ไปเที่ยวที่หมู่บ้านแล้วมักจะเห็นไม้ล้มลุกชนิดนี้บ่อย ไม่รู้จักชื่อ รู้แต่ว่ากลิ่นมันแรง กลิ่นมีน้ำมันระเหยผสมแบบอ่อนๆ คล้ายๆกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ
ไม่ใคร่มีคนรู้จัก เห็นแต่คนคอยราญทิ้ง ต้นโตท่วมหัวก็มี แค่อกก็เยอะ ต่ำกว่าเอวก็เจอบ่อย
ที่แน่ๆคือที่ๆมันโตได้ดีมักจะเป็นริมป่าชายเลน อยู่เลยสูงขึ้นมาจากริมน้ำเป็นเมตรได้
ใบของมันมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยแบบใบกระเพรา แต่ใบใหญ่กว่าเยอะ และค่อนข้างกรอบ ไม่อ่อนนิ่มเหมือนใบกระเพรา
ต้นกรอบหักง่าย ยิ่งหักกิ่ง ยิ่งแตกแขนง โตเร็วเมื่อได้แดดแรง ไม่ตายเมื่อเจอน้ำจืด

ใบมีเกลือแร่ เช่น โซเดียม คลอไรด์ โปแตสเซียม 3-(2,3-diacetoxy-2-methyl butyryl) cuauhtemone stigmasterol (+ beta-sitosterol), stigmasterol glucoside (+ beta-sitosterol glucoside), catechin มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ โดยไม่เสียโปตัสเซียม
เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์ชาวบ้านทำเป็นชาชง แค่เติมน้ำร้อนก็ดื่มได้ ใบใช้เป็นอาหารได้
ไม่เคยเห็นครับหมอ..แต่คล้ายๆ ใบ ชะคราม อยู่เหมือนกันนะ แถว ปราณบุรี นิยมกินใบชะครามครับ เอามาผัด แกงส้มก็ได้ เป็นไม้คลุมดินป่าชายเลนเหมือนกัน
เรียนคนถางทาง ไม่ใช่ ชะครามแน่นอน อ้ายนี้มันโตกว่าชะคราม อยู่เป็นดง ขึ้นง่ายตามธรรมชาติ คนริมเลจะตัดฟันทิ้งเป็นประจำแล้วมันจะแตกใหม่อย่างเร็ว ริมๆโคนต้นจะ ย่านลูกไข่แพะเกาะเกี่ยวอยู่พร้อมๆกับหวยลิง ลูกไข่แพะนี้ร่อยมันดี เดือนที่แล้วผมลงไปชายเลที่พังงา หาลูกไข่แพะไม่ได้แล้ว นากุ้งรุกที่หมด
คุณหมอค่ะ ส่งเข้าประกวดหนึ่งต้น ..ชื่อต้น "ขลู่" ค่ะ เป็นพืชที่ชอบขึ้นบริเวณด้านในๆของป่าชายเลน แต่ไม่ใช่เป็นพวกไม้เบิกนำของป่าชายเลน ที่ปักษ์ใต้มีเยอะ โดยเฉพาะที่ปัตตานี ยังไม่มีใครเห็นคุณค่านักเพราะมีดาษดื่น ถ้าใช่่เป็นต้นขลู่ มีสรรพคุณทางยาที่ภูมิัปัญญาชาวบ้านนำมาใช้เกี่ยวกับเรื่องขับปัสสาวะนี่หล่ะค่ะ ปัจจุบันเห็นผลิตเป็นชาพร้อมชงในหลายที่ค่ะ .. จากบันทึกของคุณหมอมีรายละเอียดสารสกัดน่าสนใจนะค่ะ มี catechin คล้ายกับที่พบในใบชา ด้วย... ขอบคุณค่ะ ...
มายืนยันด้วยอีกคนว่าคือ ต้นขลู่ ค่ะพี่ ^^