๆ เพราะคิดเอาเองแบบนี้จึงลืมระบบที่คุณแม่สร้างเอาไว้ ข้อนี้คือข้อเสียของผมเลยครับ ต่อจากนี้คงต้องกลับไปคิดใหม่ ทำใหม่แล้วครับ Back to basic PERFORMING ผมต้องพยายามเรียนรู้ ตั้งใจทำและตั้งใจฟังคุณแม่ให้มากยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่พนักงานครับ

545740115-4
IP: xxx.49.224.190
เขียนเมื่อ 

​หลังจากเรียน AI เรื่องการทำ dialogue 30 นาที จึงได้นำไปคุยกับพี่สาวในครั้งนี้เป็นการคุยผ่านโทรศัพท์เพราะรู้สึกอยากจะคุยกับพี่มากที่สุด อยากหยุดฟังพี่สาว โดยที่เราไม่ต้องคุยโต้ตอบ ซึ่งปรกติคุยกันได้แป๊บเดียวก็ต้องตัดบทสนทนาเพราะมีสาเหตุอะไรหลายอย่างหรือถ้าคุยนานกว่านี้อาจจะทะเลาะกันเพราะความไม่มีเหตุผลของพี่สาว ที่เอาแต่ใจตัวเองเกินไป Downloading past pattern - ...การดึงประสบการณ์ในอดีต มาตัดสิน ​พี่สาวคนนี้ เราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โตมาด้วยกันเพราะคุณแม่ของฉันเป็นคนรับหน้าที่ดูแลแทนก็เหมือนเป็นแม่ของพี่สาวด้วย เนื่องจากพ่อและแม่ของพี่สาวแยกทางกัน และต่างไปมีครอบครัวใหม่ เรามีอายุห่างกัน 8 ปี พี่สาวจะเป็นคนที่เรียนเก่งมาก ฉลาด สอบอะไรที่ไหนก็ติด เธอจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เธอเป็นคนที่ทำกับข้าวอร่อยมาก แต่มีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเอง หงุดหงิดง่าย แต่เวลาที่อารมณ์ดีจะเป็นคนที่น่ารักมากโดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับคุณแม่ของฉัน ซึ่งคุณแม่จะคอยเป็นห่วงพี่สาวตลอดในทุกๆเรื่อง อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พี่สาวเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง จนคนรอบข้างไม่อยากคุยด้วย SUSPENDIND…..seeing with fresh eyes...ห้อยแขวน...หยุด..ฟัง..หยุดตัดสิน ​พี่สาวได้คุยให้ฟังว่า....จริงแล้วคนอาจจะมองว่าเป็นคนนิสัยไม่ดี แต่จริงๆแล้วพี่แค่ไม่ชอบอะไรที่ไม่ถูกต้อง คนก็เลยไม่เข้าใจรวมถึงหลายๆคนก็คิดแต่แบบนี้ พี่ถือว่าโชคดีมากที่มีคนเลี้ยงและดูแลพี่เป็นอย่างดียิ่งกว่าพ่อแม่ของตัวเองซะอีก คุณอาเป็นเหมือนแม่ของพี่ เค้าไม่เคยทำให้พี่รู้สึกขาดหรืออิจฉาคนที่มีพ่อมีแม่เลย พี่อายุ 35 ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็พอใจแล้ว พี่ว่าโชคดีที่เกิดมาเจอแต่คนดีๆ มีสามีที่ดี มีลูกที่น่ารัก แฟนพี่เป็นคนอังกฤษ อายุห่างกัน 12 ปี เป็นวิศวกรโยธา ดูแลงานโปรเจคโซนเอเซีย ก็เป็นงานประมูลการก่อสร้าง โรงแรม โครงการบ้านจัดสรร คอนโด ออกแบบตกแต่งภายใน  มันจะมีหลายๆบริษัทมาทำก็ไม่ใช่เราทำเองทั้งหมด ได้ไปเจอคนแต่ละที่ที่แตกต่าง ไปตรวจงานประเทศนู้นประเทศนี้ ลักษณะการทำงานก็ไม่เหมือนกันในแต่ละที่ เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมในการทำงานของแต่ละที่ แต่ประเทศที่ชอบที่สุดคงเป็นฮ่องกงอยู่ที่นี่หลายปีเลยกว่าจะเสร็จงาน คนไทยเยอะดี อาหารค่อนข้างใกล้เคียงกับเรา คนคงมองว่าพี่ไม่ได้ทำงานวันๆมีแต่หาเรื่องใช้เงิน แต่เค้าไม่เคยมารู้มาเห็นว่าเราทำงานเหนื่อยขนาดไหน แข่งกับสัญญาการว่าจ้าง เสร็จไม่ทันบริษัทก็โดนปรับ เรากลับไปเมืองไทยนั่นมันเป็นช่วงหยุดพักผ่อน เราอยากใช้ชีวิตสบายๆรีแรกซ์พักจากเรื่องงาน พี่ก็เลยไม่ได้สนใจว่าใครจะมองอย่างไร เราใช้เงินเยอะก็อยู่ในขอบเขตที่เราสามารถหาได้ ไม่ได้เดือดร้อนใคร พี่คิดแค่ว่าพยายามทำหน้าที่แต่ละอย่างให้ดีที่สุด เป็นแม่ที่ดีและเป็นภรรยาที่ดี พี่ทำกับข้าวให้เค้าทานทุกวัน ดูแลซึ่งกันและกัน คอยช่วยงานเท่าที่เราจะทำได้  พี่ไม่ได้จบโยธามาแต่ก็เรียนรู้เอา ดูแบบให้เป็น เป็นไปตามสเปคลูกค้าไหม รายละเอียดเยอะ อยู่ที่นี้คิดถึงบ้าน คิดถึงอา คิดถึงน้อง คิดถึงครอบครัว ปีนึงได้กลับบ้านแค่ไม่กี่ครั้ง กลับบ้านก็อยากเจอญาติพี่น้องทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา Redirecting ​ถึงกับทึ่งในตัวพี่สาวไม่เคยคิด ว่าคนอย่างพี่สาวจะทำงาน หรือจะเอาอกเอาใจใครเป็น เข้าใจมาตลอดว่าอยู่ที่นู้นคงไม่ได้ทำอะไร เพราะพี่สาวไม่เคยเล่าให้ฟัง เราก็ไม่เคยถาม หลายสิ่งที่เรามองพี่สาวแบบอคติเป็นเพราะเรามองอยู่มุมเดียว เพราะเค้าเอาแต่ใจตัวเองเลยไม่อยากสนใจ บางทีก็รำคาญชอบเจ้ากี้เจ้าการไปซะทุกเรื่อง แต่จริงๆพี่เค้ารักทุกคนมาก Presencing ​ตอนนี้เรายังเป็นนักศึกษาปริญญาโท สิ่งที่สำคัญในตอนนี้ คือ ตั้งใจเรียนอีก และทำหน้าที่ของตัวเองในตอนนี้ให้ดีที่สุด   Crytallizing ​เมื่อเรียนจบนำความรู้ที่มีไปช่วยกิจการที่บ้าน และอยากทำกับข้าวให้เก่งๆ Phototyping ​การพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน และฝึกทำกับข้าวจากแม่ จะได้ทำกับข้าวให้แม่ทานบ้าง

เขียนเมื่อ 
การฟัง 30 นาที ของภริยา ผม เนื่องจากผมและภริยาผมกำลังจะเปิดร้านกาแฟ ชื่อ ร้าน พาเพลิน  cafe &Bakery. ซึ้งปกติตัวเองนิสัยส่วนตัวจะไม่ค่อยฟังความเห็นของผู้อื่นโดยเฉพาะภริยา ชอบคิดว่าตัวเองเก่ง จะฟังได้ไม่เกิน 5 นาทีผมก็จะตอบโต้กลับคืน ผมเลยลองใช่ วิธีที่ ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ โดยการลองฟังผู้อื่นโดยเฉพาะภริยา สัก 30 นาที เพื่อเป็นการปรับทัศนคติ ต่อภริยาที่ผมไม่ค่อยเชื่อเลย ผมเลยลองฟังดู 30 นาที เหมือนจะขาดใจ แต่ฟังได้ นะ
ได้อะไรจากการสนทนา  
-  ได้ความอดทน เนื่องจากการฟังตลอด 30 นาที ผมต้องกัดฟันฟังและตั้งใจฟังไปอย่างมากโดยไม่ตอบโต้อะไรเลย ภริยารู้ดีว่าจะไม่ตอบโต้ (โดยว่าซะเละเลย เหมือนไม่เคย มีอะไรอยู่ในใจมานานมาก)
- ได้แนวคิดในการตกแต่งร้าน คบกันมานาน จะ 10 ปีเพิ่งรู้ว่าภริยาหัวคิดดีมาก เพราะปกติภริยาจะฟังเรา และไม่กล้าที่จะออกความคิดเห็น
- ได้แนวคิดว่าผู้หญิงสามารถ พูดเรื่องการทำร้านกาแฟ แล้วสามารถวกไปเรื่องชีวิตประจำวันได้ โดยไม่รู้ตัว 
- ได้รู้จักฟังคนที่ใกล้ตัวเราที่สุด ซึ้งปกติจะไม่ฟังเลย คิดว่าตัวเองถูกอยู่เสมอ เราลืมไปว่าร้านกาแฟนี้ จริงๆแล้วคือร้านของภริยา
ได้แรงบันดานใจอะไรในการสนทนา

การฟังการสนทนาครั้งนี้ มีความรู้สึกว่าได้อะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนมันจะทำให้เราปรับทัศนคติหลายๆอย่างที่ตรงกัน ทำให้เรารู้จักฟังมากขึ้น สามารถให้ตัวเราและภริยาก้าวไปพร้อมกันในการทำธุรกิจครอบครัว จะเอาการฟัง แค่ 30 นาทีนี้จะเอาปรับใช่หับคนในครอบครัวและองค์กร ให้มากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ดร.ภิญโญ ที่ทำให้การสนทนาครั้งนี้ ทำให้ผมเข้าใจหลายๆในตัวภริยาถ้าไม่ให้ภริยาพูดในวันนี้ผมก็จะดันต่อไป ไม่ฟังใคร ได้ฟังภริยาก็ได้แง่คิดอีก มุมหนึ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

545740007-7 น.ส.กาญจนาภรณ์ บุญล้น ดิฉันได้ไปทานข้าวกับเพื่อนคนหนึ่งที่เคยเรียน ป.ตรี ด้วยกัน ก็เลยลองให้เธอช่วยเล่าเรื่องราวให้ฟัง Downloading เพื่อนคนนี้เป็นคนที่เรียนเก่งมาก เคยเป็นนักเรียนโอลิมปิกวิชาการ ปัจจุบันเป็นนักเรียนทุน พสวท. มีเงินทุนใช้ทุกเดือน เธอขยันอ่านหนังสือ แต่เธอก็ยังคงมีช่วงเวลาในการใช้ชีวิตสนุกสนาน เฮฮา เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป
Seeing เพื่อนคนนี้ได้รับทุนการศึกษาทุกเดือน พ่อแม่มีอาชีพรับราชการครูทั้งคู่ ในช่วงหลังเลิกเรียน เขาจะรับสอนพิเศษแทบทุกวัน ทั้งๆที่บางวันมีเรียนทั้งวัน แล้วยังต้องมาสอนพิเศษอีก Sensing ดิฉันมีความรู้สึกว่าเขาไม่เหนื่อยหรอ (ปัจจุบันเธอเรียนต่อ ป.โท จุฬา เธอพักอยู่แถวจุฬา แต่บางวันเธอต้องนั่งรถเมลล์เพื่อไปสอนพิเศษเด็กถึงรังสิต) ทำไมต้องหาเงินเพิ่มอิก ทั้งๆ ที่เงินทุนก็ได้ทุกเดือน พ่อ แม่ก็เป็นครูทั้งคู่ เธอน่าจะมีเงินเหลือใช้ด้วยซ้ำ
Letting go ในระหว่างที่เธอเล่า เธอไม่เคยพูดคำว่าเหนื่อยเลย แต่เธอกลับบอกว่า เธอจำเป็นที่จะต้องทำ เพราะฐานะทางบ้านของเธอไม่ดีนัก เธอบอกว่าพ่อ แม่เธอแยกทางกัน ตอนนี้พ่อลาออกจากการเป็นครู เนื่องจากออกไปทำธุรกิจขายตรง เขาและน้องสาวอยู่กับแม่ เงินเดือนของแม่แบ่งใช้จ่ายในหลายอย่างทั้งผ่อนรถ ส่งให้น้อง (น้องเรียนที่ มมส.)ช่วงหลังมาพ่อของเธอไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ และในบางเดือนพ่อของเธอมาขอยืมเงินเธอไปใช้ด้วย เธอบอกว่าในความรู้สึกจริงๆ คิดว่า ชีวิตนี้อาจพึ่งพ่อไม่ได้ เธอจึงต้องดิ้นรนขนาดนี้ แต่ในความรู้สึกที่มีต่อพ่อ ยังไงก็คือพ่อ เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องหารายได้เสริม เพราะเงินทุนที่ได้แต่ละเดือนก็ยังไม่พียงพอในการใช้จ่ายแต่ละเดือน และการใช้ชีวิตในเมืองกรุงล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายมาก ซึ่งการที่เธอได้สอนพิเศษเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้ของแม่ได้ด้วย สรุปคือเธอสามารถหาเงินใช้เองโดยที่ไม่ต้องขอแม่เพิ่มอีก Who is my self? ดิฉันได้ลองย้อนกลับมาที่ตัวเองว่า เราอยู่ในครอบครัวที่มีพร้องทุกอย่าง ทั้งพ่อแม่ เงินทองและในขณะนี้เรากำลังเรียนอยู่ เราทำหน้าที่ได้ดีแล้วหรือยัง เราต้องทำอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ What is my work? ณ ตอนนี้ เวลานี้เรากำลังเรียน ควรที่จะตั้งใจเรียนให้เต็มที่ ถึงแม้จะไม่สามารถทำงานประจำได้ก็เลยอยากจะหารายได้พิเศษบ้าง ไม่ใช่แค่เรียน และรอขอตังค์พ่อแม่อย่างเดียว เพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายของที่บ้านได้บ้าง Crystallizating ดิฉันได้ลองสอนพิเศษเด็ก ซึ่งการสอนนี้ไม่เป็นเพียงการหารายได้เสริมเท่านั้น ยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองหรือเอาชนะความกล้าของตัวเอง จากที่แต่ก่อนเคยมีความรู้สึกว่าเป็นคนพูดไม่เก่ง คงจะอธิบายคนอื่นไม่รู้เรื่อง อยากจะลองลงมือทำดูจริงๆ จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง

ผมมีโอกาสได้ลงวิชา AI กับ อ.ภิญโญ และชัวโมงแรก ได้เรียนเรื่อง U-theory ครับ เนื่องจาก สอนเรื่อง U-theory และ Dialogue พร้อมทั้งให้ปฎิบัติกันสดๆ บอกตามตรงว่าชอบนะ เพราะ ขี้เกียจนั้งเรียนเฉยๆ โดยได้จับคู่กับใครก็ได้แล้วนั้งฟังเขาพูดเรื่องของเขาให้เราฟัง เรื่องรอบ ตัว เรื่องชีวิต และให้เราฟังโดยไม่มีการโต้ตอบ ก็สนุกและรู้สึกว่าชีวิตของคนอื่นนี้ก็มีอะไรที่น่า สนใจอยู่มาก โดยไม่เหมือนกับภาพที่เราจินตนาการจากการที่มองเขาก่อนที่จะได้ฟังเรื่องของ เขา เขามีแง่มุมของชีวิตที่น่าสนใจ และมีอะไรที่แชร์ให้เราฟังแล้วรู้สึกสนุกและชอบอะไรในตัวคู่ ของเราอย่างบอกไม่ถูก สรุปก็เข้าใจหลักการในของ U-theory และ Dialogue แล้วหลังจาก เรียนจบชั่วโมง ก็มีการบ้านตามระเบียบ แต่การบ้านนี้ครั้งน่าสนุก(คิดในใจ) และนี้คือการบ้าน ของผม ระหว่างผมกับพ่อ DOWNLOADING past pattern ผมได้เขาไปหาพ่อของผมและขอให้เขาช่วยทําการบ้านโดยที่ตอนแรกพ่อก็งงและปฎิเสธเพราะ เขาคิดว่าเขาคงจะช่วยเราไม่ได้ แต่เราก็บอกไปว่าช่วยได้คับ ไม่ยาก ไม่ต้องอะไรมาก ขอฟัง อย่างเดียว โดยที่พ่อก็ค่อนข้างงง กับการบ้านที่ผมไปขอความช่วยเหลือ เพราะตั้งแต่เกิดมาพ่อ ผมไม่เคยสอนการบ้านผมเลย เพราะจะมีครูสอนพิเศษตั้งแต่เล็ก โดยสถาณการณ์ของผมและ พ่อไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ พูดกับเป็นต้องเถียงกันอยู่บ่อยๆ (แทบจะทุกเรื่อง) แต่ครั้งนี้ผมพร้อม ที่จะฟังและหุบปากไม่ผู้อะไร ระหว่างการสนทนา SUSPENDIND นั่งฟังพ่อตัวเองพูดก็เป็นเรื่องทั่วไปที่ผมก็รู้อยู่แล้วแต่มันแปลกตรงที่ว่าครั้งนี้ผมสนใจที่จะฟัง มากขึ้นและตั้งใจที่รับข้อมูลโดยไม่คิดที่จะพูดอะไรกลับได้แต่คิดและนึกตาม ซึ้งต่างจากปกติ ที่ พ่อผมจะสั่งผมให้ทํางานต่างๆ ท่านผู้ถึงความเป็นมาของตัวเอง และทําให้ผมเห็นว่ากว่าที่พ่อจะ ก้าวมายืนอยู่จุดนี้ต้องผ่านอุปสรรคอะไรมามากมาย ผมเห็นแค่ผลงาน ไม่เคยมองเห็นแนวทาง ว่าสิ่งแวดล้อมในยุคของท่านเป็นอย่างไร ต้องอดทนแค่ไหน การที่เป็นหัวหน้าครอบครัวต้อง คอยระมัดระวังและ เป็นห่วง ชีวิตของคนรอบข้างแค่ไหน REDIRECTING สิ่งที่พ่อพูดให้ฟังเรื่องการยอมเป็นผู้เสียสละมันยิ่งใหญ่อย่างไร ทําให้ผมยอมที่จะลดทิฐิของตัว เองลง แล้วผมก็มองตัวเองกับอารมณ์ที่ผมเคยแสดงออกทั้งกับคนในครอบครัว จากที่คิดว่า โดนใช้งานหนักอย่างโน้นอย่างงี้ ผมเองยังไม่ได้เสียสละตัวเองได้ถึงครึ่งของที่พ่อผมสละความ สุขส่วนตัวมาเลยด้วยซ้ํา ผมรู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่ผมทําอยู่ในทุกวันนี้มันเป็นหน้าที่ที่ทําไปตาม ตําแหน่งที่รับผิดชอบเท่านั้น ยังไม่ได้เสียสละและอุทิศตัวให้กับกิจการของครอบครัวเลย (มัน ช่างน่าอายซะจริงๆ) PRESENCING ผมรู้สึกว่าผมเองทํางานตามหน้าที่ได้ดีแล้ว แต่การอุทิศตัวให้กับงานที่ทํามันคงจะทําให้กิจการ ของครอบครัวไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ เอาใจใส่กับความรู้สึก และมองอนาคตของพวกเขาไป พร้อมกับอนาคตของตัวเอง พวกเขาดีเราก็ดีไปด้วย ผมบอกกับตัวเองระหว่างที่พ่อพูด แต่ไม่ ได้บอกท่านนะว่า ผมจะตั้งใจทําให้อนาคตของธุรกิจให้ดี เพื่อตอบแทนกับเวลาที่ท่านเสียสละ มาทั้งชีวิต ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้ เพื่อที่คนในครอบครัวจะได้สบาย เพื่อที่จะให้พ่อได้สบายบ้าง ผมสบายมาเยอะแล้ว CRYTALLIZING ผมเองจะเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อและทําหน้าที่แทนพ่อ เพราะพ่อเหนื่อยมากมากแล้วครับ และเจตนารมย์ที่ผมได้จากการทําการบ้านชิ้นนี้ พูดง่ายคือทําหน้าที่ทํางานแทนพ่อพูดให้น้อยทําให้มาก ทําให้ดี ทําให้ได้ ทําเพื่อให้คนอื่นมี ความสุข และผมเองคงจะมีความสุข เมื่อวันนั้นมากถึงผมคงจะมีความสุขมาก และ Dialogue ระหว่างพ่อกับผมก็จบลงด้วยดี และมีอะไรดีๆให้ผมกลับมามองย้อนดูตัวเอง ด้วยหลายเรื่อง และต้องขอบคุณอ.ภิญโญ กับ วิชา AI มา ณ โอกาสนี้ด้วย ศุภกิจ อารยะสัจพงษ์ 535740401-2

ชื่อเรื่อง..." ไม่น่าเชื่อกะอีแค่เรื่องจักรยาน"...

DOWNLOADING

การสนทนากับเพื่อนสนิทมากคนหนึ่ง เริ่มการสนทนาด้วยเรื่องทั่วไปที่ฟังดูน่าเบื่อ ฟังไปก็พาลคิดไปว่าเธอทำไม่ได้หรอกเชื่อเถอะ อ้วนยังกะหมูเดี๋ยวพรุ่งนี้ความตั้งใจเธอก็หมดเชื่อเรา เพราะเรื่องทั้งหมดที่เพื่อนพูดมาเป็นเรื่องของไฟในการปั่นจักรยานที่ถูกปลุกขึ้นอีกครั้งหลังจากได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเพื่อนคนนี้อ้วนมาก เราจึงตัดสินในความคิดของตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกชั่ววูบ ตัดสินเค้าด้วยความคิดตัวเองต่างๆนานาว่าเรื่องราวช่างไร้สาระบ้างล่ะ เธอไม่มีทางทำได้บ้างล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็เลิกคิดบ้างล่ะ เป็นต้น

SUSPENDIND

แต่พอเริ่มฟังนานเข้าเริ่มรู้สึกคล้อยตามถึงสิ่งที่เค้าพูด แม้มันจะเป็นเพียงเรื่องของการปั่นจักรยาน แต่ในอดีตนั้นสิ่งนี้เคยเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเค้าถึงขั้นทำมันเป็นกิจวัตรประจำวันในทุกๆวันรวมทั้งเคยเข้าแข่งขันมาแล้วอีกต่างหาก แต่ในปัจจุบันนี้ความฝันนั้นถูกลืมไปตามกาลเวลาและช่วงอายุที่ล่วงเลยไป มองย้อนกลับไปจะเห็นจักรยานที่เคยล้ำค่ามากมายจอดอยู่โดยที่ไม่เคยใช้มันอีกเลย ยังรวมไปถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เวลาปั่นกับพ่อทุกวันเป็นช่วงเวลาที่พ่อลูกได้ใช้ร่วมกัน แต่ทุกวันนี้เวลาเหล่านั้นกลับไม่มีอีกแล้ว เพราะอะไร และทำไมนะเค้าคิดว่าควรเรียกช่วงเวลาเหล่านั้นกลับคืนมา ฟังไปฟังมามันก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันที่หนังสือเพียงเล่มหนึ่งทำให้ได้ฉุกคิดถึงสิ่งที่มองข้ามไปได้ถึงเพียงนี้

REDIRECTING

หลายๆจุดของคำพูดที่พูดออกไปเรื่อยๆนั้นทำให้เราเองได้คิดตามและย้อนมองตัวเองเสมอว่า ก็จริงนะหลายเรื่องที่เคยเป็นความตั้งใจเคยทำมันเป็นประจำอะไรล่ะที่ทุกวันนี้เราลืมและเลิกมันไปด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง และที่ชอบมากๆคือเรื่องของการใช้เวลาร่วมกับคนในครอบครัวซึ่งเป็นสังคมแรกในชีวิตเรานั้นอะไรล่ะที่เราเคยทำแล้วทุกวันนี้เลิกไป เพียงเพราะว่าเราโตขึ้นสังคมใหญ่ขึ้นจนมองข้ามความใส่ใจที่เคยให้กับสังคมแรกของเราไป ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดและเสียใจที่มีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง มัวแต่ห่วงสังคมใหญ่ของตัวเอง ห่วงเรื่องอื่นๆมากมายของตัวเองจนไม่สนใจใช้เวลากับครอบครัวมากๆเหมือนเมื่อตอนเรายังเด็กที่ไม่มีใครมีเพียงแค่พ่อแม่ ทุกวันนี้ในขณะที่สังคมเราใหญ่ขึ้น แต่พ่อกับแม่ที่มีแค่เรากลับต้องอยู่เหงาๆสองคนเสมอมันถูกแล้วหรือ

PRESENCING

ดังนั้นจึงเกิดเป็นความตั้งใจว่าจากนี้จะหยุดไปไปไปและพักกับครอบครัวบ้าง หยุดคิดถึงแต่ตัวเอง คิดถึงแต่สังคมของตัวเอง เรื่องต่างๆในชีวิตตัวเอง และแบ่งเวลาในทุกๆวันให้กับครอบครัว ใช้เวลาร่วมกันเล็กๆอย่างกินข้าวพร้อมหน้าครอบครัว ออกไปเที่ยว ไปทำบุญ หรือแม้แต่ดูทีวีและพูดคุยพร้อมหน้ากัน เพียงเท่านี้คงเป็นเรื่องเล็กมากๆที่ทุกวันนี้เราไม่ได้ทำเลยและเมื่อได้ทำแล้วคงทำให้สังคมแรกในชีวิตของเราอย่างครอบครัวมีความสุขขึ้นมาก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจจริงๆไม่รู้ตัวเลยว่าเรื่องแค่นี้ที่ควรทำและใครๆก็ทำแต่เรานั้นไม่ได้ทำเลย

CRYTALLIZING

คงต้องขอบคุณวิชา AI นี้ และเพื่อนคนนี้ที่ไม่น่าเชื่อว่าการฟังเรื่องที่เหมือนจะไร้สาระของเพื่อนคนหนึ่ง แต่กลับทำให้เรามองเห็นสิ่งเล็กๆที่สำคัญมากๆนี้ ถ้าไม่ได้ฟังในวันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันไหนจะรู้ตัวและคิดได้ว่าหลงลืมอะไรที่สำคัญไป การฟังในวันนี้มองเผินๆเหมือนการพูดถึงความฝันที่หลงลืมไปของคนๆหนึ่งพลังที่ถูกกระตุ้นให้สานต่อฝันของคนๆหนึ่ง แต่ดิฉันคิดว่าการตีความของเรื่องที่ฟังนั้นคงแตกต่างกันไปตามบุคคลที่เป็นผู้ฟังเช่นกัน ว่าเรื่องราวนั้นๆที่เรารับฟังจะสะกิดใจใครในเรื่องใด แต่ที่แน่ๆการตั้งใจฟังกันเพียงชั่วเวลาสั้นๆแบบเปิดใจนั้นมีประโยชน์และสำคัญสำหรับชีวิตมนุษย์ทุกคนจริงๆค่ะ

นางสาวนงชนัฐ มีจันทร์ 535740430-5

เขียนเมื่อ 

1.Downloading past pattern...การดึงประสบการณ์ในอดีต มาตัดสิน หลังจากที่เข้าใจแบบคร่าวๆ แล้วก็ไปศึกษา ในเว็บของอาจารย์ อีกทีว่าอาจารย์สอนเรื่องอะไรต้องการให้เรียนรู้อะไร และได้อะไร กับเรื่องนี้เพื่อนำมาใช้กับ ตัวเองกับองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและก็ได้เริ่มทำการบ้านของอาจารย์ด้วยความบังเอิญ ที่ต้องไปเจอเพื่อนที่ไม่เจอกันมาเป็น 30ปีไม่เคยได้พูดคุยอะไรกันเลยหลังจากเรียนจบ ป.7 รุ่นสุดท้าย เมื่อมาเจอกันพอได้เห็นเธอครั้งแรก ดูเธอยังสวยดูดีมีรสนิยม ทั้งการแต่งกายท่าทาง. ไม่แก่เกินวัย เหมือนได้รับการดูแลร่างกายมาเป็นอย่างดีดูแล้วก็รู้สึกว่าเธอ เป็นคนมีฐานะเป็นอย่างมาก และคิดว่าชีวิตเธอคงจะมีความสุขมากๆ คงจะไม่มีความทุกข์ใจใดๆเลย
2.SUSPENDIND…..seeing with fresh eyes...ห้อยแขวน...หยุด..ฟัง..หยุด แต่พอได้พูดคุยกับเธอช่วงแรก ๆ ก็ได้ทราบว่าเธอ มาอยู่ขอนแก่น นานหลายปีและไม่เคยเจอกันเลยทั้งๆที่อยู่จังหวัดเดียวกัน เธอเล่าว่า เธอเรียนจบ ป.7 ก็ได้แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นลูกเศรษฐี. จึงไม่ได้เรียนต่อ( เธอเป็นคนสวยตั้งแต่งเด็กจึงไม่แปลกเลยที่จะได้แต่งงานก่อน). เธอเล่าว่าชีวิตของเธอมีความสุขสบายดีมากไม่เดือนร้อนอะไรเลย โดยเฉพาะเงินทอง. แถมมีสามีที่คอยดูแลเอาใจใส่ จะไปไหนสามีจะบริการไปรับส่งเสมอไม่ให้ลำบาก และเธอก็โชดดีที่ สามีให้ดูแลเรื่องเงินภายในบ้านทั้งหมด ( อย่างที่ผู้หญิงอย่าเราๆใฝ่ฝัน). เธอเล่าว่าเธอ ณ.ปัจจุบันเธอสบายดีมากมีทุกอย่าง มากมายไม่ขาดอะไรเลย ฉันฟังก็อดดีใจไปกับเธอไม่ได้ คิดในใจว่า ทำไมเธอโชดดีจริงๆนะ เพราะคนเราจะมีสักกี่คนที่มีวาสนาดี เช่นเธอ เธอบอกกิจการของเธอ ทำงานอาทิตย์ละ 3วัน คือวันที่สินค้าเข้า และกระจายสินค้าให้กับผู้จำหน่ายปลีก (สินค้าถูกกฎหมายค่ะ). แต่ส่วนมากสามีทำ ส่วนใหญ่เธอจะว่าง. ไปออกกำลังกาย ออกงานสังคมขายเพชรเป็นอาชีพเสริม. ยิ่งฟังเธอพูดก็ยิ่ง ดีใจไปกับเธอ ในใจคิดอีกว่า เมื่อไหร่เราจะมานั่งพูดอย่างนี้นะมันคงมีความสุขมากนะ เพราะคนเราไม่มีทุกข์เรื่องเงิน เรื่องสามี มันดูสุดยอดของมนุษย์แล้วฉันก็ได้เอ่ยป่กชมเธอหลายครั้ง แล้วก็บอกว่า แต่ก่อนเธอมีแม่สามีและอาม่า ที่เข้มงวดมากตอนที่อาม่ามีชีวิตอยู่ เธอบอกว่ากดดันมาก ต้องดูแลคนป่วย ต้องใช้ความอดทนสูง เป็นสะไภ้คนรวยมันก็ไม่ง่ายเลยโดนดูถูก สบายกายแต่ไม่สบายใจ ต้องอดทนมานานหลายสิบปี กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ มันก็ทำให้ฉันได้คิดในเรื่องของตัวเองขึ้นมาแวบ นึงว่า เออเราก็โชดดีนะ ที่ผ่านมาเราไม่มีโอกาส ได้สัมผัสกับพ่อแม่สามีเพราะพ่อสามีอยู่ต่างจังหวัดนานๆ ไปเยี่ยมที แต่ท่านก็เมตตาเราดีมาก และท่านก็ไม่ขั้นตอนเยอะเข้าหาง่าย หรืออาจจะเป็นเพราะท่านฐานะปานกลางหรือเปล่าไม่รู้ จึงทำให้ไม่เห็น อาการหวงลูกชาย555. แต่ความจริงคงไม่หรอก ท่านเป็นคนน่ารัก และมีเมตตา ใจจริงๆยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าเราเป็นเพื่อน เราจะอดทนได้เหมือนเพื่อนหรือเปล่านะ เพราะเราเอาใจคนไม่เก่งเลยที่ผ่านมามีแต่สามีดูแลเรา และดูแล คุณพ่อเราทำให้คิดขึ้นมาได้ว่าเออเราไม่รวยเหมือนเขาแต่เรายังโชดดีที่เจอคนรอบเขาดีๆนะ พร้อมกับคิดในใจว่า เงินทองมันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญเสนอไป. จริงๆมันเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนองความต้องการให้เราเท่านั้น แต่พอคุยกับเธอซักพัก กำลังเคลิ้ม ความโชดดีของเธออยู่นั้นเธอก็ถามถึงลูกฉันว้ามีกี่คน ผู้หญิงผู่ชาย. ฉันก็บอกเธอไปว่า ผู้หญิง 3คน เธอก็พูดแบบดีใจว่า ดีนะฉันมีลูกผู้ชาย 3 คน พอมาถึงเรื่องลูกเธอ เธอกลับเริ่มมีสีหน้าท่าทางไม่ค่อย จะดีเท่าไรแรกๆ ก็ไม่คิดอะไร ปล่อยให้เธอเล่าไปเรื่อยๆ เธอเล่าว่า ลูกเธอ ทุกคนส่งไปโครงการแลกเปลี่ยนทุกคน ตอนนี้คนโตอยู่มข . เรียนไม่จบซักทีเพื่อนๆจบกันหมด ช่วงที่เล่า เธอเริ่มไม่ค่อย ok. เท่าไหร่. เธอบอกคนที่2 อยู่แคนาดา. (โครงการแลกเปลี่ยน)คนที่3. กำลังปี1มช. เธอเริ่มที่จะบ่นเรื่องลูกให้ฟังว่า ลูกเธอใช้เงินเก่ง บอกไม่เชื่อฟัง ติดเพื่อน ดูๆเธอเครียดกับลูกมาก เธอบอกซื้อคอนโด ที่กรุงเทพฯให้ลูกอยู่ ลูกก็ไม่ สนใจลูกขอแต่เงิน ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไรแถมสามีก็รักลูกมากกว่าเธอซะอีก ทำให้ไม่มีใครจะปรามลูกเธอได้ เมื่อฟังมาถึงจุดนี้แล้วจากที่กำลังดีใจกับเธอในวาสนา. กับรู้สึกเห็นใจเธอ ก็ได้ปลอบใจเธอ และพยายามหาวิธีที่จะช่วยเธอให้ได้ ลำพังตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์. ในการเลี้ยงลูกชาย จึงให้ความคิดเห็นไม่ได้ แต่จากการพูดของเธอ รู้สึกว่าเธอจะชอบนั่งสมาธิ และทำบุญมากคนหนึ่ง. แค่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ชวนลูกเข้ากิจกรรมเหล่านี้ด้วยเลยอาจคงเป็นเพราะ เธอคิดว่ามันเป็นกิจกรรมผู้ใหญ่ จึงลืมที่จะชวนลูกไปร่วมกิจกรรมนี้ด้วย ฉันมีความรู้สึกเห็นใจเธอและอยากจะช่วยเธอ โดยอยากจะให้เธอและลูกมีความคิดอันเดียวกันเห็นใจกัน ฉันจึงอยากจะแนะนำเธอเมื่อมีโอกาส ว่าให้เธอพาลูกไปด้วยทุกครั้งที่มีโอกาส ให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธอและพร้อมทั้งได้เข้าใจในหลักพุทธศาสนา 2.who is myself?...what is my work?ปรับปรุงอะไรในตัวเองและนำมาใช้ในงาน การที่ฉันมาเจอเพื่อนเก่าทำให้ฉันรู้ว่าบางครั้งมีเงินทองมากมายก้อไม่อาจทำให้เรามีความสุขได้ ดังนั้นเวลาที่ฉันทำงานมากๆและต้องไปต่างจังหวัดทำให้ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว ฉันควรจะแบ่งเวลาให้ถูกต้องถ้าไม่ว่างจริงๆก้อต้องหาเวลาในการอยู่กับครอบครัวและสอนลูกให้ถูกวิธี ส่วนในเรื่องการทำงานพอฉันได้คุยกับเพื่อนฉันก็ได้เกิดมุมมองอีกเรื่องขึ้นมาคือเรื่องของบุคลิก การวางตัว เพื่อนฉันคนนี้จบเพียงแค่ ป. 7แต่เค้าดูดี ดูมีความรู้ แต่มันขึ้นอยู่ที่การวางตัวและการพูดจาดูน่าถือ ดังนั้นในเรื่องการบริหารงานนั้นขึ้นอยู้กับการวางตัวน่าเชื่อถือ บุคลิก อีกทั้งทัศนวิสัยการมองของเราด้วย

3.Prototyping the new by linking head heart hand/วิสัยทัศน์ กำหนดเป้าหมาย ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เงินทองไม่ใช่เรื่องใหญ่ขึ้นอยู่การเลี้ยงดูของเรา จริงอยู่ว่าเลี้ยงลูกบังคับได้แต่ตัว แต่บังคับจิตใจเค้าไม่ได้ ฉนั้นฉันว่าคิดว่าต่อไปเวลาที่ฉันอยู่กับลูก ฉันจะรักเค้าให้ถูกทางและสอนให้เค้ามีจิตใจที่ดีเป็นคนดีของสังคม และบอกเค้าว่า "พ่อแม่ไม่ได้อยู่ดูแลลูกตลอด ฉนั้นลูกต้องรู้จักดูแลตัวเองในสังคม"

เขียนเมื่อ 

ธัญญพัทธ์ โรจน์อมรเจริญ 5455740383-9

535740317-1 นายอุกฤษณ์ หนูนาค
IP: xxx.2.148.98
เขียนเมื่อ 

535740317-1 นาย อุกฤษณ์ หนูนาค(สมาชิกสภาเทศบาลตำบล สีชมพู)

เส้นทางการเป็นสมาชิกสภาเทศบาล และ พร้อมทั้งเป้าหมายชีวิต

      ครอบครัวผมเป็นครอบครัวข้าราชการคุณพ่อต้องย้ายที่ทำงานอยู่เป็นประจำ พ่อแม่เป็นคนภาคใต้(จังหวัด.นครศรีธรรมราช)ย้ายมาอยู่ที่จังหวัด.ขอนแก่นเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วรู้จักกับข้าราชการในจังหวัดขอนแก่นเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยเข้าถึงประชาชนและวิถีชีวิตของชาวไร่ชาวนาเลย ส่วนตัวผมเองก็เรียนหนังสือที่อำเภอ สีชมพู ถึงชั้น ม.3แล้วเดินทางไปเรียนหนังสือต่อ(จบวิศวกรรมศาสตร์สาขาอิเล็กทรอนิกส์)พร้อมทั้งทำงานต่อที่กรุงเทพฯ(ภาคตะวันออก)ไม่เคยคิดกลับมาที่บ้านอีกเลย เป็นระยะเวลานาน พึ่งกลับมาอยู่เมื่อประมาณ 5 ปี่ที่แล้ว เนื่องจากคุณพ่อและคุณแม่ไม่สบาย(เป็นมะเร็ง)ชีวิตเจอแต่สิ่งที่ทันสมัยศรีวิลัยได้พบได้เจอแต่บุคคลที่ทำงานดีๆ มีความคิดที่ทันสมัยใช้แต่เทคโนโลยี ได้พบได้เจอแต่สิ่งที่สะอาดสวยงาม สบายหูสบายตา และคิดว่าจะได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ และคงไม่ได้กลับมาอีกแล้วที่อำเภอสีชมพู .....ที่ ที่ ปัจจุบันผมยังคงอยู่และจะอยู่ตลอดไป 

DOWNLOADING past pattern หมายถึงการดึงประสบการณ์นอดีด มาตัดสิน

      จะว่าไปแล้วชีวิตผมเป็นชีวิตที่สะดวกสบาย เป็นชีวิตของคนในเมืองก็ว่าได้เพราะเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 14 ปี มาเรียนหนังสือต่อเมื่อเรียนจบก็ทำงานที่กรุงเทพฯ ปริมณทลและภาคตะวันออก ทำงานอะไรก็สำเร็จ หน้าที่การงานก็ก้าวหน้า ปี่หนึ่งขึ้นเงินเดือน 3 ครั้ง ซึ่งก็ไม่เคยมีใครเลยที่ได้รับโอกาสอย่างผม เพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนจบมาด้วยกัน ก็เป็นลูกน้องผมเกรดเฉลี่ยก็ดีกว่าผมเยอะ แต่ทำงานหรือสั่งงานอะไรไม่ได้ ผมทำงานทุกอย่างที่ตัดสินใจเองหรือได้รับมอบหมายประสบความสำเร็จดีเยี่ยมทุกงาน จึงทำให้ผมทะนงตนเองมาก หลังๆมาผมมองไม่เห็นความสำคัญของใคร และมองตนเองเป็นใหญ่..... 

SUSPENDIND seeing with fresh eyes...ห้อยแขวน...หยุด..ฟัง..หยุดตัดสิน

      ผมกลับมาอยู่บ้านได้ 6 เดือน มีอยู่วันหนึ่งคุณพ่อท่านบอกให้ผมออกไปเที่ยวที่นอกบ้านบ้าง ไปเจอเพื่อนบ้าง ผมจึงออกไปเที่ยวตามบ้านเพื่อนซึ่งไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย เพราะเดือนนั้นเป็นเดือนที่ทำนากัน ผมจึงไปหาเพื่อนที่เถียงนา ได้นั่งฟังคนที่อยู่เถียงนาของเพื่อน..ซึ่งจะมีคนมาเยอะแยะเพื่อพักกินอาหารกลางวัน(มีทั้งคนเลี้ยงสัตว์ ชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา คนหาปลา)เมื่อทุกคนกินอาหารเสร็จแล้วก็จะพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาชีวิตครอบครัว และประสบการณ์ต่างๆในชีวิต ซึ่งก็อะไรคล้ายๆ Dialogue นี่แหละ ที่ท่านอาจารย์ได้สอน ในตอนนั้นผมได้รับข้อมูลใหม่ๆเข้ามา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อนเลย....

REDIRECTING Sensing from the field

      ในตอนนั้น ผมเริ่มเข้าใจว่า ทำไหมเกษตรกรเกือบทุกครัวเรือนจึงมีแต่ความทุกข์ ที่เกิดจากการมีหนี้สิน การหารายได้ไม่พอต่อเดือน ครอบครับแตกแยก การอพยบย้ายถิ่นฐานเข้าสู้ชุมชนเมือง ผมเริ่มมีความสนใจในชีวิตเกษตรกร คิดว่าวิถีเกษตรกรมีอะไรที่น่าสนใจเยอะมาก เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นในใจมากมาย เช่น ทำไหมเกษตรกรถึงต้องยอมทุกเรื่อง กับพ่อค้าคนกลาง ยอมที่จะชื้ออะไรที่แพงๆเกินจริงแต่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ด้วยซ้ำ เพราะเกษตรกร มีความเชื่อในสิ่งที่เค้าคิดว่าหาคำตอบไม่ได้(แต่ในความเป็นจริงทุกสิ่งมีคำตอบโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์) เพราะวิถีเกษตรกรในอดีตเป็นการส่งมอบวิถีจากรุ่นสู้รุ่นโดยขาดการบูรณ์นาการทางด้านความคิด กับความเชื่อธรรมชาติกล่าวคือ ปราชญ์ชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น การยืดหมั่นถือหมั่นในตัวบุคคล ถ้าบุคคล คนนั้นนำเสนออะไรก็จะเชื่อสิ่งนั้นๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง  
      นั้นเป็นเพราะชีวิตของเกษตรกรต้องรอ..รอ..แล้วก็ต้องรอ มาเกือบทั้งชีวิต เพราะในรอบการเกษตรหนึ่งๆ ก็ต้องรอเพราะมันเป็นวัฎจักร เช่น การปลูกข้าวต้องใช้เวลา 90-120 วัน แล้วแต่ชนิดพันธุ์ข้าว การเลี้ยงไก่ก็เช่นเดี่ยวกัน ถ้าดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจทุกอย่างก็เสียหาย วิถีชีวิตเกษตรกรที่ผมได้มองเห็นในขณะนั้น........

PRESENCING Connecting to the Source เป็นขั้นตอนการตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า "ตัวตนเราคือใครกันแน่" "งานของเราคืออะไร"

      ในที่สุดก็ย้อนกับมาดูตนเอง ว่าเราคือใครกันแน่ในขณะนั้น เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ทำไหมเราก็พอมีความรู้ ความสามารถ รู้จักคนมากมาย และกำลังที่มีพอจะช่วยเหลือพวกเค้า(เกษตรกร)ได้ ทำไหมเราถึงที่จะไม่ช่วยพวกเค้า ในขณะนั้นไม่ได้คิดอะไรมากมาย ที่ทำลงไปเพื่อจะช่วยพวกเค้าเท่านั้น โดยการเสนอตัวเองเป็นผู้นำที่จะสร้างกิจกรรมทางด้านการเกษตรขึ้นมา ชักกิจกรรมหนึ่ง โดยหวังว่ากิจกรรมนั้นจะเป็นแบบอย่างต่อไปให้คนอื่นได้เห็นปฏิบัติตาม.....

Crystallizing Visioning and Intension

      ตกผลึกทางความคิดครับ..ด้วยการตั้งวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ใหม่ และตั้งปณิทานว่าจะต้องเป็นผู้นำในการที่จะหาหนทางช่วยเหลือพวกเค้าให้ได้ ขณะนั้นคิดเพียงอย่างเดี่ยว และเท่านั้นจริงๆ.....

PROTOTYPING the new by linking head heart hand

      เป็นขั้นตอนที่เราต้องพัฒนา "รูปแบบ"ความสัมพันธ์ใหม่..ที่ปราศจากมายาคติเดิมด้วยการเชื่อมโยงสมอง หัวใจ และการลงมือทำจริงเข้าไป...
      โดยการเริ่มจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมทางการเกษตรขึ้นมา มีคนเข้าร่วมด้วยไม่มากนักส่วนใหญ่คือเพื่อนๆ วัตถุประสงค์คือ ช่วยให้เพื่อนๆและครอบครัวให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ลดการเป็นหนี้สิน จัดให้มีการพูดคุยกันในตอนเย็นของทุกวันอาทิตย์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด แล้วกลุ่มช่วยวิเคราะห์ นำเอาเหตุ มาปรับปรุงกระบวนการทำงานใหม่ แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ เกิดเป็นแนวทางที่สามารถถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆๆต่อไปได้ ซึ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆๆ.....

Performing by operating from the whole

     จากการที่เราเข้าไปช่วยเหลือพวกเค้า(เกษตรกร)ในครั้งนั้นโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เพียงแต่คิดว่าจะทำอย่างไหร่ เพื่อพวกเค้า ที่จะช่วยพวกเค้าให้ได้ ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่ทำไปแล้วจะสำเร็จหรือไม มีเพียงความตั้งใจและมุ่งหมั่น ของคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง คนที่สังเกตการณ์กระทำ และความสำเร็จ แล้วเป็นการพูดแบบปากต่อปาก ทำให้กลุ่มของเรามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักคนส่วนใหญ่(ที่เป็นชาวบ้าน)ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้รู้จัก  

      ปัจจุบันกิจกรรมยังคงดำเนินต่อไปเลื่อยๆ และขยายผลต่อไป รอบๆนอกของตัวอำเภอ และเมื่อได้มาเรียนวิชานี้ โดยท่านอาจารย์ได้สอนเรื่อง U-theory และ Dialogue ทำผมได้รู้จักว่าสิ่งที่ทำมาตลอดเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี คือสิ่งนี้ ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงยิ่ง
เขียนเมื่อ 

อยากจะบอกว่ามีบุญที่ได้มารู้จักศิษย์พี่ค่ะ