ผมตัดสินใจซื้อ iPod Shuffle ไว้ฟังตอนวิ่งครับ เพราะเดี๋ยวนี้วิ่งห้ากิโลซึ่งถ้ารวม warm up & cool down ด้วยแล้วใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ แล้วสังเกตว่าตัวเองเวลาวิ่งไปก็ร้องเพลงในใจไปครับ เพราะแถวๆ ที่ผมวิ่งจะมีร้านอาหารที่มีดนตรีเล่น ร้านนี้เป็นร้านที่เล่นเพลงเก่าๆ ผมพอร้องได้ พอผมวิ่งผ่านร้านทีหนึ่งก็ได้ยินเสียงเพลงทีหนึ่งผมก็ร้องตามไปรอบหนึ่ง วิ่งผ่านกลับมาอีกเพลงใหม่ ก็ร้องตามไปอีกเพลง บางทีขัดใจจะตะโกนขอเพลงก็ไม่ได้ คิดไปคิดมาซื้ออุปกรณ์มาฟังเพลงเองดีกว่า

จะซื้อให้ อ.จัน ด้วยแต่เขาบอกว่าเขาไม่ใช้ เขาชอบวิ่งไปทำสมาธิไป แต่ผมติดนิสัยมาตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่แน่ใจเรื่องวิ่งแล้วท่อง "มนตรา" (Mantra) ที่แปลว่าร้องเพลงไปด้วย เดาว่าสมัยเรียน รด. แน่ๆ เชียวครับ

นึกดูแล้วแล้วการฝึกของทหารนี่เขา "สวดมนต์" ตอนฝึกมาตั้งแต่สมัยโบราณ น่าจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจครับ

iPod Shuffle แพงกว่าเครื่องเล่นของยี่ห้ออื่นๆ ที่คุณภาพเท่าๆ กันประมาณ 10% แต่ซอฟต์แวร์และความสามารถครบถ้วนมากกว่า คิดว่าการซื้ออุปกรณ์ที่จะใช้เวลามีการกระทบกระแทกนี่ต้องซื้อคุณภาพมาก่อนราคา เพราะคิดว่า "ซื้อของราคาแพงกว่าแต่ใช้งานได้จริง จะถูกกว่าซื้อของราคาถูกกว่าแล้วใช้งานไม่ได้"

ผมค่อนข้างประทับใจกับคุณภาพของสินค้าบริษัทนี้ ที่จริงแล้วเมื่อวานผมพึ่ง format เครื่อง MacBook เก่าของผมเพื่อไว้ให้คนทำงานใหม่ที่จะเข้ามาทำงานในวันอังคารนี้ใช้ เครื่องนี้อายุเกือบห้าปีแล้วก็ยังใช้งานได้ดี แค่อุปกรณ์ต่างๆ ตกรุ่นไปเท่านั้นเอง ในขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทอื่นๆ ใช้เพียงไม่นานพอหลุดประกันก็พังแล้ว

Apple เป็นบริษัทที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เขาทำอะไรหลายๆ อย่างที่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทอื่นๆ ทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เห็นตัวอย่างอยู่กับตา

อย่างแรกสุดคือเรื่องการซื้อนั้น ผมซื้อได้สะดวกมากโดยซื้อผ่าน Apple Store Thailand คลิกๆ ไม่กี่ทีก็ได้ของในราคาที่ถูกกว่าไปซื้อเองที่ห้าง แล้วอีกไม่กี่วันก็ได้ของส่งตรงจากสิงคโปร์ ไม่ต้องจ่ายค่าส่งของด้วยอีกต่างหาก

พอได้ของมา ดูการจัดกล่องของเขาแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นของมีค่าเหมือนเป็นเครื่องประดับราคาแพง รู้สึกอยากจับด้วยความทนุถนอม ต้องคอยบอกตัวเองว่านี่มันเครื่องเล่นเพลงราคาสองพันสองร้อยบาทเท่านั้นนะ

ทำให้ผมได้ความคิดว่า การจะบริโภคสินค้าหรือบริการของบริษัทระดับโลกนั้น เราต้องมีสติเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าเขาฉลาดกว่าเรา เขามีนักการตลาดชั้นยอดๆ กันเป็นทีมใหญ่ๆ ขายของกันได้ทั่วโลก เขาใช้จิตวิทยาในการขายของ ดังนั้นสติต้องมาก่อนว่าอย่าเผลอหลงไปบริโภคเกินเลยจากสิ่งที่เราต้องการ และอย่าเผลอไปยึดติดกับวัตถุที่ได้มานั้น นั่นคือ "ต้องให้สิ่งนั้นรับใช้เรา ไม่ใช่เราไปรับใช้สิ่งนั้น" ดังนั้นวันนี้ iPod จะได้เปื้อนเหงื่อและเปื้อนโคลนแน่ๆ ครับ